เปิดเหตุผล อสส. ไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท
เปิดเหตุผลอัยการสูงสุด มีความเห็นไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท หลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
วันที่ 8 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 1 ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงคำสั่งอัยการสูงสุดมีความเห็น ไม่อุทธรณ์คดีระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 1 โจทก์ กับ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ และพวกรวม 21 คน จำเลย
คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กับพวกรวม 21 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8, 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172
ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 ยกฟ้อง อัยการสูงสุดมีความเห็นจะไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และเห็นชอบจะไม่อุทธรณ์ จำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 และหารือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์คำพิพากษา กรณียกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
และอุทธรณ์ กรณียกฟ้องจำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 กำหนดอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 มีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายขององค์การคลังสินค้าลดหลั่นมากน้อยไปตามความเสียหายจากหน้าที่และความรับผิด
โดยจำเลยที่ 4 ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า จำเลยที่ 5 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการตลาดดิจิตอล มีหน้าที่ความรับผิดสำคัญ ส่วนจำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 แม้ว่าจะเป็นเพียงบุคคลธรรมดาก็ตาม แต่มีส่วนในการกระทำความผิดอันกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ และมีพฤติการณ์การกระทำที่ไม่สุจริต
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ทางพิจารณาได้ความว่าถุงมือยางเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค การซื้อขายถุงมือยางในคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับของพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ. 2498 มาตรา 7 (1) และบัญชีเอกสารแนบท้ายประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่องหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับพาณิชย์โดยตรง ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ข้อ 53.1 (2)
การจัดซื้อถุงมือยางในคดีนี้ จึงเป็นการดำเนินการทำการค้าตามวัตถุประสงค์ขององค์การคลังสินค้า และมาตรา 17 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวให้อำนาจคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าดำเนินการตามมาตรา 6, 7 ได้
ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับบริษัทจำเลยที่ 2 ไปโดยไม่ได้กำหนดไว้ในแผนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เผยแพร่ในเว็บไซต์ขององค์การคลังสินค้า ไม่ติดประกาศในที่เปิดเผย รวมทั้งไม่มีราคาอ้างอิงนั้น จึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงชอบแล้ว
ดังนั้น ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ข้อเท็จจริงมีมูลในเบื้องต้นน่าเชื่อว่าในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางระหว่างองค์การคลังสินค้ากับจำเลยที่ 18 บริษัท GALORE MANAGEMENT, LLC บริษัท KRENEK LAW OFFICES, PLLC และการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางระหว่างองค์การคลังสินค้ากับจำเลยที่ 2 เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ในการสั่งการให้จำเลยที่ 6 นำจำเลยที่ 18 บริษัท KRENEK LAW OFFICES, PLLC เข้าไปทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางกับองค์การคลังสินค้าเพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่ามีลูกค้ารองรับล่วงหน้า
โดยเป็นข้ออ้างในการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำขององค์การคลังสินค้าไปจ่ายเป็นเงินล่วงหน้า และเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่จำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาขายถุงมือยางกับองค์การคลังสินค้าโดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น และเพื่อให้รับเงินล่วงหน้า 2,000,000,000 บาท จากองค์การคลังสินค้า
การที่จำเลยที่ 1 อาศัยฐานะผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าเอื้อประโยชน์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าสูง ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นเดิมของอัยการสูงสุดที่ได้พิจารณาไว้แล้ว
กรณีจำเลยที่ 4 ทางพิจารณาได้ความว่า ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า มีอำนาจหน้าที่ในการวางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการขององค์การคลังสินค้ารวมทั้งดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ขององค์การคลังสินค้าเท่านั้น โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ได้สั่งการให้จำเลยที่ 1 กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
การเสนอโครงการและการทำสัญญาเป็นการดำเนินการของจำเลยที่ 1 เองโดยอิสระ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มจำเลยอื่นที่เป็นผู้เข้ามาทำสัญญาหรือได้รับประโยชน์อื่นใดจากการทำสัญญาดังกล่าว พยานหลักฐานในชั้นพิจารณาจึงยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 กระทำผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว
กรณีจำเลยที่ 5 ทางพิจารณาได้ความว่า ขณะเกิดเหตุเป็นพนักงานองค์การคลังสินค้า ตำแหน่งหัวหน้าส่วนงานการตลาดดิจิตอล โดยในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง จำเลยที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลยที่ 1
ซึ่งจำเลยที่ 5 เสนอบันทึกความเห็นไปตามขั้นตอนและระเบียบ ข้อบังคับแล้ว โดยเสนอให้ปฏิบัติไปตามขั้นตอนและระเบียบข้อบังคับขององค์การคลังสินค้า แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่ดำเนินการตามความเห็นดังกล่าว โดยอ้างว่าตนเองสามารถทำสัญญาได้ นอกจากนี้ คดียังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่จะยืนยันได้ว่า จำเลยที่ 5 มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว
กรณีจำเลยที่ 6 ถึงที่ 21 ทางพิจารณาได้ความว่า กลุ่มจำเลยดังกล่าวได้ทำการติดต่อหาผู้ซื้อผู้ขายไปตามขั้นตอนปกติของการค้า พยานหลักฐานจากการติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ การติดต่อหาลูกค้ารวมถึงพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีลักษณะเป็นการวางแผนหรือเตรียมการล่วงหน้า ไม่ปรากฏว่าจำเลยกลุ่มดังกล่าวได้รับหรือจะได้รับประโยชน์อื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจากการทำสัญญา
ทั้งยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยกลุ่มดังกล่าวรู้ว่าองค์การคลังสินค้าจะต้องวางมัดจำเป็นเงินจำนวนเท่าใด หรือรู้ว่าองค์การคลังสินค้ามีระเบียบในการจัดซื้อสินค้าอย่างไร พยานหลักฐานในชั้นพิจารณาจึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 ร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้องโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 จึงชอบแล้ว
เห็นควรดำเนินการชี้แจงเหตุผลกรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 94 วรรคหนึ่ง และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2562 ข้อ 22 วรรคสอง ตามที่อัยการสูงสุดมอบหมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล อสส. ไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th