‘พิพัฒน์’ ไฟเขียวอัดฉีด 2,000 ล้าน ตรึงค่าโดยสาร ทรานส์ฟอร์มขนส่งไทยสู่ยุค EV เต็มสูบ
"พิพัฒน์" คิกออฟวิสัยทัศน์ "DLT Next 2026" พลิกโฉมขนส่งไทย ชูแผนความปลอดภัยระดับโลก อัดฉีด 2.000 ล้านบาท ตรึงค่าโดยสาร ทรานส์ฟอร์มสู่ยุค EV เต็มสูบ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษและยุทธศาสตร์ใหม่ของกรมการขนส่งทางบกในงาน DLT Next 2026 ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข ประกาศแผนปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะไทย โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกร่วมงาน ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า แผนงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ จะเน้นการเปลี่ยนผ่านที่ประชาชนจะสัมผัสได้จริงผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
1. การปฏิวัติสู่พลังงานสีเขียว เดินหน้าเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะสู่ระบบ EV แบบครบวงจร ทั้งแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก โดยรัฐจะเข้าไปอุดหนุนและแก้ปัญหา ทั้งระบบ เช่น การเพิ่มสถานีชาร์จ ลดเบี้ยประกันภัย และแก้ปัญหาอะไหล่ขาดแคลน
พร้อมประกาศข่าวดีรถเมล์ร้อนจะหายไป โดย ขสมก. จะนำรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันมาให้บริการแทน รวมถึง บขส. ที่เตรียมศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero)ในปี 2593
2. ยกระดับความปลอดภัยเทียบเท่าการบิน โดยเตรียมปรับโครงสร้างตั้ง ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง บูรณาการการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึกทุกมิติ ทั้งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ ด้านกรมการขนส่งทางบกจะคุมเข้มมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์และผู้ขับขี่
ที่สำคัญจะมีมาตรการผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้าง ต้องมีกองทุนเยียวยา หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมจ่ายชดเชยประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ต้องรอ
3. มาตรการตรึงค่าโดยสาร ลดค่าครองชีพ โดยเดินหน้าโครงการDLT พร้อมซัปพอร์ต อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2,060 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทุกกลุ่ม ตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รถตู้ รถบัส ไปจนถึงรถบรรทุกโลจิสติกส์ เพื่อพยุงสภาพคล่องและ ตรึงค่าโดยสาร ไม่ให้เป็นภาระประชาชน
ขณะเดียวกัน จะเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ให้รถสาธารณะเป็น Feeder เชื่อมต่อล้อ - ราง - เรือ เพื่อปรับลดภาระค่าเดินทางของผู้โดยสารลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า ให้ทุกหน่วยงานคมนาคมบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือความสุขของคนไทย
ด้าน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเปิดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กร โดยเน้นย้ำความสำเร็จในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผ่าน 8 ผลงานเด่น เช่น การปรับเงินกองทุน กปถ. มาใช้อุดหนุนความปลอดภัยรถสาธารณะโดยตรง โครงการ “Taxi ดีพร้อม” ติด QR Code ตรวจสอบประวัติคนขับเรียลไทม์ ระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน e-Learning และการจัดระเบียบความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนและรถกระบะดัดแปลง
นอกจากนี้ ได้เผยแผนงานสำคัญในระยะต่อไป ที่จะพลิกโฉม ขบ. สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ได้แก่ การดึงเทคโนโลยี AI และ CCTV คุมเข้มสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วประเทศ เพิ่มความโปร่งใสและแม่นยำ โครงการ DLT EV Roadmap เปลี่ยนผ่านรถสาธารณะและแท็กซี่เป็น EV ภายใน 5 ปี พร้อมปรับโครงสร้างภาษีรถ EV เพื่อสร้างแรงจูงใจ
การยกระดับความปลอดภัยรถโรงเรียนสู่มาตรฐานระดับสากล ระบบ GPS TWO-WAY แจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงและเส้นทางอันตรายแบบเรียลไทม์ และ เปิดตัว DLT One App ซูเปอร์แอปที่รวมทุกบริการของกรมการขนส่งทางบกไว้ในที่เดียว ทั้งต่อทะเบียน ต่อใบขับขี่ดิจิทัล และชำระภาษี จบครบในแอปเดียว
กรมการขนส่งทางบก มุ่งขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุก โดยนำเทคโนโลยีและฐานข้อมูลมาใช้ยกระดับการให้บริการ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมั่นใจ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนน ภายใต้แนวคิด DLT NEXT 2026 ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ฝ่าวิกฤตพลังงาน ทางรอดรถโดยสารประจำทาง
- 'พิพัฒน์' ชงครม. สัญจรนัดแรกหาดใหญ่ ปลายเดือนพ.ค.นี้
- 'พิพัฒน์' ไฟเขียวปรับโครงสร้างตั้ง 'ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง'
ติดตามเราได้ที่