โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์เผย กำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมาย

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทรัมป์เผย กำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมาย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังใกล้บรรลุ 5 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่

1.ลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ

2.ทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

3.กำจัดกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และอาวุธต่อต้านอากาศยานของอิหร่าน

4.ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และอยู่ในสถานะที่สหรัฐฯ สามารถตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง หากเกิดขึ้น

5.ปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลางในระดับสูงสุด รวมถึงอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง และเมื่อถูกถามว่าอิสราเอลจะพร้อมยุติสงครามในอิหร่านเมื่อสหรัฐฯ พร้อมหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าอย่างนั้น”

เขายืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้นดีมาก โดยต้องการสิ่งต่างๆ ที่คล้ายกัน และทั้งสองประเทศ ‘ต้องการชัยชนะ’

ส่วนความเป็นไปได้ที่จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่นั้น ทรัมป์กล่าวว่า เขา “ไม่ต้องการหยุดยิง”

“คุณไม่สามารถหยุดยิงได้เมื่อคุณกำลังทำลายล้างอีกฝ่ายอย่างแท้จริง”

ประเทศที่ใช้ช่องแคบ ต้องดูแลช่องแคบ

ส่วนกรณีของช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ ชี้ว่าจะต้องได้รับการดูแลและควบคุมโดยประเทศต่างๆ ที่ใช้ช่องแคบ ซึ่งหากได้รับการร้องขอ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซ

“ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการดูแลและควบคุมตามความจำเป็นโดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ช่องแคบนี้ สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้! หากได้รับการร้องขอ เราจะช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในความพยายามเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่น่าจะจำเป็นอีกต่อไปเมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไปแล้ว”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตร NATO ที่ขาดการสนับสนุนสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ และความขัดแย้งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

“ประเทศนาโตเป็นพวกขี้ขลาด และเราจะจดจำไว้!” เขากล่าว และชี้ว่าประเทศ NATO ไม่ต้องการเข้าร่วมการสู้รบกับอิหร่าน แต่ยังคงบ่นเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

สหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านที่บรรทุกขึ้นเรือ

สำหรับผลกระทบจากสงครามที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูง ล่าสุดทาง

ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันอิหร่านที่ถูกบรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. วานนี้ (20 มีนาคม)

ภายใต้คำสั่งดังกล่าว อนุมัติให้นานาชาติสามารถซื้อน้ำมันอิหร่านบางส่วนเหล่านี้ได้ และยกเว้นผู้ซื้อจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

สื่อเผยอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพดิเอโกการ์เซีย

สำหรับสถานการณ์สู้รบล่าสุด มีรายงานจาก Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูกใส่ฐานทัพดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรในมหาสมุทรอินเดีย ที่อยู่ห่างจากอิหร่านประมาณ 4,000 กิโลเมตร แต่ไม่โดนเป้าหมาย

โดยขีปนาวุธ 1 ลูก ล้มเหลวระหว่างการบิน ขณะที่เรือรบสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธสกัดกั้นใส่ขีปนาวุธอีกลูกหนึ่ง แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้ว่าการสกัดกั้นนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ และไม่มีรายงานแน่ชัดว่า อิหร่านทำการยิงขีปนาวุธโจมตีใส่ฐานทัพดังกล่าวในช่วงไหน

ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าว ถือเป็นการใช้งานขีปนาวุธพิสัยกลาง (IRBM) ครั้งแรกของอิหร่าน และเป็นการพยายามขยายขอบเขตปฏิบัติการสู้รบให้ไกลกว่าตะวันออกกลางและคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังเป็นการบ่งชี้ว่าขีปนาวุธของอิหร่านมีพิสัยทำการไกลกว่าที่รัฐบาลเตหะรานเคยยอมรับไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า อิหร่านจงใจจำกัดพิสัยทำการของขีปนาวุธของตนเองไว้ที่ระยะ 2,000 กิโลเมตร

ภาพ : REUTERS/Kevin Lamarque

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...