เปิดผังอำนาจเตหะราน ใครคือผู้กุมบังเหียนนโยบายในยามวิกฤต?
วิเคราะห์ภาวะผู้นำอิหร่านหลังการเปลี่ยนผ่านสู่ "มุจตาบา คาเมเนอี" ท่ามกลางกระแสข่าวอาการบาดเจ็บรุนแรง อำนาจการตัดสินใจแตกกระจายระหว่างกลุ่มการเมืองและกองกำลัง IRGC ส่งผลต่อนโยบายปิดช่องแคบฮอร์มุซ "โดนัลด์ ทรัมป์" ชี้ภาวะผู้นำอิหร่านไร้เอกภาพ กดดันเตหะรานยื่นข้อเสนอที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวเพื่อยุติศึก
25 เมษายน 2569 BBC รายงานว่านับตั้งแต่การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คำถามสำคัญที่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคคือ "ใครคือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในเตหะราน?"
แม้ตามโครงสร้างอย่างเป็นทางการ นายมุจตาบา คาเมเนอี จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) แทนบิดาที่เสียชีวิตในวันแรกของสงคราม แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ากระบวนการสั่งการเชิงยุทธศาสตร์มีความคลุมเครืออย่างยิ่ง
สภาวะสุญญากาศเหนือยอดปิรามิดอำนาจ
มีรายงานว่านายมุจตาบาไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่รับตำแหน่ง โดยมีกระแสข่าวระบุว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีระลอกแรก ซึ่งส่งผลกระทบต่อใบหน้าและขัดขวางความสามารถในการสื่อสาร สถานการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการเมืองอิหร่านที่ปกติต้องพึ่งพา "การแสดงออกเชิงอำนาจ" ผ่านสุนทรพจน์และการประสานรอยร้าวระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ
เอกภาพที่ถูกเคลือบแคลงและแรงกดดันจากสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ให้ทัศนะต่อโครงสร้างอำนาจของอิหร่านในปัจจุบันไว้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการเจรจาสันติภาพและการเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน
"ผู้นำอิหร่านอยู่ในสภาวะ 'แตกแยก' และสหรัฐฯ กำลังรอคอยให้เตหะรานนำเสนอ 'ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ' เพียงหนึ่งเดียว"
แม้ทางการอิหร่านจะพยายามส่งข้อความผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังประชาชนว่า "ไม่มีการแบ่งฝ่ายสายเหยี่ยวหรือสายพิราบในอิหร่าน มีเพียงชาติเดียวและแนวทางเดียว" แต่ข้อเท็จจริงในภาคปฏิบัติกลับสะท้อนภาพที่ตรงกันข้าม โดยเฉพาะความขัดแย้งในคำสั่งเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เปลี่ยนไปมาในช่วงที่ผ่านมา
กองกำลัง IRGC กับอำนาจตัดสินใจเหนือทรัพยากรพลังงาน
ในขณะที่ฝ่ายการทูตภายใต้การนำของรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี และประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน พยายามขับเคลื่อนการเจรจา แต่อำนาจที่แท้จริงเหนือ "ไพ่ตาย" ทางเศรษฐกิจอย่างช่องแคบฮอร์มุซ กลับตกอยู่ในมือของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ภายใต้การนำของ อาหมัด วาฮิดี
สภาวะดังกล่าวสะท้อนว่าเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายทหาร (Operational Autonomy) ได้ขยายตัวกว้างขึ้นอย่างมากในสภาวะสงคราม โดยมักจะใช้มาตรการทางทหารนำหน้าการประกาศนโยบายทางการเมือง ส่งผลให้การกำหนดกลยุทธ์ในภาพรวมขาดทิศทางที่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกัน (Vacuum of Interpretation)
การก้าวขึ้นมาของ "กาลิบาฟ" ในฐานะตัวแทนการเจรจา
ท่ามกลางความคลุมเครือนายโมฮัมหมัด-บากีร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและอดีตผู้บัญชาการ IRGC ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทโดดเด่นในฐานะผู้เจรจาหลัก โดยเขาพยายามนำเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติ (Pragmatic) มากกว่าอุดมการณ์สุดโต่ง อย่างไรก็ตาม บทบาทของเขาเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากกลุ่มอนุรักษนิยมภายในประเทศที่มองว่าการเจรจาคือสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ
บทสรุป: ระบบที่ยังคงอยู่แต่ไร้เอกภาพในการขับเคลื่อน
โครงสร้างทางการเมืองของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังคงทำงานได้ตามกลไก แต่ขาดความสอดประสานเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนอำนาจต่อรองที่มี (เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางการทูตที่เป็นรูปธรรม
"อำนาจของผู้นำสูงสุดมีอยู่จริงแต่ไม่ได้ถูกใช้ให้เห็นเด่นชัด ฝ่ายบริหารอยู่ในแนวทางเดียวกับระบอบแต่ไม่ได้เป็นผู้นำ ฝ่ายทหารถือกลไกสำคัญแต่ไร้สถาปนิกทางกลยุทธ์ที่สาธารณชนยอมรับ"
ความท้าทายสำคัญของเตหะรานในขณะนี้คือการพิสูจน์ว่า เอกภาพที่รัฐบาลกล่าวอ้างนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์เพื่อปกปิดความระส่ำระสายภายในที่กำลังถูกบีบคั้นจากแรงกดดันมหาศาลรอบด้านเท่านั้น