โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เปิดผลประกอบการปี 2025 ทำผลงานโดดเด่นในปีแรกของแผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence”

TODAY

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 14.51 น. • TODAY

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เปิดผลประกอบการปี 2025 ทำผลงานโดดเด่นในปีแรกของแผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence”

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยภาพรวมผลประกอบการประจำปี 2025 กวาดทำกำไรรวมกว่า 1.61 แสนล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับรวม 3.67 ล้านล้านบาท พร้อมโชว์ศักยภาพการบริหารสินทรัพย์รวม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” เตรียมเสริมแกร่งให้ธุรกิจดึง เทคโนโลยี AI เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานให้แก่เจนเนอราลี่ ทั่วโลก

มร.ฟิลิปป์ ดอแนต์ (Mr. Philippe Donnet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจนเนอราลี่ กรุ๊ป กล่าวว่า “ในปี 2025 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ป สามารถสร้างผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความสำเร็จในปีแรกของการขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” และยืนยันการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราได้ยกระดับบทบาทการเป็น ‘Lifetime Partner’ ที่แท้จริงให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการมอบการคุ้มครอง ความมั่นคงและความอุ่นใจ ความเป็นเลิศในขีดความสามารถหลักสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) จากความสามารถในการทำกำไรทางเทคนิคที่โดดเด่น ควบคู่กับเงินไหลเข้าใหม่ของธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรตอกย้ำความเป็นผู้นำของเจนเนอราลี่ในตลาดยุโรปและคุณภาพของธุรกิจใหม่ขณะที่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเงินไหลเข้าสุทธิที่แข็งแกร่ง พร้อมเร่งการปรับรูปแบบการดำเนินงานผ่าน AI ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ ควบคู่ความก้าวหน้าอย่างชัดเจนด้านความยั่งยืน”

ส่งผลให้ผลประกอบการปี 2025 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ป สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี เบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums) อยู่ที่ 98.1 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของ ธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) ที่เติบโตถึง 7.6% ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต มีกระแสเงินสดรับสุทธิจากประกันชีวิต (Life Net Inflows) เติบโตอย่างโดดเด่นแตะระดับ13.5 พันล้านยูโร หรือ 5.05 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครองและสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit-Linked & Hybrid) เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (New Business Value) เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านยูโร หรือ 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%

จากปัจจัยบวกในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ ผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Result) พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8 พันล้านยูโร หรือ 2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% พร้อมกันนี้ยังทำสถิติ กำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Result) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านยูโร หรือ 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 14.5% ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 2.85 ยูโร หรือ 106.67 บาท ต่อหุ้น เติบโตขึ้น 16.2% สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคงในระดับสูงสุด มีอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุน (Solvency Ratio) อยู่ที่ 219% เพิ่มขึ้นจาก 210% ในปี 2024 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการสร้างเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงและเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ในอนาคต

ทางด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset & Wealth Management) ยังคงรักษาแรงส่งในทิศทางบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มสูงขึ้นถึง 900 พันล้านยูโร หรือ 33.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยธุรกิจบริหารสินทรัพย์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 16 พันล้านยูโร หรือ 5.99 แสนล้านบาท

“จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งควบคู่กับสถานะเงินกองทุนที่มั่นคง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างผลตอบแทนที่เติบโตให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเสนอการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้นอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 500 ล้านยูโรสำหรับปี 2026 โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานและตัวแทนที่ปรึกษาทุกคน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นแผนกลยุทธ์ครั้งนี้” มร.ฟิลิปป์ ดอแนต์ กล่าวเสริม

ภายใต้แผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence เจนเนอราลี่ มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า ขีดความสามารถหลัก และรูปแบบการดำเนินงานของกลุ่ม โดยยึด 3 รากฐานสำคัญ ได้แก่ บุคลากร เทคโนโลยี AI และข้อมูล ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนเป็นรากฐาน กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีกำไรในทุกกลุ่มธุรกิจ ควบคู่การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงชีวิต การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

ดูข้อมูลผลประกอบการปี 2025 ของเจนเนอราลี่ กรุ๊ป เพิ่มเติมได้ที่ https://www.generali.com/investors/financial-results-and-reports/financial-results

หมายเหตุ อัตราขายถัวเฉลี่ย 1 ยูโร เท่ากับ = 37.4331 บาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)
อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย: https://www.bot.or.th/th/statistics/exchange-rate.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...