แพทย์ ยกเคสเตือน! 3 อาการ “หู” ที่เรามักมองข้าม เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
เช็กด่วน 3 สัญญาณเตือนทางหู ที่อาจบอกเหตุล่วงหน้าก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อย่าละเลยแม้อาการจะดูเล็กน้อย!!!
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต ไม่ได้เป็นเพียงโรคของผู้สูงอายุ แต่กำลังมีแนวโน้มเกิดในกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ และความน่ากลัวของโรคนี้คือมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ถ้ารักษาไม่ทันอาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้
ซึ่งร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่หลายคนกลับมองข้าม
โดยเฉพาะสัญญาณที่เกิดขึ้นกับ “หู” ค่ะ
ล่าสุดสื่อต่างประเทศ รายงานว่า พบกรณีศึกษาของชายคนหนึ่งชื่อ “นายเจือง” จากประเทศจีน ซึ่งมีสุขภาพค่อนข้างดีหลังเกษียณ แต่ต่อมาเขามีอาการหูอื้อข้างซ้ายบ่อยครั้งและได้ยินเสียงวี้ๆ พอไปพบแพทย์และตรวจ MRI พบว่า หลอดเลือดสมองส่วนกลางด้านซ้ายตีบตันอย่างรุนแรงกว่า 70% ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาการทางหูที่เขาเผชิญอยู่นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงของ “ภาวะสมองขาดเลือด”
โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้สรุป 3 สัญญาณความผิดปกติทางหู ที่ควรเฝ้าระวังไว้ ดังนี้
1. อาการหูดับเฉียบพลัน
การสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหันอาจไม่ใช่แค่โรคทางหูทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองขาดเลือด เนื่องจากหูชั้นในและระบบประสาทการได้ยินมีความเชื่อมโยงกับระบบหลอดเลือดในสมองอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดความผิดปกติของการไหลเวียนโลหิตในสมอง เลือดที่ไปเลี้ยงหูและเส้นประสาทหูจะลดลง ทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน หากมีอาการร่วมกับความผิดปกติทางประสาทอื่นๆ เช่น วิงเวียนศีรษะ เสียการทรงตัว หรืออาการชาตามร่างกาย ยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
2. อาการหูอื้อ
อาการได้ยินเสียงวี้ๆ หรือเสียงรบกวนในหูโดยไม่มีแหล่งกำเนิดเสียงจากภายนอก เป็นอาการที่พบบ่อย แต่อาจสะท้อนถึงปัญหาการไหลเวียนโลหิตได้ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต่อเนื่อง และเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว ผลการศึกษาจาก BMJ Public Health ระบุว่า ผู้ที่มีอาการหูอื้อมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองขาดเลือดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2.5 เท่า เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตในหูชั้นในมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการไหลเวียนเลือดในสมอง
3. อาการปวดหู
แม้จะเป็นสัญญาณที่พบได้ยาก แต่ในบางกรณีการปวดหูอาจเตือนก่อนเกิดสโตรกได้ เนื่องจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองอาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทคู่ที่ V, VII หรือ IX ซึ่งเชื่อมโยงกับบริเวณหู ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดแปล็บ ปวดตื้อๆ หรือแน่นลึกๆ ในหูโดยตรวจไม่พบรอยโรคจากการตรวจหูตามปกติ หากมีอาการปวดหัว วิงเวียน หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
แนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยง
นอกจากการสังเกตสัญญาณเตือนแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญค่ะ
การนวดกระตุ้นการไหลเวียน: การกดจุดบริเวณท้ายทอย หรือการนวดไหล่และคอเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังสมองและลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือด
การเพิ่มใยอาหาร: ผลวิจัยจาก Harvard Medical School ชี้ให้เห็นว่า การกินใยอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 7 กรัมต่อวัน สามารถช่วย ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 7% เนื่องจากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
หมั่นเช็กสุขภาพกันด้วยนะคะ สัญณาณเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรมองข้าม การรับฟังเสียงจากร่างกายและตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวได้ค่ะ