พลังงานเดือด ฉุดหุ้นโลก จากเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไร้ทิศทาง
#ทันหุ้น-ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลง 443 จุด หรือราว 0.96% ในการซื้อขายวันศุกร์ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน แม้จะมีสัญญาณจากผู้นำสหรัฐเกี่ยวกับความพยายามลดระดับความตึงเครียด แต่ทิศทางข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง โดยในช่วงปิดตลาดพบว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไร และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงต่อเนื่อง และนับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งยาวนานที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งและกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้ออีกครั้ง ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดทั้งสัปดาห์ หลังบรรยากาศการลงทุนที่เคยเริ่มนิ่งในช่วงต้นสัปดาห์พลิกกลับจากเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค ขณะเดียวกันในเชิงโครงสร้าง ยุโรปยังคงเปราะบางต่อราคาพลังงาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงยังดำเนินต่อไป
นอกจากนี้ แม้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด แต่ท่าทีของผู้กำหนดนโยบายเริ่มเปลี่ยนไป โดยมีสัญญาณว่าอาจกลับมาพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงถัดไป หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย นักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงไตรมาสสองของปี และตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งภายในปีนี้ ซึ่งต่างจากมุมมองเดิมก่อนเกิดความขัดแย้ง เช่นเดียวตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ด้วยแรงขายอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลงแรงกว่า 3% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังทั้งสหรัฐและ
อิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง โดยความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ระบบน้ำจืดและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้าง นักลงทุนจึงยังคงหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง และจับตาพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางตลาดโลก โดยยังถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยอาจได้รับแรงพยุงบางส่วนจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนการดำรงชีพในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ระดับเงินปันผลของหุ้นไทยที่ยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจเป็นอีกปัจจัยช่วยรองรับตลาดได้
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นวันแรก ในขณะที่ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 และ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทางขาลง