โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง 'ไม่พอ' ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง ‘ไม่พอ’ ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่

หลังคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ท่ามกลางข้อสงสัยทีมสืบสวนได้หาหลักฐาน จนพบว่ารถปิกอัพที่เป็นพาหนะกลุ่มมือสังหารเป็นรถทางราชการ จากนั้นมีการแถลงของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จนกลายเป็นประเด็นดราม่า และทำให้ชาวบ้านบางส่วนเรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่

จนล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ครั้งแรก หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวคำขอโทษต่อประชาชนในกรณีที่เกิดขึ้น

นายอับดุลสุโก ดินอะ รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ และที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ มติชน ว่า คำพูดของแม่ทัพภาค 4 ที่มีการเหมารวมถึง สามพี่น้องการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา จึงมีมติประชุมกันมีข้อเสนอไปยัง ข้อที่ 1.แม่ทัพต้องมีการขอโทษผ่านสื่อรวมทั้งจัดการไอโอ (IO) ที่เป็นคนของรัฐ ที่อยู่ในค่าย บางคนใช้ภาษีประชาชนมาสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นข้อที่ท่านได้ทำแล้วคือการขอโทษ แต่ยังไม่ได้ทำในเรื่องของการจัดการ IO โดยเฉพาะในวันนี้มีเพจของกอ.รมน. ฉก.นราธิวาส ยังพาดพิงสถาบันปอเนาะตาดีกาและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เพราะฉะนั้นคำขอโทษยังต้องดูเรื่องความจริงใจและพฤติกรรม

“ในช่วงที่ไปพบท่านนายกรัฐมนตรี และอาจารย์วันนอร์ มีความเป็นกันเอง เรื่องการให้อภัยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูความจริงใจ ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 21 เมษายนนี้ คือการให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 หากไม่ย้ายเราก็จะไม่ร่วมทุกกิจกรรม กล่าวคือหลังจากขอโทษแล้วก็ต้องดูว่าจะจัดการเรื่อง IO อย่างไร คือขณะนี้เรารอดูท่าทีหลังการขอโทษเพื่อดูว่ามีความจริงใจหรือไม่”

เมื่อถามว่า แม่ทัพภาค 4 ขอโทษแล้วมีคลายความกังวลอย่างไรหรือไม่ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เปิดใจว่า แม่ทัพขอโทษแล้วก็คลายความกังวลลง แต่ต้องรอดูความจริงใจในทางปฏิบัติด้วยเพราะปัจจุบันยังคงมี IO ทำงานอยู่ ซึ่งเราไม่เชื่อว่าแม่ทัพหรือผู้บังคับบัญชาจะไม่ทราบว่ามีปฏิบัติการ IO ปฏิบัติการ IO คือการสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก จุดยืนเราคือสร้างความสงบสุขที่ต้องอยู่บนฐานความจริง IO แบบนี้ทำให้คนไม่เคยรู้จักกันเกลียดชังกัน เราจะอยู่กันเช่นนี้หรือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นแรงผลักที่กำหนดว่าเราจะไปพบนายกฯ อีกครั้งหรือไม่

ขณะที่ ดร.มังโสด หมะเต้ะ เลขานุการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนชายแดนใต้ สะท้อนเสียงของพี่น้อง สามสหายสถาบันการศึกษาชายแดนใต้ ถึงนายกรัฐมนตรีฯ หลังเป็นประเด็นขึ้นมาจากการตั้งโต้ะแถลงข่าวของพลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กับ มติชน ไว้อย่างน่าสนใจว่า

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ข้อเรียกร้องที่เราได้สื่อสารไปไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่เป็นเรื่องของ ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่น ของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะรร.สถาบันปอเนาะและรร.ตาดีกา ซึ่งจากที่ได้คุยวันนั้น ข้อเสนอหลักมี 3 เรื่องสำคัญคือ 1.เรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษผ่านสื่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ เพื่อฟื้นศักดิ์ศรีให้กับสถาบัน 2. ขอให้รัฐบาลสั่งยุติปฏิบัติการ IO ที่สร้างความเข้าใจผิดและวาทกรรมเกลียดชังต่อโรงเรียนศาสนา และ 3.การใช้แนวทาง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาโดยมีอาจารย์วันนอร์ เข้ามาเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับผู้นำศาสนา

ส่วนประเด็นที่ว่า รัฐมนตรีกลาโหม และแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาขอโทษแล้ว เพียงพอหรือไม่ ดร.มังโสด เผยว่า ในแง่หนึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสปิริตที่ดี เป็นการลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงได้ระดับหนึ่ง แต่หากถามว่าเพียงพอหรือไม่ คำตอบคือ ยังไม่เพียงพอหรอก ตราบใดที่ปฏิบัติการ IO ยังดำเนินอยู่ เพราะในทางปฏิบัติยังพบว่ามีการสื่อสารในเชิงลบจากบางหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ มันถูกทำให้เชื่อว่ามาจาก กอ.รมน.

“ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นลักษณะตบหัวแล้วลูบหลัง ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่ในระยะใกล้ ไม่มีทางเลยเพราะความรู้สึกมันไปไกลมากแล้ว ความกังวลจึงยังคงอยู่”

วาทะของแม่ทัพภาคที่ 4 พาดพิงปอเนาะว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ส่งผลกระทบพื้นที่รุนแรง เลขานุการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนชายแดนใต้ เผยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการนำเสนอภาพบางส่วน เช่น ภาพการฝึกอาวุธ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดหรือข้อมูลเก่า มาขยายความจนทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อสถาบันทั้งหมด

แต่ในความเป็นจริง ปอเนาะและตาดีกาส่วนใหญ่คือเปรียบเสมือนรากแก้วของชุมชนทำหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม ป้องกันเยาวชนจากยาเสพติด และรักษาอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม ปัจจุบันหลายแห่งได้พัฒนาเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานทั้งศาสนาและสามัญ และสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่สังคมและมหาวิทยาลัยได้

“ผมเองก็เคยทำงานภาคประชาสังคมมานาน สิ่งที่ภาคประชาชนต้องการจึงไม่ใช่เพียงคำอธิบาย แต่คือ ความจริงใจจากรัฐ ในการหยุดสร้างภาพจำด้านลบ และหันมาสนับสนุนสถาบันเหล่านี้ในฐานะพลังของสันติภาพ” ดร.มังโสดกล่าวทิ้งท้ายและฝากถึงรัฐบาลว่า

“คำขอโทษอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่จะเป็นแค่ยุทธวิธีหรือจุดเปลี่ยนของสันติภาพนั้น วัดกันที่การกระทำหลังจากนี้ โดยเฉพาะคำถามสำคัญคือปฏิบัติการ IO ที่สร้างความเกลียดชังจะหยุดได้จริงหรือไม่ เพราะความเชื่อใจของประชาชนสร้างยาก แต่พังได้ง่าย เพียงปลายนิ้วบนคีย์บอร์ด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง ‘ไม่พอ’ ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...