รองเลขาฯ พรรคประชาชาติ ชี้มือยิง 'สส.กมลศักดิ์' ใช้รถ 'กอ.รมน.' เป็นเกราะกำบังไม่เกรงกลัวกฎหมาย
รองเลขาฯ พรรคประชาชาติ ชี้มือยิง 'สส.กมลศักดิ์' ใช้รถราชการ 'กอ.รมน.' เป็นเกราะกำบังไม่เกรงกลัวกฎหมาย-หวั่นคำพูดแม่ทัพภาค 4 สร้างแนวร่วมมุมกลับ
ความคืบหน้ากรณีลอบยิงสส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ โดยผู้ก่อเหตุใช้รถราชการ สังกัด กอ.รมน. และคำแถลงข่าวอย่างรุนแรงของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถึงขั้นพูดว่าถ้าเป็นตนรับงานนี้ไม่มีพลาด
ล่าสุด วันที่ 16 เม.ย.2569 นายอับดุลเราะมัน มอลอ หรือ "อาจารย์เบน" รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของหน่วยงานความมั่นคงอย่างดุเดือดผ่านการพูดคุยออนไลน์ของเดอะ รีพอร์ตเตอร์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของคดีและเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาล
นายอับดุลเราะมัน ระบุว่า ตนมีมุมมองในด้านลบต่อคำแถลงของแม่ทัพภาคที่ 4 เนื่องจากมีการกล่าวพาดพิงมายังหัวหน้าพรรคประชาชาติอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น บุคลากรของพรรคประชาชาติล้วนทำงานหนุนเสริมการแก้ปัญหาในพื้นที่มาโดยตลอด และพรรคประชาชาติคือพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับ 1 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ดังนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะข้าราชการที่รับเงินเดือนและมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ควรระมัดระวังคำพูดให้มาก
"การสื่อสารของท่านแม่ทัพสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง ประชาชนพยายามรวมกลุ่มกันเพราะไม่หวังพึ่งท่านแม่ทัพแล้ว ถึงขั้นที่ประชาชนไม่หวังพึ่งผู้มีอำนาจที่จะแสวงหาความยุติธรรม แต่กลับต้องไปร้องเรียนพระเจ้า" อาจารย์เบนกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ประชาชนได้นัดหมายกันไปทำพิธีละหมาดฮายัตที่สนามจำปากอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ในวันที่ 19 เมษายน เพื่อตอบสนองต่อท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติยังเตือนว่า หากหน่วยงานความมั่นคงยังดื้อที่จะสื่อสารเชิงลบ จะส่งผลให้สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับไปแย่เหมือน 10 กว่าปีที่แล้ว และจะยิ่งเป็นการเพิ่ม "แนวร่วมมุมกลับ" ผลักให้เยาวชนที่รู้สึกไม่สบายใจในการเปิดพื้นที่ทางการเมืองหันไปจับอาวุธขึ้นสู้กับรัฐ
ในส่วนของคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ อาจารย์เบน มองว่า นี่คือ "โอกาสของกองทัพ" ในการทำความเข้าใจและพิสูจน์ตัวเองกับประชาชนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงในพื้นที่ หลังจากที่ประชาชนสงสัยมาตลอด 20 ปี เนื่องจากหลักฐานชัดเจนว่าผู้ลงมือเป็นอดีตข้าราชการทหาร และมีการใช้รถของ กอ.รมน. ไปก่อเหตุถึง 3 ครั้งโดยที่ไม่ถูกจับกุม
อาจารย์เบน ยังอ้างอิงความเห็นจากผู้ใหญ่ในวงการความมั่นคงว่า การลอบสังหาร VIP ระดับ สส. 3 สมัย ที่เป็นอดีตประธานกรรมาธิการกฎหมาย ผู้รับงานต้องมั่นใจใน 2 เรื่อง คือ
- มั่นใจว่าจะหนีออกจากพื้นที่ได้ (ซึ่งตอบโจทย์ด้วยการใช้รถ กอ.รมน.)
- ต้องมั่นใจว่า "คนข้างหลัง" มีความยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะบิดเบือนคดีหรือบังไม่ให้ถึงตัวได้
ดังนั้น หน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่คือ ต้องหาตัว "คนบงการ" หรือผู้จ้างวานเบื้องหลังให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
พร้อมกันนี้ อาจารย์เบน ยังเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานความมั่นคง เร่งจัดการกวาดล้างเพจเฟซบุ๊กและปฏิบัติการข่าวสารเชิงลบ (IO) ที่ออกมาระบาดหนักในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งโจมตี ด้อยค่า และข่มขู่เอาชีวิตนักการเมืองรวมถึงผู้เห็นต่าง เพราะชาวบ้านต่างสงสัยว่าเพจเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐหรือไม่
รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังฝากข้อเรียกร้องไปถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ กอ.รมน. ว่า ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ สส.กมลศักดิ์ จะขอนำเรียนข้อมูลทางคดีต่อนายกฯ โดยตรง พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชาติเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่โหวตสนับสนุนให้นายกฯ ขึ้นดำรงตำแหน่ง
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องทุ่มเทกำลังกายและใจในการสะสางคดีนี้เป็นพิเศษ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชน ผู้แทนราษฎร รวมถึงสื่อมวลชน รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตอย่างรุนแรง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รองเลขาฯ พรรคประชาชาติ ชี้มือยิง 'สส.กมลศักดิ์' ใช้รถ 'กอ.รมน.' เป็นเกราะกำบังไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th