โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ราคาน้ำมันดิบโลก” พุ่งแรงเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง พิษสงครามยืดเยื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"ราคาน้ำมันดิบโลก" พุ่งแรงเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ การปิดช่องแคบฮอร์มุซและเกมปิดล้อมทางทะเลกดดัน

วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.19 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ โดยความกังวลด้านอุปทานพลังงานทวีความรุนแรงขึ้น หลังทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างยึดเรือของกันและกัน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด

*น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.25% แตะระดับ 105.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.14% สู่ระดับ 96.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*

แม้จะมีสัญญาณบวกจากการที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงขยายเวลาการหยุดยิงออกไป หลังการหารือที่ทำเนียบขาวร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดีมากผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social แต่ตลาดยังคงตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก

ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว ซึ่งเดิมกำหนดไว้ 10 วัน ถูกขยายออกไปเพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตดำเนินต่อไป โดยสหรัฐฯ ยังให้คำมั่นสนับสนุนเลบานอนในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคง เพื่อต้านทานภัยคุกคามจากกลุ่มเฮซบอลเลาะห์

อย่างไรก็ตาม แม้การหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ แต่รูปแบบความขัดแย้งได้เปลี่ยนไปสู่สงครามทางเศรษฐกิจผ่านการปิดล้อมทางทะเล ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ยังคงไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ธนาคาร Commonwealth Bank of Australia ระบุในรายงานว่า ยิ่งช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเท่าใด ต้นทุนทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจำเป็นต้องยอมถอยในที่สุด

ก่อนเกิดความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซมีการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมากถึงประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ปริมาณดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า สหรัฐอาจเป็นฝ่ายที่ต้องยอมผ่อนคลายแรงกดดันก่อน เนื่องจากต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์จะยกระดับไปสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหญ่ ซึ่งอาจผลักดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านFatih Birol ผู้อำนวยการบริหารของ International Energy Agency ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า โลกกำลังเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคงพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

เขาระบุว่า ปัจจุบันอุปทานน้ำมันได้หายไปจากตลาดแล้วราว 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมทั้งเกิดความปั่นป่วนในสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง

ก่อนหน้านี้ Birol ยังเคยเตือนว่า สงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยเผชิญ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงานในระยะยาว

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...