โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ ชี้สงครามส่อแววสงบ ดันฟันด์โฟลว์ลุยสินทรัพย์เสี่ยง ชูเก็บหุ้นเด่น “ERW-CPALL-CBG”

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
บล.เอเซีย พลัส ชี้สงครามส่อแววสงบ ดันฟันด์โฟลว์ลุยสินทรัพย์เสี่ยง เตือน IMF หั่น GDP ไทยต่ำสุดในภูมิภาค ชูเก็บหุ้นลงลึกรับอานิสงส์ ERW-CPALL-CBG นำทีม

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดหุ้นกำลังคาดหวังถึงการสิ้นสุดของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าอิหร่านติดต่อขอเจรจารอบ 2 โดยมีรัสเซียเข้ามาเป็นตัวกลางสำคัญ ขณะที่สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าอาจมีการพิจารณาขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์ และเตรียมดำเนินการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร โดยจีนตกลงที่จะหยุดส่งอาวุธให้อิหร่านแล้ว สัญญาณเชิงบวกนี้สอดคล้องกับตลาดคาดการณ์ (Prediction Markets) ที่ให้น้ำหนักว่าการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติภายในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2026 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกทั้ง BRENT และ WTI ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน และเกิดกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (MAG-7) พุ่งขึ้น 6.6%, ดัชนี NASDAQ +4.3% และตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงหนุนให้ดัชนี SET ของไทยแกว่งตัวในแดนบวก (Bullish) ได้ในวันนี้

IMF หั่น GDP ไทยปี 2026 เหลือ 1.5% ต่ำสุดในภูมิภาค เสี่ยงเข้าสู่ Stagflation ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (GDP) ปี 2026 ไว้ที่ 3.1% โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือสงครามต้องยุติภายในกลางปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ลงเหลือเพียง 1.5% ซึ่งถือว่าเติบโตต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน (เช่น เวียดนาม 7.1%, อินโดนีเซีย 5.0%, มาเลเซีย 4.7%) ปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า มาจากราคาพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้น, การหดตัวของรายได้การท่องเที่ยวจากฝั่งตะวันออกกลาง และปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือนที่สะสมอยู่ในระดับสูง ฝ่ายวิจัยระบุว่า หากต้องการให้เศรษฐกิจเดินหน้าแบบไม่สะดุด นโยบายการเงินและการคลังต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจไทยเพิ่มความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation

จับตา DELTA กดดัน SET - ชูกลยุทธ์ช้อนหุ้นลงลึกรับสงครามผ่อนคลาย สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ อาจมีความเสี่ยงถูกกดดันจากการที่หุ้น DELTA ติดเครื่องหมาย Trading Alert ซึ่งตามสถิติในอดีตมักจะส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดลงประมาณ 20 บาท และกดดันดัชนี SET ราว 20 จุด รวมถึงอาจมีแรงเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มน้ำมัน แต่อาจมีแรงพยุงดัชนีได้บ้างจากการที่หุ้นแม่ของ DELTA ที่ไต้หวันปรับตัวบวกถึง 6% ในช่วงหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา

กลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้เข้าเก็งกำไรใน "หุ้นที่ปรับตัวลงลึก" ในช่วงเกิดวิกฤตสงคราม (1 มี.ค. - 15 เม.ย. 26) เพื่อรับอานิสงส์จากสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายลง แนะนำหุ้นน่าสะสม ได้แก่ TIDLOR (-25%), BA (-25%), BGRIM (-22%), GLOBAL (-21%), GPSC (-20%), BH (-19%), MTC (-18%), CBG (-16%), ERW (-16%) และ SJWD (-15%) โดยกำหนดให้หุ้น ERW, CPALL และ CBG เป็น Prime Picks ประจำวัน

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรผ่านตราสารแสดงสิทธิฯ DR: ASML01 หลังจากบริษัท ASML รายงานกำไรไตรมาส 1 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2026 จากอานิสงส์ความต้องการชิปที่แข็งแกร่งของลูกค้ารายใหญ่อย่าง TSMC, SK HYNIX และ SAMSUNG รวมถึงแนะนำ DR: CATL01 ที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 สุดแกร่ง โดยยอดขายแบตเตอรี่รถ EV ยังเติบโตได้ 50% YoY และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานสำรอง (ESS) โตทะยานถึง 130% หนุนจากความต้องการพลังงานในธุรกิจ Data Center ที่สูงมาก)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...