พ่อสู้ชีวิตหาเงินซื้อชุดนักเรียนให้ลูกสาว 9 ขวบ ถูกฟ้าผ่าดับกลางไร่อ้อย
(8 พ.ค. 69) ร.ต.อ.มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุสลดจากผู้ใหญ่บ้านละกอ หมู่ 6 ต.ดอนมนต์ ว่ามีชาวบ้านถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอยู่กลางไร่อ้อย ท้ายหมู่บ้านละกอ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังกรูดสตึก และกู้ชีพเทศบาลตำบลดอนมนต์
ที่เกิดเหตุบริเวณใต้ต้นกระบก พบร่าง นายสุนทร อายุ 45 ปี นอนหงายหมดสติ สภาพศพบริเวณศีรษะมีรอยเขียวคล้ำและรอยไหม้จากการถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูง ข้างตัวพบจอบเหล็กวางอยู่ เจ้าหน้าที่พยายามเร่งทำการปั๊มหัวใจ (CPR) และนำส่งโรงพยาบาลสตึก แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบถาม นายใส อายุ 67 ปี เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าด้วยความตกใจว่า ตนและนายสุนทรได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของไร่อ้อยให้มาถางหญ้าจำนวน 17 ไร่ โดยได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งนายสุนทรมีความตั้งใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องการเร่งหาเงินไปซื้อชุดนักเรียนใหม่ ทั้งเสื้อ กระโปรง และรองเท้า ให้กับลูกสาววัย 9 ขวบ (นักเรียนชั้น ป.4) เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว
นายใส เล่าต่อว่า หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มคล้ายฝนจะตก ตนเห็นนายสุนทรเดินไปหยิบจอบที่วางอยู่โคนต้นกระบกเพื่อจะออกไปทำงานต่อ ตนพยายามร้องตะโกนห้ามว่าอย่าเพิ่งออกไปเพราะฟ้าแรงมาก แต่ไม่ทันขาดคำ ทันทีที่นายสุนทรคว้าจอบเหล็ก ก็เกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนร่างของนายสุนทรล้มฟุบลงต่อหน้าต่อตา คาดว่าโลหะจากจอบเป็นสื่อล่อฟ้าทำให้เกิดเหตุดังกล่าว
ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า นายสุนทรเป็นคนขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีที่รับจ้างทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับญาติพี่น้องและผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป