โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กกร. หั่น GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.2-1.6% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กกร. หั่น GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.2-1.6% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ปรับขึ้นเงินเฟ้อเป็น 2.0-3.0% จี้ รัฐงัดมาตรการเฉพาะกลุ่ม-รื้อโครงสร้างพลังงาน

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยถึงผลการประชุม กกร. ประจำเดือนเมษายน ปี 2569 ว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ กำลังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กดดันให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จนอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ (Stagflation)

ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนราคาทองคำและสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือการขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ ทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งจะทำให้ภาคการผลิตทั่วโลกหยุดชะงักและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ผ่านห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงผู้บริโภครายย่อย

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ปัญหาต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดย กกร. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยในปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นไปอยู่ในระดับ 2.0-3.0% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 0.2-0.7% อันเป็นผลจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก

สถานการณ์นี้ทำให้ภาคเอกชนต้องเฝ้าระวังผลกระทบอย่างใกล้ชิด ทั้งภาระค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันการบริโภคและความเชื่อมั่นภาคเอกชน การก่อหนี้สาธารณะของภาครัฐที่อาจเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ประคองเศรษฐกิจ ต้นทุนภาคการผลิตที่สูงขึ้นจนอาจบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัญหาการหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์ที่กระทบต่อภาคการส่งออก รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปราว 1 ล้านคนในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง

"เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ในช่วง 2% ถึง 3% จากเดิมที่คาดการณ์อยู่ในกรอบแค่ 0.2 ถึง 0.7% จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด"

จากปัจจัยลบที่รุมเร้า กกร. จึงพิจารณาปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยในปี 2569 ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.2-1.6% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1.6-2.0% ขณะที่ตัวเลขการส่งออกยังคงคาดการณ์ไว้ที่ระดับหดตัว 1.5% ถึงหดตัว 0.5%

อย่างไรก็ตาม กกร. ประเมินว่าทิศทางราคาน้ำมันอาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้มากกว่านี้ หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยหากสถานการณ์สงครามสามารถยุติลงได้เร็วตามที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาได้ออกมาระบุไว้ ราคาน้ำมันก็อาจจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี

ขณะเดียวกัน ในการประชุมครั้งนี้ กกร. ยังได้หารือร่วมกับ นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของประเทศ โดย ปตท. ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านการปรับแผนกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากทั่วโลกเพื่อทดแทนภูมิภาคตะวันออกกลาง การเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่นให้รองรับน้ำมันดิบได้หลากหลายประเภทและเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตเกินกว่า 100%

รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลและการบริหารคลังสำรองน้ำมันเพื่อกระจายผ่านสถานีบริการกว่า 2,400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับภาคเอกชนเกี่ยวกับกลไกการบริหารจัดการน้ำมันในประเทศได้อย่างมาก

อย่างไรก็ดี กกร. ยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มวิกฤตพลังงานที่อาจยืดเยื้อ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและกลุ่มเปราะบาง พร้อมกับคุมเข้มไม่ให้มีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า รวมถึงสนับสนุนค่าขนส่งเพื่อตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมาตรการทั้งหมดนี้จะต้องคำนึงถึงกรอบวินัยการเงินการคลัง และผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ กกร. ยังเสนอให้ใช้โอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มีความยืดหยุ่นและรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ตามแนวทาง Reinvent Thailand ตลอดจนเสนอให้กระทรวงพลังงานปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เปิดเสรีตลาดไฟฟ้า สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน และจัดตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชนด้านพลังงานเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ

"กกร. จึงสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งดำเนินการมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบแบบเฉพาะกลุ่ม ที่เรียกว่า Targeted Policies เช่น SME กลุ่มเปราะบาง รวมถึงการกำกับดูแลไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ตลอดจนการออกมาตรการช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถคงราคาสินค้าได้"

ด้านนายผยง ศรีวนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ดี สิ่งสำคัญคือการดูแลไม่ให้เกิดความบิดเบือนในกลไกตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของการกระจายน้ำมันไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ซึ่งพบว่ายังมีช่องโหว่ในส่วนของผู้ค้าน้ำมันคนกลางหรือจ๊อบเบอร์

กกร.จึงเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนจ๊อบเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมธุรกิจพลังงานและกรมการขนส่งทางบก ผ่านการติดตั้งระบบGPS เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใสและป้องกันการเกิดกิจกรรมนอกระบบ

นอกจากนี้ นายผยง ยังระบุถึงผลกระทบต่อภาคการผลิตจริงว่า ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับความท้าทายในการปรับกระบวนการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนที่เปลี่ยนไป ซึ่งในส่วนของการเยียวยาผลกระทบนั้น สถาบันการเงินพร้อมให้การสนับสนุนด้านสภาพคล่องเพื่อประคองธุรกิจ แต่การเยียวยาในภาพรวมถือเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องเข้ามาดูแลผ่านกลไกต่างๆ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ

รัฐบาลจึงต้องเน้นการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจได้ปรับตัวเข้ากับกลไกตลาดโลก เพราะหากรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงมากเกินไปจนกระทบต่อฐานะการคลังและนำไปสู่การถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ จะกลายเป็นต้นทุนระยะกลางที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหลายปี

"การเยียวยาไม่ใช่หน้าที่สถาบันการเงินนะครับ สถาบันการเงินมีหน้าที่ประคองในส่วนของทรัพยากรที่เป็นเงินทุน เยียวยาเป็นเรื่องของห่วงโซ่อุปทานแล้วก็ภาครัฐที่จะต้องเข้ามาดู กกร. ถึงเห็นด้วยกับแนวทางภาครัฐที่จะเป็นมาตรการ Targeted ช่วยกับคนที่มีโอกาสปรับตัวกับเหตุการณ์แบบนี้ได้จำกัดจริงๆ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกร. คาด GDP ไทยปี 69 ขยายตัวเพียง 1.6-2%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.2% หากสงครามยืดเยื้อนาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกร. หั่น GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.2-1.6% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...