โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

29 เม.ย.นี้ นายกฯ อนุทิน ประกาศร่วม 21 หน่วยงาน ทำสงครามกวาดล้างนอมินี

เดลินิวส์

อัพเดต 25 เมษายน 2569 เวลา 1.37 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายกฯ เป็นประธาน 21 หน่วยงาน ทำสงครามกวาดล้าง ธุรกิจนอมินี 29 เม.ย.นี้ ด้านกรมพัฒนา เผยปีนี้ยอดกลุ่มเสี่ยงตั้งนอมินีลดลง 75%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยความคืบหน้าการปราบธุรกิจนอมินีผิดกฎหมายว่า ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันของ 21 หน่วยงาน ในการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินี ภายใต้แนวคิด ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี เพื่อเป็นการประกาศการทำสงครามกวาดล้างธุรกิจนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมายในไทยเต็มรูปแบบ และขณะเดียวกันรัฐบาลพร้อมดูแลธุรกิจต่างชาติที่ทำถูกกฎหมายให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบกอบด้วย หน่วยงานทางเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ และด้านความมั่นคง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร กรมศุลกากร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร กรมการท่องเที่ยว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นต้น

นายพูนพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการกวาดล้างธุรกิจนอมินี และปัญหาบัญชีม้านิติบุคคล ในส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง มีบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่พยายามจดทะเบียนใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไตรมาสแรกของปี 69 มีการจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงเพียง 1,373 บริษัท ลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยิ่งลดต่ำลงอย่างมากในช่วงเดือนเม.ย.ที่ยอดลดลงถึง 75% ผลลัพธ์นี้เกิดจากการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เช่น การบังคับให้ส่งหลักฐานทางการเงินและการยืนยันตัวตนก่อนรับจดทะเบียน

ส่วนของการจัดการบัญชีม้านิติบุคคล พบว่าสถิติลดลงเช่นกัน โดยตลอดปี 68 มียอดถึง 549 บริษัท แต่ล่าสุดในไตรมาสแรกปี 69 เหลือเพียง 10 บริษัท ซึ่งเป็นผลจากที่กรมฯ ได้เพิ่มความเข้มข้น ในการออกกฎหมายบังคับใช้ 4 คำสั่งและ 2 ประกาศ เพื่อสกัดกั้นขบวนการเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศเพื่อขยายผลตรวจเชิงลึกใน 27 พื้นที่ ครอบคลุม 10 จังหวัดเศรษฐกิจ โดยมีการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีสูงถึง 6,709 ราย รวมถึงประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินอีกกว่า 534 ราย และส่งเรื่องให้ดีเอสไอ รวมถึง บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับการปฏิบัติการในภาคสนาม เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจเป้าหมาย 15 พื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงเดือนเม.ย.69 โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ฟาร์มกัญชาในจังหวัดกระบี่, พื้นที่โค เวิร์กกิง สเปซ ในเขตห้วยขวาง, ธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตและพัทยา รวมถึงการตรวจสอบกรณีร้องเรียนล้งมะพร้าว ในพื้นที่สมุทรสาครและราชบุรี ทำให้นอกจาก ปราบปรามผู้กระทำผิดได้แล้ว ยังป้องปรามไม่ให้เกิดการนอมินีรายใหม่ในอุตสาหกรรมสำคัญของไทยอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...