ผู้นำไต้หวันบินอ้อมหลบแรงกดดันจีน “ไล่ ชิงเต๋อ” ลั่นไม่ถอย แม้ถูกปิดน่านฟ้า
ผู้นำไต้หวันบินอ้อมหลบแรงกดดันจีน "ไล่ ชิงเต๋อ" ลั่นไม่ถอย แม้ถูกปิดน่านฟ้า ย้ำไต้หวันมีสิทธิ์เชื่อมต่อโลก ด้าน U.S. Department of State หนุนบทบาทไต้หวัน
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน เดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อวันอังคาร หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือน Eswatini พร้อมยืนยันว่าไต้หวันจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากภายนอก โดยเที่ยวบินขากลับต้องใช้เส้นทางอ้อมผ่านตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าของประเทศที่มีความใกล้ชิดกับจีน
รัฐบาลไต้หวันเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้จีนได้กดดันให้ประเทศในมหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ Seychelles Mauritius และ Madagascar ปฏิเสธการอนุญาตให้อากาศยานของผู้นำไต้หวันบินผ่านน่านฟ้า ส่งผลให้ต้องปรับแผนการเดินทาง โดย ไล่ ชิงเต๋อเดินทางถึงเอสวาตินี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยเครื่องบิน Airbus A340 ของกษัตริย์ Mswati III ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ (เพียง 12 ประเทศ) ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน
ในการแถลงเมื่อเดินทางถึงสนามบินเถาหยวน ไล่ ชิงเต๋อ ระบุว่า “โลกเป็นของทุกคน ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของโลก และประชาชนไต้หวันมีสิทธิ์เชื่อมต่อกับประชาคมโลก เราจะไม่ถอยต่อแรงกดดัน” พร้อมชี้ว่าการถูกขัดขวางการเดินทางยิ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันที่จะมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน จีนยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้วิจารณ์ไล่ ชิงเต๋อ อย่างรุนแรง และย้ำจุดยืนว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ไม่มีสิทธิ์ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในฐานะรัฐเอกราช ซึ่งรัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่ามีสิทธิ์ดำเนินความสัมพันธ์กับนานาชาติ
ด้าน U.S. Department of State ระบุว่า ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและมีศักยภาพของสหรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับประเทศต่าง ๆ รวมถึงเอสวาตินีมีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญในเวทีโลก สะท้อนความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อไปในประเด็นไต้หวัน-จีน
อ้างอิง : reuters.com