24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569
>> คุมประพฤติ "เมาแล้วขับ" พุ่ง 3,076 คดี สงกรานต์ 2569 สมุทรปราการทะยานขึ้นอันดับ 1
09.34 น. ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ว่า ในวันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของ การดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้น พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 1,544 คดี แบ่งออกเป็น
คดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,463 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.7 คดีขับรถประมาท จำนวน1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 79 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.1 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1
ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 4 วัน (10 – 13 เมษายน 2569) จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,294 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,076 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.4 คดีขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 213 คดี คิดเป็นร้อยละ 6.47 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03
สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 317 คดี 2. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 276 คดี และ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 266 คดี
อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จึงมีมาตรการเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
>> รมช.มท. "พลพีร์ สุวรรณฉวี" ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนเมืองโคราช ย้ำ มาตรการดื่มไม่ขับ เดินทางปลอดภัยทั้งไปและกลับ
10.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจจุดบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 บริเวณใต้สะพาน M6 เขตเทศบาลตำบลปรุใหญ่ และด่านชุมชนหนองกระทุ่ม แยกคอกวัว ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
นายพลพีร์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำความห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานตามจุดบริการประชาชนจุดต่าง ๆ โดยจุดแรกเป็นจุดบริการประชาชนบริเวณทางขึ้นมอเตอร์เวย์ M6 ซึ่งขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้เปิดให้บริการชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และจุดที่ 2
คือ "ด่านชุมชนหนองกระทุ่ม" ซึ่งโดยภาพรวมพบว่า บรรยากาศการปฏิบัติงานของพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร เป็นบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความสามัคคีที่ผู้นำชุมชนและก็จิตอาสาต่าง ๆ ได้มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเราและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทั้ง 2 จุดก็ยังไม่พบอุบัติเหตุ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ทราบว่าประชาชนส่วนใหญ่รับบริการสอบถามเส้นทาง และบางส่วนมาแวะพักจากความเหนื่อยล้าที่ขับรถนาน และที่ด่านชุมชนก็มีโรงครัวด้วย
>> ตำรวจท่องเที่ยว รวบชาวจีนลักทรัพย์คนชาติเดียวกันคาสุวรรณภูมิ
11.36 น. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ร่วมแถลง “ตำรวจท่องเที่ยวกองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (กก.3 บก.ทท.1) จับกุมคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวจีนบนเครื่องบิน”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย เป็นผู้ชาย อายุ 45 ปี สัญชาติจีน พร้อมพวกรวม 3 คน ว่าเงินของตนสูญหาย บนเครื่องบิน ที่ตนเดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เที่ยวบินที่ TG571 มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 65,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าว ที่บริเวณทางออกเครื่องประตูซี 6 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามทรัพย์สินดังกล่าว
ต่อมาลูกเรือแจ้งว่าตนได้พบเห็นบุคคลต้องสงสัยมีพฤติกรรมหยิบเงินออกจากกระเป๋าที่บริเวณช่องเก็บกระเป๋าเหนือศีรษะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการค้นตัวบุคคลต้องสงสัยสัญชาติจีน พบเงินสด จำนวน 16,020 บาท อยู่ภายในกระเป๋า และ ยังพบเงินสกุลอื่นอีกหลายสกุลเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการตรวจยึด ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการจับกุม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในอากาศยาน หรือในยวดยานสาธารณะ หรือรับของโจร” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับกุมทราบ และควบคุมตัวพร้อมทั้งของตรวจยึดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เรือริช สตาร์รี่ ของจีน ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรไป ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว
11.45 น. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เรือริช สตาร์รี่ เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทของจีน ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน เป็นเรือลำแรกที่แล่นผ่านช่องแคบและออกจากอ่าวเปอร์เซีย ได้สำเร็จนับตั้งแต่สหรัฐฯเริ่มการปิดล้อม
รายงานข่าวไม่ได้บอกว่า ริช สตาร์รี่ ออกเดินทางจากท่าเรือใด แต่ตรวจพบว่า เรือลำนี้มีจุดหมายปลายทางไปยังประเทศจีน โดยบรรทุกเมทานอลประมาณ 250,000 บาร์เรล และบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือสุดท้ายคือ ท่าเรือฮัม-ริ-ยาห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
>> จ.ยะลา คนร้ายบุกเดี่ยว จ่อยิงชายวัย 63 ปี อดีต ชรบ. กลางร้านขายของชำ ในชุมชนอำเภอรามัน ตร.เร่งสอบสวนติดตามจับกุม
12.48 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนจนเสียชีวิต ภายในร้านขายของชำ พื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านเจาะบูแม ตำบลจะกว๊ะ หลังรับแจ้งเหตุ หน่วยกู้ภัย อบต.จะกว๊ะ และชุดกู้ชีพ–กู้ภัยอิควะห์รามัน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ในที่เกิดเหตุ เป็นร้านขายของชำ เจ้าหน้าที่พบร่างของ ชายไทย อายุ 63 ปี อดีตสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ตำบลจะกว๊ะ สภาพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้าน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณขมับขวา 1 นัด ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 นัด จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต ได้ไปซื้ออาหารด้วยรถจักรยานยนต์ เมื่อถึงบ้าน ได้จอดรถก่อนเดินไปร้านขายของชำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 50 เมตร ต่อมา คนร้ายเป็นชาย (ไม่ทราบจำนวน) ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเข้าไปภายในร้านทำทีซื้อของ และไล่เจ้าของร้านให้ออกไปข้างนอก เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิง จนล้มฟุบลงเสียชีวิตทันที ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อระบุตัวตนของคนร้ายและทิศทางการหลบหนี
>> การรถไฟฯ เผยยอดผู้โดยสาร 13 เม.ย. 69 พร้อมเตรียมขบวนรถรองรับการเดินทางกลับกรุงเทพฯ
13.15 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภาพรวมการเดินทางของประชาชนเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 82,732 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขบวนรถปกติ 82,330 คน และขบวนรถเสริมพิเศษ 402 คน โดยเป็นผู้โดยสารขาเข้า 39,190 คน และขาออก 43,542 คน
สำหรับเส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นสูงสุด ได้แก่ สายใต้ จำนวน 29,080 คน รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20,071 คน สายเหนือ จำนวน 14,513 คน สายตะวันออก จำนวน 9,283 คน สายมหาชัย จำนวน 8,340 คน และสายแม่กลอง จำนวน 1,445 คน ตามลำดับ
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชนในช่วงวันที่ 14 – 17 เมษายน 2569 อย่างเต็มศักยภาพ โดยได้จัดขบวนรถเสริมพิเศษเพิ่มเติมในเส้นทางสายใต้ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายเหนือ ควบคู่กับการเพิ่มตู้โดยสารในขบวนรถประจำ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาว
นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และบริหารจัดการการขึ้น - ลงของผู้โดยสารในสถานีและบนขบวนรถอย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์การเดินทางอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารในแต่ละวัน
>> ภาวะน้ำมันแพง 4 วันสงกรานต์69 ประชาชนแห่ใช้ขนส่งสาธารณะทะลุ 10 ล้านคน
14.25 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 13 เมษายน 2569 สะสม 4 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 10,326,204 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.61 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 - 14 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45.13
ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 202,912 คน, ภาคใต้ (ทางราง) 127,098 คน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 145,390 คน และ ภาคเหนือ (ทางถนน) 78,414 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 80,095 คน
ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 957,984 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 3,929,088 คัน ลดลงร้อยละ 1.95 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 5,037,814 คัน ลดลงร้อยละ 6.12
>> วินพัทยาซอย 6 รุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตำรวจพัทยาเรียกสอบแล้ว-สั่งทัณฑ์บน 2 ราย เร่งติดตามตัว นทท.ถูกทำร้าย
16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ แสดงเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง รุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านภายในซอย 6 พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 13 เมษายน 2569
ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจจราจร ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ปากคำ โดยสามารถเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ซึ่งประกอบด้วยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง 2 ราย และพนักงานสถานบันเทิงในพื้นที่ 2 ราย มาสอบสวน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ไม่ทราบชื่อและสัญชาติ) ทำร้ายร่างกายชายไทยบริเวณหน้าร้านดังกล่าว ทำให้กลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไปห้ามปราม แต่เกิดการโต้เถียงและบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท โดยนักท่องเที่ยวได้ชกเข้าที่ศีรษะของหนึ่งในวินจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อนจะถูกโต้ตอบกลับด้วยการเตะและทำร้ายร่างกาย
ภายหลังเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกถ้อยคำและประวัติผู้เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน พร้อมดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนและทำทัณฑ์บนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง 2 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวนักท่องเที่ยวผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนำมาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
>> ปภ. บูรณาการดับไฟป่า ต่อเนื่อง 2 วันที่ อ.ฮอด ยังเฝ้าระวังปะทุซ้ำ
16.21 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รับแจ้งรายงานความคืบหน้าจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ซึ่งได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฮอด ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับชุดลาดตระเวนไฟป่า เข้าควบคุมไฟป่าที่ลุกลามเข้าไหม้กองซังข้าวโพดที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ลาย บ้านกองลอย ตำบลบ่อหลวง เป็นเหตุให้เกิดจุดความร้อนติดต่อกันตั้งแต่เมื่อวานนี้ (13 เม.ย. 69)
