สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง 'ไม่พอ' ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่
สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง ‘ไม่พอ’ ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่
หลังคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ท่ามกลางข้อสงสัยทีมสืบสวนได้หาหลักฐาน จนพบว่ารถปิกอัพที่เป็นพาหนะกลุ่มมือสังหารเป็นรถทางราชการ จากนั้นมีการแถลงของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จนกลายเป็นประเด็นดราม่า และทำให้ชาวบ้านบางส่วนเรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่
จนล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ครั้งแรก หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวคำขอโทษต่อประชาชนในกรณีที่เกิดขึ้น
นายอับดุลสุโก ดินอะ รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ และที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ มติชน ว่า คำพูดของแม่ทัพภาค 4 ที่มีการเหมารวมถึง สามพี่น้องการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา จึงมีมติประชุมกันมีข้อเสนอไปยัง ข้อที่ 1.แม่ทัพต้องมีการขอโทษผ่านสื่อรวมทั้งจัดการไอโอ (IO) ที่เป็นคนของรัฐ ที่อยู่ในค่าย บางคนใช้ภาษีประชาชนมาสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นข้อที่ท่านได้ทำแล้วคือการขอโทษ แต่ยังไม่ได้ทำในเรื่องของการจัดการ IO โดยเฉพาะในวันนี้มีเพจของกอ.รมน. ฉก.นราธิวาส ยังพาดพิงสถาบันปอเนาะตาดีกาและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เพราะฉะนั้นคำขอโทษยังต้องดูเรื่องความจริงใจและพฤติกรรม
“ในช่วงที่ไปพบท่านนายกรัฐมนตรี และอาจารย์วันนอร์ มีความเป็นกันเอง เรื่องการให้อภัยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูความจริงใจ ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 21 เมษายนนี้ คือการให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 หากไม่ย้ายเราก็จะไม่ร่วมทุกกิจกรรม กล่าวคือหลังจากขอโทษแล้วก็ต้องดูว่าจะจัดการเรื่อง IO อย่างไร คือขณะนี้เรารอดูท่าทีหลังการขอโทษเพื่อดูว่ามีความจริงใจหรือไม่”
เมื่อถามว่า แม่ทัพภาค 4 ขอโทษแล้วมีคลายความกังวลอย่างไรหรือไม่ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เปิดใจว่า แม่ทัพขอโทษแล้วก็คลายความกังวลลง แต่ต้องรอดูความจริงใจในทางปฏิบัติด้วยเพราะปัจจุบันยังคงมี IO ทำงานอยู่ ซึ่งเราไม่เชื่อว่าแม่ทัพหรือผู้บังคับบัญชาจะไม่ทราบว่ามีปฏิบัติการ IO ปฏิบัติการ IO คือการสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก จุดยืนเราคือสร้างความสงบสุขที่ต้องอยู่บนฐานความจริง IO แบบนี้ทำให้คนไม่เคยรู้จักกันเกลียดชังกัน เราจะอยู่กันเช่นนี้หรือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นแรงผลักที่กำหนดว่าเราจะไปพบนายกฯ อีกครั้งหรือไม่
ขณะที่ ดร.มังโสด หมะเต้ะ เลขานุการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนชายแดนใต้ สะท้อนเสียงของพี่น้อง สามสหายสถาบันการศึกษาชายแดนใต้ ถึงนายกรัฐมนตรีฯ หลังเป็นประเด็นขึ้นมาจากการตั้งโต้ะแถลงข่าวของพลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กับ มติชน ไว้อย่างน่าสนใจว่า
การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ข้อเรียกร้องที่เราได้สื่อสารไปไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่เป็นเรื่องของ ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่น ของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะรร.สถาบันปอเนาะและรร.ตาดีกา ซึ่งจากที่ได้คุยวันนั้น ข้อเสนอหลักมี 3 เรื่องสำคัญคือ 1.เรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษผ่านสื่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ เพื่อฟื้นศักดิ์ศรีให้กับสถาบัน 2. ขอให้รัฐบาลสั่งยุติปฏิบัติการ IO ที่สร้างความเข้าใจผิดและวาทกรรมเกลียดชังต่อโรงเรียนศาสนา และ 3.การใช้แนวทาง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาโดยมีอาจารย์วันนอร์ เข้ามาเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับผู้นำศาสนา
ส่วนประเด็นที่ว่า รัฐมนตรีกลาโหม และแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาขอโทษแล้ว เพียงพอหรือไม่ ดร.มังโสด เผยว่า ในแง่หนึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสปิริตที่ดี เป็นการลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงได้ระดับหนึ่ง แต่หากถามว่าเพียงพอหรือไม่ คำตอบคือ ยังไม่เพียงพอหรอก ตราบใดที่ปฏิบัติการ IO ยังดำเนินอยู่ เพราะในทางปฏิบัติยังพบว่ามีการสื่อสารในเชิงลบจากบางหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ มันถูกทำให้เชื่อว่ามาจาก กอ.รมน.
“ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นลักษณะตบหัวแล้วลูบหลัง ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่ในระยะใกล้ ไม่มีทางเลยเพราะความรู้สึกมันไปไกลมากแล้ว ความกังวลจึงยังคงอยู่”
วาทะของแม่ทัพภาคที่ 4 พาดพิงปอเนาะว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ส่งผลกระทบพื้นที่รุนแรง เลขานุการสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนชายแดนใต้ เผยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการนำเสนอภาพบางส่วน เช่น ภาพการฝึกอาวุธ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดหรือข้อมูลเก่า มาขยายความจนทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อสถาบันทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง ปอเนาะและตาดีกาส่วนใหญ่คือเปรียบเสมือนรากแก้วของชุมชนทำหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม ป้องกันเยาวชนจากยาเสพติด และรักษาอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม ปัจจุบันหลายแห่งได้พัฒนาเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานทั้งศาสนาและสามัญ และสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่สังคมและมหาวิทยาลัยได้
“ผมเองก็เคยทำงานภาคประชาสังคมมานาน สิ่งที่ภาคประชาชนต้องการจึงไม่ใช่เพียงคำอธิบาย แต่คือ ความจริงใจจากรัฐ ในการหยุดสร้างภาพจำด้านลบ และหันมาสนับสนุนสถาบันเหล่านี้ในฐานะพลังของสันติภาพ” ดร.มังโสดกล่าวทิ้งท้ายและฝากถึงรัฐบาลว่า
“คำขอโทษอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่จะเป็นแค่ยุทธวิธีหรือจุดเปลี่ยนของสันติภาพนั้น วัดกันที่การกระทำหลังจากนี้ โดยเฉพาะคำถามสำคัญคือปฏิบัติการ IO ที่สร้างความเกลียดชังจะหยุดได้จริงหรือไม่ เพราะความเชื่อใจของประชาชนสร้างยาก แต่พังได้ง่าย เพียงปลายนิ้วบนคีย์บอร์ด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สปิริต มทภ.4 ลดดีกรีเดือด แต่ยัง ‘ไม่พอ’ ดับไฟใต้ เหมือนตบหัวลูบหลัง ขอโทษแต่ IO ยังทำงานอยู่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th