DW ถือยาวไม่ได้ จริงหรือไม่
#ทันหุ้น-เคยไหม? หุ้นแม่ยังไม่ลง แต่ราคา DW กลับค่อย ๆ ลดลงเอง นั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นกลไกสำคัญของ DW ที่นักลงทุนต้องเข้าใจ ข้อมูลจากทีม Structured Product หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า DW ปกติออกแบบมาให้เก็งกำไรระยะสั้น ไม่ควรถือเกิน 1-2 วัน สิ่งที่ทำให้ DW ถือยาวไม่ได้มาจากค่าเสื่อมราคา (Time Decay) โดย DW01 ซีรีส์มาตรฐาน เช่น ซีรีส์ A มักมีอัตราทดสูง ทำให้ราคาขยับแรง จึงเหมาะกับการเทรดระยะสั้น แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือค่าเสื่อมเวลาที่สูงตามไปด้วย บางครั้งถือเพียง 1–2 วัน ราคาก็อาจลดลง 1 ช่องได้ แม้ว่าหุ้นแม่จะยังไม่ปรับตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากไม่สามารถถือเกาะแนวโน้มได้จริง เพราะแรงกดดันจากราคาที่ค่อย ๆ ลดลงจาก ค่าเสื่อมเวลา
อย่างไรก็ตาม การถือ DW หลายวันสามารถทำได้ หากเลือกซีรีส์ที่เหมาะสม เช่น DW ซีรีส์ T ที่ถูกออกแบบมาให้มีค่าเสื่อมเวลาต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนสามารถถือได้นานขึ้นและเกาะแนวโน้มของหุ้นแม่ได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น หุ้น KTB ที่เกิดการ Breakout จากกรอบสะสมและเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ราคาประมาณ 29.25 บาท หากเลือกซื้อ DW รุ่น KTB01C2701T ที่ราคา 0.20 บาท และถือมาจนปัจจุบันที่ราคาหุ้นขึ้นมาประมาณ 35.50 บาท จะพบว่าหุ้นแม่ปรับขึ้นประมาณ 21% ขณะที่ DW ให้ผลตอบแทนประมาณ 50%
แม้ว่าหลายคนอาจมองว่า DW ซีรีส์ A ที่มีอัตราทดสูงกว่าจะให้ผลตอบแทนมากกว่าในตลาดขาขึ้น ซึ่งก็เป็นความจริง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือค่าเสื่อมเวลาที่สูงตามมา หากถือหลายวันอาจเจอกับแรงกดดันจากค่าเสื่อมเวลาทำให้เกิดความไม่มั่นใจและตัดสินใจขายออกก่อนไม่สามารถถือเกาะแนวโน้มได้
ในขณะที่ DW ซีรีส์ T มีค่าเสื่อมเวลาที่ต่ำกว่า เช่น อาจใช้เวลาประมาณ 5-7 วันกว่าราคาจะลดลง 1 ช่อง ส่งผลให้นักลงทุนมีความสบายใจมากขึ้น ลดความกังวลจากค่าเสื่อมเวลาลงและทำให้สามารถตัดสินใจถือเกาะแนวโน้มได้
ดังนั้น DW ไม่ได้ถือยาวไม่ได้เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุน หากต้องการเทรดสั้น เน้นความเร็ว DW ซีรีส์ทั่วไปอาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการถือเกาะแนวโน้มในหุ้นขาขึ้น DW ซีรีส์ T ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดแรงกดดันจาก Time Decay และเปิดโอกาสให้สร้างผลตอบแทนจากเทรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดีสามารถค้นหา DW ที่น่าสนใจได้ที่ www.blswarrant.com
คำเตือน ก่อนการซื้อขาย DW นักลงทุนควรวางแผนบนตารางราคาทุกครั้ง และต้องมีจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาเคลื่อนไหวต่างไปจากที่คาดการณ์ นักลงทุนทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งบริษัทไม่รับรองผลกำไร/ผลขาดทุนจากการลงทุนของท่าน