รายงานล่าสุด ศูนย์ ปภ. เขต 10 ลำปาง และ หน่วยงานที่บูรณาการดับไฟป่า พร้อมหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.21 (บ้านแวน) อาสาดับไฟป่าบ้านกองลอย กองร้อย อส. อำเภอฮอด อบต.บ่อสลี เทศบาลตำบลบ่อหลวง อบต.ป่าโปง และเกษตรอำเภอฮอด สามารถควบคุมไฟป่าได้เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามทีมเจ้าหน้าที่จะยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ และลดผลกระทบด้านหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่
>> มท.2 ติดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพประชาชน ย้ำ เดินหน้าทุกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจให้ประชาชน
16.15 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการและการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนโครงการ "ไทยช่วยไทย" ตามนโยบายของรัฐบาล ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กชี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขานครราชสีมา 2 (ถนนสืบศิริ) ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายมนัส สุวรรณรินทร์ นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นางพิรุณวรรณน์ จงใจภักดิ์ พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมลงพื้นที่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการและการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนโครงการ "ไทยช่วยไทย" ตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีหลายภาคส่วนได้จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน เช่น ไข่ไก่ เราก็มีความรู้สึกว่าราคาค่อนข้างที่จะสูงอยู่ โดยจะได้ปรึกษากับท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนลดราคาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องขอขอบคุณภาคเอกชนตลอดจนห้างร้านในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมกับทางรัฐบาลเพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในยามที่สถานการณ์ไม่เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สำหรับมาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค "โครงการไทยช่วยไทย" เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งลดภาระ ลดค่าครองชีพ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยขอความร่วมมือภาคเอกชนในการปรับลดราคาสินค้ากลุ่มรายการจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมในการเลือกซื้อสินค้า และได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐอย่างสูงสุด โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ห้างค้าปลีกวิชโก้ สาขาหัวทะเล บิ๊กซี โลตัส และศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนประสานงากับ รถกระบะ กลางถนนหมายเลข 2246 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.นครราชสีมา
17.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน อำเภอบ้านเหลื่อม ได้รับแจ้งเหตุ รถยนต์ชนประสานงากัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนหมายเลข 2246 ช่วงก่อนถึงสี่แยกสระสี่เหลี่ยม ประมาณ 200 เมตร ในพื้นที่ บ้านสระสี่เหลี่ยม หมู่ที่ 4 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา
ภายใต้การอำนวยการของ นายกองตรี นพดล แก้วประกิจ นายอำเภอบ้านเหลื่อม, ผู้อำนวยการศูนย์ฯ มอบหมายให้ นายรุ่งโรจน์ทวี จามรโชติสิน ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.บ้านเหลื่อม 17 ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล BMW สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนประสานงากับ รถกระบะ นิสสัน สีแดง ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ทางอาสาสมัครกู้ชีพ - กู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.บ้านเหลื่อม ส่วนจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเหลื่อม
>> รถอเนกประสงค์เสียหลักพุ่งกลุ่มคนเล่นน้ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จ.หนองบัวลำภู
18.10 น. ได้รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยโนนสัง มีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนประชาชนที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณริมถนนเส้นทาง โนนสัง - หนองบัวลำภู ในพื้นที่ บ้านหัวขัว ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู
ที่เกิดเเหตุ พบผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย แบ่งเป็นเด็ก 3 ราย และผู้ใหญ่ 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโนนสัง ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส จำนวน 2 ราย แพทย์ได้พิจารณา ส่งต่อ (refer) ไปรักษาที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ได้แก่ เด็กอายุ 6 ขวบ จำนวน 1 ราย และ เด็กอายุ 3 ปี 8 เดือน จำนวน 1 ราย
จากการสอบถามพยานในเบื้องต้นทราบว่า รถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ สีขาว คันดังกล่าว ขับมาจากพื้นที่ตำบลกุดดู่ มุ่งหน้าเข้าอำเภอโนนสัง ก่อนเสียหลักพุ่งชนเต็นท์บริเวณริมทาง ซึ่งมีเด็กและประชาชนกำลังเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้นผู้ขับขี่ยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้หลบหนี และอยู่ระหว่างให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.โนนสัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> จ.ร้อยเอ็ด รถเอนกประสงค์ชนเสาป้ายสัญญาณจราจร ก่อนพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 1 รายคาซากรถ ส่วนเจ็บสาหัสอีก 1 รายไปเสียชีวิตที่ รพ.
