โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พิพัฒน์ เปิดหมดใจ ปมร้อน PT ลั่นแรง ปล่อมผมไปเถอะ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.44 น. • beam
วันที่ 1 เมษษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกระแสเรียกร้องให้แบนธุรกิจพลังงานของครอบครัว

วันที่ 1 เมษษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกระแสเรียกร้องให้แบนธุรกิจพลังงานของครอบครัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท PTG Energy โดยระบุว่า เข้าใจความรู้สึกของประชาชน และไม่อาจตำหนิความคิดเห็นดังกล่าวได้ แต่เห็นว่าควรแยกบทบาทระหว่างงานราชการกับธุรกิจครอบครัวออกจากกัน

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตนได้ลาออกจากการมีบทบาทในธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ปี 2546 และตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในบริษัทอีกเลย โดยจะเข้าไปเพียงปีละครั้งในโอกาสครบรอบบริษัทช่วงเดือนมีนาคมเท่านั้น พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจด้านธุรกิจของ PT เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารบริษัท เนื่องจากเป็นบริษัทมหาชน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าไปแทรกแซง แม้จะยอมรับว่าเป็นธุรกิจของครอบครัวก็ตาม

ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ยังระบุด้วยว่า การกล่าวหาว่ามีการนำข้อมูลภาครัฐไปใช้ในการกำหนดราคาน้ำมันนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยนำความลับราชการไปเปิดเผยต่อคณะกรรมการบริษัทหรือบุคคลในครอบครัว และขอให้รอดูผลประกอบการไตรมาสแรกช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

เมื่อถูกถามถึงบทบาทผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการพลังงาน (ศบก.) ในรัฐบาลชุดใหม่ นายพิพัฒน์ระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้ตนจะมีความรู้ด้านพลังงานในส่วนของการค้าซื้อมาขายไป แต่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหรือโรงกลั่นโดยตรง และหากมีบุคคลอื่นที่เหมาะสมกว่า ก็ยินดีถอยไปเป็นผู้สนับสนุน

ส่วนคำถามเกี่ยวกับการกำกับดูแลกระทรวงพลังงาน โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่ายังไม่มีความชัดเจน เพราะนายกรัฐมนตรียังไม่ได้แบ่งงาน พร้อมยอมรับว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้มีบุคลากรมืออาชีพจำนวนมาก ทุกคนมีศักยภาพในการทำงาน

ต่อมานายพิพัฒน์ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้เตรียมเข้าหารือนายกรัฐมนตรีโดยตรง หากสังคมมีความกังวลเรื่องบทบาทกำกับดูแลด้านพลังงาน ตนอาจขอถอยออก เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาหรือความไม่สบายใจ โดยพร้อมไปสนับสนุนงานด้านอื่นแทน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงประเด็นการจัดเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นว่า เคยเสนอเรื่องนี้ต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาแล้วสองครั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จำเป็นต้องพิจารณามาตรการรองรับกรณีโรงกลั่นขาดทุนด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุล

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ย้ำว่า ตนไม่ได้ต้องการตำแหน่งผู้อำนวยการ ศบก. และพร้อมเปิดทางให้ผู้ที่เหมาะสมเข้ามารับหน้าที่ หากเห็นว่าบุคคลอื่นสามารถทำได้ดีกว่า ก็ ปล่อยผมไปเถอะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...