โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินเดือน 12,000 ซื้อประกันสุขภาพได้ไหม ตึงมือไปหรือเปล่า?

INN News

อัพเดต 1 เมษายน 2569 เวลา 21.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

หลายคนที่มีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน มักจะมีข้อกังวลอยู่ในใจว่า “แค่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเดินทาง หรือเงินที่ต้องส่งให้ครอบครัวก็แทบจะไม่พอแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อประกันสุขภาพ ?” ความกังวลนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้อย่างยิ่ง เพราะด้วยรายได้ระดับนี้ การบริหารจัดการกระแสเงินสดในแต่ละเดือนถือเป็นความท้าทายอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน ความเจ็บป่วยก็ไม่เคยเลือกฐานะหรือรายได้ หากเกิดโชคไม่ดีต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่นหรือหลักแสนอาจทำให้เงินเก็บที่สะสมมาทั้งชีวิตหายไปในพริบตา หรือร้ายกว่านั้นคือต้องสร้างหนี้สินก้อนโตที่กระทบอนาคตทางการเงินไปอีกหลายปี

เช็กกระเป๋าสตางค์: งบเท่าไรถึงจะไม่ตึงมือจนเกินไป?

ตามหลักการวางแผนการเงินส่วนบุคคล งบประมาณสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพรวมกันทั้งหมด ไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ทั้งปี

ลองมาคำนวณกันดู หากเงินเดือน 12,000 บาท เท่ากับว่ามีรายได้ 144,000 บาทต่อปี งบประมาณที่ปลอดภัยและเหมาะสมในการจ่ายเบี้ยประกันจะอยู่ที่ประมาณ 7,200 - 14,400 บาทต่อปี หรือตกเดือนละ 600 - 1,200 บาท หรือคิดเป็นเงินเก็บเพียงแค่วันละ 20-40 บาทเท่านั้น

คำถามสำคัญคือ การกันเงินราว 1,000 บาทออกจากระบบทุกเดือน กระทบกับชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน ? หากคำตอบคือ "ตึงมากจนต้องเบียดเบียนค่าอาหาร" การฝืนซื้อประกันสุขภาพแผนใหญ่โตและเบี้ยแพงอาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เพราะประกันสุขภาพเป็นสัญญาระยะยาวแบบปีต่อปี หากปีไหนจ่ายไม่ไหวจนต้องปล่อยกรมธรรม์ขาด ความคุ้มครองก็จะหายไปทันที ดังนั้น การประเมินกำลังส่งเบี้ยระยะยาวจึงสำคัญกว่าการเลือกซื้อประกันสุขภาพแผนที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว

สวัสดิการพื้นฐาน: ด่านแรกของการป้องกันที่ห้ามมองข้าม

ก่อนที่จะตัดสินใจควักเงินซื้อประกันสุขภาพ แนะนำให้สำรวจสวัสดิการที่ตัวเองมีติดตัวอยู่แล้วก่อนเสมอ

  • สิทธิประกันสังคม หรือ สิทธิบัตรทอง: นี่คือเกราะป้องกันชั้นดีของคนไทยที่ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตเพิ่ม แม้หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องการรอคิวนาน ข้อจำกัดด้านชนิดของยานอกบัญชี หรือความสะดวกสบาย แต่ในกรณีเจ็บป่วยหนักที่ต้องผ่าตัด สวัสดิการเหล่านี้ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายหลักแสนให้เหลือศูนย์ได้จริง

  • ประกันกลุ่มของบริษัท: หากที่ทำงานมีสวัสดิการส่วนนี้ให้ ลองเช็กรายละเอียดให้แน่ชัดว่าครอบคลุมค่าห้องพัก ค่ารักษาพยาบาลต่อครั้ง และมีงบให้เท่าไร เพื่อจะได้รู้ว่าเรามี "ช่องโหว่" ตรงไหนที่ต้องอุดเพิ่ม

4 เทคนิคเลือกประกันสุขภาพฉบับคนงบจำกัด ให้คุ้มค่าและไม่เจ็บตัว

หากประเมินแล้วว่าสวัสดิการพื้นฐานยังไม่ตอบโจทย์ หรือต้องการความอุ่นใจในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็วขึ้น นี่คือเทคนิคการเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ช่วยให้รอดพ้นทั้งจากความเสี่ยงด้านสุขภาพและปัญหาเบี้ยประกันแพง:

1.เลือกแผนแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible): แผนประกันประเภทนี้จะกำหนดให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเงินก้อนแรกเองก่อน (เช่น 20,000 หรือ 30,000 บาทแรก) จากนั้นบริษัทประกันจะรับผิดชอบส่วนเกินทั้งหมด วิธีนี้สามารถลดค่าเบี้ยประกันลงได้ถึง 30-50% ซึ่งเคล็ดลับคือ เราสามารถใช้สิทธิประกันสังคม หรือใช้ประกันกลุ่มของบริษัท มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายก้อนแรกนี้แทนการควักเงินสดในกระเป๋าได้

2.เน้นความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) เป็นหลัก: ความเสี่ยงทางการเงินที่น่ากลัวที่สุดคือตอนที่ต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาล ส่วนอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (OPD) อย่างไข้หวัด ท้องเสีย แนะนำให้บริหารจัดการด้วยการใช้เงินเก็บสำรองฉุกเฉิน หรือใช้สิทธิรัฐบาลจะคุ้มค่ากว่า เพราะการซื้อประกันสุขภาพที่พ่วงแผน OPD มักจะทำให้ค่าเบี้ยกระโดดสูงขึ้นมาก

3.พิจารณาประกันโรคร้ายแรง (Critical Illness): บางครั้งประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายอาจมีเบี้ยที่สูงเกินงบ การเปลี่ยนเป้าหมายมามองประกันโรคร้ายแรงที่จ่ายเงินก้อน (Lump Sum) เมื่อตรวจพบโรค เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง จะใช้เบี้ยประกันที่ถูกกว่ามาก (หลักร้อยถึงพันต้นๆ ต่อปี) แต่ให้ความคุ้มครองหลักแสนถึงหลักล้าน เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะล้มละลายทางการแพทย์ได้อย่างตรงจุด

4.ปรับลดค่าห้องพักให้สมเหตุสมผล: ไม่จำเป็นต้องเล็งแผนที่ให้ค่าห้องพักเดี่ยวระดับ VIP ของโรงพยาบาลหรูเสมอไป การเลือกแผนที่ครอบคลุมค่าห้องมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง หรือห้องพิเศษของโรงพยาบาลรัฐ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการพักฟื้นร่างกายและช่วยประหยัดเบี้ยได้มหาศาล

ท้ายที่สุดแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า เงินเดือน 12,000 บาท ซื้อประกันสุขภาพได้หรือไม่ คำตอบคือ "ซื้อได้และควรเริ่มต้นวางแผน" แต่อาจจะต้องอาศัยการประเมินรายจ่ายที่รัดกุม เลือกแผนที่ชาญฉลาด และรู้จักประยุกต์ใช้ร่วมกับสวัสดิการของรัฐที่มีอยู่

การมีประกันสุขภาพแม้เพียงแผนเริ่มต้น หรือแผนมีความรับผิดส่วนแรก ก็เปรียบเสมือนการมีเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้ แม้จะไม่ใช่เสื้อกันฝนแบรนด์เนมตัวหนาที่กันพายุได้ 100% แต่อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาไม่ให้เราเปียกโชกจนล้มหมอนนอนเสื่อ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสรรงบประมาณให้พอดีตัว เพื่อให้กรมธรรม์สามารถเป็นเบาะรองรับยามฉุกเฉินไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...