โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประกันสุขภาพร่วมจ่ายมาแน่ ทิสโก้แนะรีบมี ‘ประกันโรคร้ายแรง’ กันงบบานปลาย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารทิสโก้ส่งสัญญาณ “ยุคประกันสุขภาพร่วมจ่าย” (Co-payment) กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากแรงกดดันต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะประชาชนเร่งวางแผนการเงินด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการมี “ประกันโรคร้ายแรง” เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงค่าใช้จ่าย

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในปี 2569 อยู่ที่ 10.3% สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่เพียง 0.9%

แรงกดดันดังกล่าวมีแนวโน้มผลักดันให้บริษัทประกันปรับรูปแบบกรมธรรม์ไปสู่ “การร่วมจ่าย” มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกันต้องรับภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนเอง โดยเฉพาะในกรณีโรคร้ายแรงที่มีต้นทุนการรักษาสูง

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

ตัวอย่างเช่น การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (anti-PD-1) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3.5 ล้านบาทต่อปี หากต้องร่วมจ่ายในสัดส่วน 30% จะเท่ากับผู้ป่วยต้องจ่ายเพิ่มกว่า 1.05 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอาจกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้บริบทดังกล่าว ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ประชาชนไม่ควรพึ่งพาเพียงประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย แต่ควรมี “ประกันโรคร้ายแรง” เป็นส่วนเสริม เพื่อรับเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัยโรค ซึ่งสามารถนำไปใช้ทั้งค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในช่วงพักฟื้น

นอกจากนี้ ประกันโรคร้ายแรงยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ โดยไม่ต้องจำกัดอยู่ในเงื่อนไขของประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ แนวทางเลือกประกันโรคร้ายแรงที่เหมาะสม ควรพิจารณาแผนที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโรค และสามารถเคลมข้ามกลุ่มโรคได้โดยไม่ต้องรอให้โรคเดิมหายขาด เพื่อรองรับความเสี่ยงที่โรคเรื้อรังอาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรงหลายรูปแบบ

ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยยังสะท้อนว่า ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังรายใหม่กว่า 80% มีสาเหตุจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้ทั่วไป สะท้อนความเชื่อมโยงของโรคและความเสี่ยงค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว การวางแผนการเงินด้านสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการซื้อความคุ้มครอง แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ เพื่อรับมือกับ “ต้นทุนสุขภาพ” ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และอาจกลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...