รวบขบวนการปลอมเป็นตำรวจ หลอกซ้ำซ้อนอ้างช่วยตามเงินคืนผ่านเพจปลอม สุดท้ายหลอกเหยื่อหมดเงินหลักแสน
รวบขบวนการปลอมเป็นตำรวจ หลอกซ้ำซ้อนอ้างช่วยตามเงินคืนผ่านเพจปลอม สุดท้ายหลอกเหยื่อหมดเงินหลักแสน
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) โดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวสิน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้
มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง แขวงจตุจัตร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นปี 2569 กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันจัดทำเพจปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและนำเงินที่ถูกฉ้อโกงกลับคืนมาได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ประชาชนทั่วไป ต่อมาเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อไปยังเพจดังกล่าว ผู้ต้องหาจะให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน
ไลน์ (LINE) และทำการพูดคุยในลักษณะให้ความช่วยเหลือ โดยแจ้งว่าจำเป็นต้องมีการชำระค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามเงินคืน
เมื่อผู้เสียหายโอนเงินตามที่แจ้งแล้ว ผู้ต้องหาจะไม่ดำเนินการใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังใช้กลอุบายต่างๆ อ้างเหตุเพิ่มเติม เช่น ค่าปลดล็อกระบบ ค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง หลังจากผู้เสียหายโอนเงินไปจำนวนหลายครั้ง ร่วมๆ แสนกว่าบาท แต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินหรือได้รับเงินคืนตามที่กล่าวอ้างและต่อมาไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงทราบว่าถูกหลอกลวงดังกล่าว
สืบเนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพได้ร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจัดทำเพจปลอม
ในสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ติดตามเงินที่ถูกฉ้อโกง เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อเมื่อมีผู้เสียหายติดต่อเข้ามา กลุ่มมิจฉาชีพจะให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และมีผู้ทำหน้าที่สนทนาในลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่ ให้คำแนะนำและสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนในการติดตามเงินคืนภายหลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงินแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะยังคงใช้กลอุบายต่างๆ หลอกให้โอนเงินเพิ่มเติม เช่น อ้างค่าปลดล็อกระบบ ค่าภาษี หรือค่าดำเนินการเพิ่มเติม โดยไม่มีเจตนาจะคืนเงินแต่อย่างใด
นอกจากนี้ กลุ่มมิจฉาชีพยังมีการใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) ในการรับโอนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและทำให้ยากต่อการติดตามตัวผู้กระทำความผิด
พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นางสาวสิน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ได้หลบหนีไปอยู่ย่านจังหวัดสมุทรปราการและสืบสวนทราบว่านางสาวสิน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ได้เดินทางไปบ้านแฟนที่จังหวัดบุรีรัมย์และกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ก่อนติดตามจับกุมได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป