“ทรัมป์“ ถกทีมความมั่นคงแห่งชาติ ปมข้อเสนออิหร่าน ย้ำจุดยืนไม่อ่อนข้อ
“ทรัมป์“ ถกทีมความมั่นคงแห่งชาติ ปมข้อเสนออิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่สหรัฐยังไม่เปลี่ยนท่าที ย้ำชัดไม่อ่อนข้อจนกว่าจะได้ข้อตกลงครบถ้วน
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 14.10 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ทำเนียบขาวเปิดเผยว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และทีมความมั่นคงแห่งชาติ ได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอจากอิหร่านที่เสนอจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐยอมยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล และยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือน
โฆษกทำเนียบขาว Karoline Leavitt ยืนยันว่า มีการหารือประเด็นดังกล่าวจริงในการประชุมเมื่อเช้าวันจันทร์ แต่ยังไม่ขอแสดงความเห็นล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนอนี้หรือไม่ โดยระบุเพียงว่า“ประธานาธิบดีได้กำหนดเส้นแดงต่ออิหร่านไว้อย่างชัดเจนแล้ว”
ข้อเสนอเปิดฮอร์มุซ แลกเลื่อนเจรจานิวเคลียร์
รายงานจากAxios และ Associated Press ระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านยังรวมถึงการเลื่อนการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ออกไปในภายหลัง ซึ่งถือเป็นการลดแรงกดดันในประเด็นหลักที่สหรัฐย้ำมาตลอดว่าเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยประกาศชัดว่า จะไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อม จนกว่าจะมีข้อตกลงที่สมบูรณ์ 100% ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายสหรัฐจะเปิดรับข้อเสนอนี้หรือไม่
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ปฏิเสธแนวคิดเปิดทางแบบมีเงื่อนไข
ด้าน Marco Rubio แสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยระบุว่า แนวคิดของอิหร่านที่อาจอนุญาตให้เรือผ่านได้ภายใต้การควบคุมของอิหร่านนั้น ไม่ใช่การเปิดเส้นทางอย่างแท้จริง
“ช่องแคบเป็นน่านน้ำสากล ไม่ใช่สิ่งที่อิหร่านจะมากำหนดว่าใครผ่านได้หรือไม่ และต้องจ่ายเงินเท่าไร” รูบิโอกล่าว
เขาย้ำว่า สหรัฐไม่สามารถยอมรับระบบที่ให้อิหร่านควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกได้
การเจรจาสะดุด ทรัมป์ยกเลิกแผนหารือ
ความพยายามทางการทูตดูเหมือนจะชะงักลง หลังทรัมป์ยกเลิกแผนส่งคณะผู้แทน นำโดย Jared Kushner และ Steve Witkoff ไปพบกับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ปากีสถาน โดยให้เหตุผลว่าเสียเวลาเดินทางมากเกินไป
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายเคยเจรจากันนานถึง 21 ชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แม้ทรัมป์จะระบุในภายหลังว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาก แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน
ช่องแคบฮอร์มุซ จุดชี้ชะตาพลังงานโลก
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในภาวะปกติ มีน้ำมันประมาณ 20% ของโลก ถูกขนส่งผ่านจุดนี้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงความขัดแย้ง อิหร่านได้ใช้กำลังควบคุมเส้นทาง ส่งผลให้ปริมาณเรือที่ผ่านลดลงอย่างมาก จนเทียบได้กับการปิดเส้นทางโดยพฤตินัย
ผลที่ตามมาคือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทันที และส่งผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ทั่วโลก
สหรัฐตอบโต้ด้วยการปิดล้อมทางทะเล
สหรัฐตอบโต้ด้วยการใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน โดย กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 38 ลำ ที่ถูกสกัดหรือบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางแล้ว
แม้ทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะหยุดยิงชั่วคราวที่ทรัมป์ประกาศขยายเวลาออกไป แต่การช่วงชิงอำนาจต่อรองยังดำเนินต่อไป โดยช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นสมรภูมิหลักในเกมนี้
ภาพใหญ่ เกมอำนาจเหนือเส้นทางของโลก
สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นนิวเคลียร์หรือการทหาร
แต่กำลังขยายไปสู่การควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ของโลก ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน เศรษฐกิจ และค่าครองชีพทั่วโลก
อ้างอิง : www.cnbc.com