“เกาหลีใต้” ชั่งใจร่วมภารกิจฮอร์มุซ หลังทรัมป์เรียกร้องพันธมิตรส่งเรือเปิดเส้นทางน้ำมัน
"เกาหลีใต้" พิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ หลังปทรัมป์เรียกร้องให้หลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการของสหรัฐ เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 08.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เกาหลีใต้ กำลังชั่งน้ำหนักทางเลือก หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้หลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการของสหรัฐฯ เพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่พันธมิตรในเอเชียรายนี้ยังระมัดระวังไม่ให้ตนเองเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งกับอิหร่าน
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เราจะยังคงติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ” โดยอ้างถึงข้อความของทรัมป์ที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาหวังให้หลายประเทศ เช่น จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือเข้าร่วมภารกิจเพื่อเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก
ต่อมาในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ทรัมป์ยังเตือนว่า เขาอาจเลื่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และกล่าวว่าพันธมิตรยุโรปของสหรัฐอาจเผชิญอนาคตที่เลวร้ายมาก หากไม่เข้าร่วมช่วยเหลือภารกิจในฮอร์มุซ
แรงกดดันดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ และเป็นที่ตั้งของทหารอเมริกันราว 28,500 นาย ขณะเดียวกันกรุงโซลก็ต้องการหลีกเลี่ยงการส่งกองกำลังเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ เกาหลีเหนือ ซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์กำลังเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านการทดสอบขีปนาวุธหลายครั้ง
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ให้ข้อมูลกับ Bloomberg News เมื่อวันจันทร์ว่า จนถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่ได้มีคำร้องขออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจ
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุเพิ่มเติมว่า “ความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศและเสรีภาพในการเดินเรือเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกประเทศ และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายระหว่างประเทศ” พร้อมแสดงความหวังว่า เครือข่ายโลจิสติกส์ทางทะเลของโลกจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ก่อนหน้านี้ในปี 2563 ทรัมป์เคยร้องขอให้พันธมิตรเข้าร่วมภารกิจลาดตระเวนทางทะเลของสหรัฐ ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในเวลานั้นเกาหลีใต้ได้ ขยายภารกิจปราบปรามโจรสลัด ของหน่วยเรือ Cheonghae ที่ประจำการอยู่ใกล้พื้นที่ดังกล่าว แต่โซลยืนยันชัดเจนว่าภารกิจของตนจะดำเนินการ อย่างเป็นอิสระจากปฏิบัติการที่นำโดยสหรัฐ
หน่วย Cheonghae มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 260 นาย พร้อมเรือพิฆาต เฮลิคอปเตอร์ และเรือเร็ว 3 ลำ ตามข้อมูลในสมุดปกขาวด้านกลาโหมล่าสุด หน่วยนี้ประจำการใน อ่าวเอเดน ตั้งแต่ปี 2009 เพื่อปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัด และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ถูกใช้ในภารกิจอพยพพลเมืองเกาหลีใต้จาก ลิเบียและเยเมน
คำร้องขอของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงที่มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ อาจ ย้ายกำลังทหารบางส่วนไปยังตะวันออกกลาง โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ยืนยันว่า สหรัฐอาจจำเป็นต้องย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศบางส่วนไปยังตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว
ทั้งนี้ หากเกาหลีใต้จะตัดสินใจส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจ อาจต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา โดย พรรคฝ่ายค้าน People Power Party ได้แสดงท่าทีระมัดระวังแล้ว โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นร้ายแรง ที่อาจทำให้กองกำลังของประเทศเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญการสู้รบ
นาย ซง ออน-ซอก ผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวว่า “รัฐบาลต้องไม่ตัดสินใจฝ่ายเดียวหรือมองข้ามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของทหารของเรา”
อ้างอิง : www.bloomberg.com