โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“เอกนิติ”ชี้ Moody’s มองไทยแกร่ง รับมือวิกฤตได้

ทันหุ้น

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 10.06 น.

#ทันหุ้น “เอกนิติ”ชี้ Moody’s มองไทยแกร่ง รับวิกฤตได้ เหตุเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจดันลงทุนพลังงานสะอาดโต18%ยันออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะช่วยบรรเทาวงจรผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มาจากวิกฤตพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังกล่าวถึงกรณีที่ Moody’s ยกให้ไทยมีความสามารถในการรับแรงกระแทกจากวิกฤตได้ดีว่า เป็นผลมาจากที่เราได้เคยชี้แจงกับMoody’s ว่าไทยมีแผนที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเราเน้นการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งจะเห็นได้ว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ จากการปลดล็อกกฎระเบียบการลงทุน เพื่อให้การลงทุนเกิดขึ้นเร็วขึ้น หรือ BOI Fast Pass มีการลงทุนจริงในไตรมาสที่หนึ่ง สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 18 %

ขณะที่ Moody’s มองว่าไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล, มีทุนสำรองทางการสูงถึง 2.8 แสนล้านเหรียญ และหากนับรวม Forward อีก 2 หมื่นล้านเหรียญ ไทยจะมีทุนสำรองรวม 3 แสนล้านเหรียญ เทียบเท่ากับการนำเข้าสินค้า10 เดือน ,หนี้ต่างประเทศ ที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี หากถอนออกนอกประเทศหมด ไทยก็ยังเหลือทุนสำรอง 2.5 เท่าของหนี้ต่างประเทศ

ส่วนด้านอัตราการว่างงาน ไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1 % เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำ แม้ว่าล่าสุดจากวิกฤตพลังงาน ทำให้ระดับเงินเฟ้อพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 2.9 % อันเป็นผลจากต้นทุนในประเทศที่สูงขึ้นก็ตาม

นายเอกนิติ ยังกล่าวด้วยว่า Moody’s ยังมองพันธบัตรของรัฐบาลไทยว่า มีความยึดหยุ่นสูง และเป็นตลาดที่มีความลึก โดย 99 % เป็นเงินกู้ที่รัฐบาลกู้จากในประเทศ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยพันธบัตรอายุ 2 ปี ดอกเบี้ยเพียง 1.2 % ต่อปีเท่านั้น ,ส่วนที่อายุ 10 ปีอยู่ที่เพียง 2.1 % -2.2%

เขายังกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะช่วยบรรเทาวงจรผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่มาจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งหากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ประเทศจะเสียหาย เพราะสิ่งที่เราเห็นคือ วิกฤตพลังงาน ได้ส่งผลกระทบเป็นระลอก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้น แปลว่าค่าครองชีพสูงขึ้นด้วย

เงินในกระเป๋าของเรารายได้ขึ้นไม่ทัน เพราะฉะนั้นค่าครองชีพของเราจะถูกกระทบ สิ่งที่ตามมาถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ธุรกิจกำไรจะลดลง หรืออาจขาดทุน คนอาจตกงาน เราปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเข้ามาช่วยดูแลปากท้อง ถ้าไม่ทำอะไรเลย ไม่โดนด่า แต่ประเทศพัง มันรับไม่ได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ถ้าประเทศพังไม่เฉพาะประเทศพัง แต่คนไทยที่จะตกงาน ค่าครองชีพคนสูงขึ้น รายได้ หด ที่เราเรียกว่าเป็น Double Squeeze คือต้นทุนขึ้น รายได้หดนายเอกนิติ กล่าว ดังนั้นเราไม่อยากให้ปัญหาลามไปจนถึงคนตกงาน และธุรกิจปิดกิจการ ถ้าไปทุกตรงนั้น GDP ก็หดตัวอยู่ดีและหนี้สาธารณะต่อ GDP ก็จะสูงขึ้น จนชนเพดานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70 %ของ GDP อยู่ดี

ด้านนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรมว.คลังกล่าวว่า เงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากภาคขนส่ง และพลังงานหากไม่มีมาตรการใดมาบรรเทาปัญหา ต่อไปเงินเฟ้อจะแผ่ขยายไปเป็นวงกว้าง และกลายเป็นปัญหาของแพง และในที่สุดส่งผลต่อกำลังซื้อที่หดตัวลง และที่สำคัญ ปัญหาหนี้คัวเรือนของไทย ที่ปัจจุบันสูงเกือบ 90 % ของ GDP หากรัฐบาลไม่มีมาตรการบรรเทาผลกระทบ และปล่อยให้ภาคครัวเรือนรับปัญหาเต็มๆ ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนของไทยก็จะฟื้นยากขึ้นในอนาคต และSME จะยิ่งเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

ถ้าเราไม่ได้ทำอะไร GDP ของประเทศก็จะหดตัวลง เพราะทุกครั้งที่เกิดช็อกทางเศรษฐกิจ GDP จะเตี้ยลง และกลายเป็นแผลเป็นที่เกิดจากการล้มเขากล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...