18.21 น. หน่วยกู้ภัยศิลานคร ได้รับแจ้งมีรถอเนกประสงค์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บติดค้างภายในยานพาหนะ ริมถนนหมายเลข 23 เส้นทางสาย เสลภูมิ - ร้อยเอ็ด บริเวณก่อนถึงบ้านหวายหลึม ประมาณ 200 เมตร ในพื้นที่ อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด ลักษณะพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ข่างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้ชาย ส่วนอีก 1 รายนั้นป็นผู้หญิง 1 ราย มีอาการสาหัสทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเสลภูมิ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เบื้องต้น ทราบว่า รถอเนกประสงค์ ลักษณะเสียหลักชนเสาป้ายจราจร แล้วพลิกคว่ำลงข้าวทาง ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารติดค้างในยานพาหนะ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยกันทั้งคู่ ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งเขาหลวง
>> 'เขตบางรัก' เคลียร์พื้นที่-คืนผิวจราจรถนนสีลม หลังเล่นน้ำสงกรานต์วันสุดท้าย
20.00 น. สำนักงานเขตบางรัก เข้าเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาดคืนผิวจราจรถนนสีลม หลังจากปิดถนนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำสงกรานต์ ถึงเวลา 20:00 น. โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ เข้าเคลียร์พื้นที่เก็บขยะและทำความสะอาดอย่างแข็งขัน
ในการนี้ นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก พร้อมด้วย คณะผู้บริหารเขต เจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ปิดฉากสงกรานต์สีลม 2569
>> คนร้ายลอบยิง อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลปานาเระ บาดเจ็บ จ.ปัตตานี
20.35 น. รับแจ้งว่า มีเหตุลอบยิง นายวันอัฟคาน เป็นอาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบล (อส.ชคต.) คอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ โดยเบื้องต้น ทราบว่า อส.วันอัฟคานฯ อยู่ในห้วงลาพักได้เดินทางไปทำการละหมาดที่มัสยิดภายในหมู่บ้าน ระหว่างเดินทางกลับบ้านได้ถูกคนร้าย ลอบยิง จากบริเวณข้างถนน ล่าสุดถูกนำตัวไปรักษาที่ รพ. แล้ว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่าการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะนาเระ
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยสุขาภิบาล 2 ซอย 25 เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง
22.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุขาภิบาล 2 ซอย 25 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานาคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> หนุ่มวัย 46 ปีขับขี่รถจักรยายนต์เสียหลักชนขอบทางต่างระดับ ธัญบุรี คลอง 7 ร่างกระเด็นตกคลองน้ำ เสียชีวิต จ.ปทุมธานี
22.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนขอบทาง บนต่างระดับคลอง7 ธัญบุรี ใกล้เคียงวัดนาบุญ แล้วผู้ขับขี่พลัดตกลงไปในคลอง ขณะนี้ยังไม่พบตัว อยู่ระหว่างประสานชุดกู้ภัยทางน้ำตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำบนทางต่างระดับ ไม่พบผู้ขับขี่ ต่อมาทางอาสากู้ภัยลงค้นหาภายในคลองน้ำ ก่อนจะพบร่างลอยไปติดอยู่แถวหน้าวัดนาบุญ ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 46 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี
>> ไฟไหม้บนอาคาร ซอยอุดมสุข 51 ห้องพักต้นเพลิงเสียหายวอด
23.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บนอาคาร สถานที่เกิดเหตุ แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยอุดมสุข 51 ถนนสุขุมวิท 103 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องพักบนชั้นที่ 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องซักผ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิท
>> เพลิงไหม้หญ้าลุกลาม เผารถวอด 4 คันกลางดึก จ.เชียงใหม่
00.05 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยเฉพาะกิจ เชียงใหม่ เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง บริเวณลานจอดรถข้างป่าช้าเชียงขาง ใกล้แยกศรีบัวเงิน พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงเข้าตรวจสอบ พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถยนต์ในลานจอดอย่างหนักหลายคัน เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานต้องเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาจึงสามารถสกัดเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้รวมทั้งสิ้น 4 คัน
ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟไหม้หญ้าบริเวณใกล้เคียง ก่อนลุกลามเข้าสู่ลานจอดรถและเผาไหม้รถยนต์ดังกล่าว ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศจีน
04.14 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 9 กม. ภายในพื้นที่ของ มณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 187 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย