โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แพทย์ ยกเคสเตือน! 3 อาการ “หู” ที่เรามักมองข้าม เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

อีจัน

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 09.15 น. • อีจัน

เช็กด่วน 3 สัญญาณเตือนทางหู ที่อาจบอกเหตุล่วงหน้าก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อย่าละเลยแม้อาการจะดูเล็กน้อย!!!

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต ไม่ได้เป็นเพียงโรคของผู้สูงอายุ แต่กำลังมีแนวโน้มเกิดในกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ และความน่ากลัวของโรคนี้คือมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ถ้ารักษาไม่ทันอาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้

ซึ่งร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่หลายคนกลับมองข้าม

โดยเฉพาะสัญญาณที่เกิดขึ้นกับ “หู” ค่ะ

ล่าสุดสื่อต่างประเทศ รายงานว่า พบกรณีศึกษาของชายคนหนึ่งชื่อ “นายเจือง” จากประเทศจีน ซึ่งมีสุขภาพค่อนข้างดีหลังเกษียณ แต่ต่อมาเขามีอาการหูอื้อข้างซ้ายบ่อยครั้งและได้ยินเสียงวี้ๆ พอไปพบแพทย์และตรวจ MRI พบว่า หลอดเลือดสมองส่วนกลางด้านซ้ายตีบตันอย่างรุนแรงกว่า 70% ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาการทางหูที่เขาเผชิญอยู่นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงของ “ภาวะสมองขาดเลือด”

โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้สรุป 3 สัญญาณความผิดปกติทางหู ที่ควรเฝ้าระวังไว้ ดังนี้

1. อาการหูดับเฉียบพลัน

การสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหันอาจไม่ใช่แค่โรคทางหูทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองขาดเลือด เนื่องจากหูชั้นในและระบบประสาทการได้ยินมีความเชื่อมโยงกับระบบหลอดเลือดในสมองอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดความผิดปกติของการไหลเวียนโลหิตในสมอง เลือดที่ไปเลี้ยงหูและเส้นประสาทหูจะลดลง ทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน หากมีอาการร่วมกับความผิดปกติทางประสาทอื่นๆ เช่น วิงเวียนศีรษะ เสียการทรงตัว หรืออาการชาตามร่างกาย ยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

2. อาการหูอื้อ

อาการได้ยินเสียงวี้ๆ หรือเสียงรบกวนในหูโดยไม่มีแหล่งกำเนิดเสียงจากภายนอก เป็นอาการที่พบบ่อย แต่อาจสะท้อนถึงปัญหาการไหลเวียนโลหิตได้ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต่อเนื่อง และเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว ผลการศึกษาจาก BMJ Public Health ระบุว่า ผู้ที่มีอาการหูอื้อมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองขาดเลือดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2.5 เท่า เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตในหูชั้นในมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการไหลเวียนเลือดในสมอง

3. อาการปวดหู

แม้จะเป็นสัญญาณที่พบได้ยาก แต่ในบางกรณีการปวดหูอาจเตือนก่อนเกิดสโตรกได้ เนื่องจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองอาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทคู่ที่ V, VII หรือ IX ซึ่งเชื่อมโยงกับบริเวณหู ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดแปล็บ ปวดตื้อๆ หรือแน่นลึกๆ ในหูโดยตรวจไม่พบรอยโรคจากการตรวจหูตามปกติ หากมีอาการปวดหัว วิงเวียน หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

แนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยง

นอกจากการสังเกตสัญญาณเตือนแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญค่ะ

การนวดกระตุ้นการไหลเวียน: การกดจุดบริเวณท้ายทอย หรือการนวดไหล่และคอเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังสมองและลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือด

การเพิ่มใยอาหาร: ผลวิจัยจาก Harvard Medical School ชี้ให้เห็นว่า การกินใยอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 7 กรัมต่อวัน สามารถช่วย ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 7% เนื่องจากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

หมั่นเช็กสุขภาพกันด้วยนะคะ สัญณาณเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรมองข้าม การรับฟังเสียงจากร่างกายและตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวได้ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...