โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเหตุผล อสส. ไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 10.55 น.

เปิดเหตุผลอัยการสูงสุด มีความเห็นไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท หลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

วันที่ 8 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 1 ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงคำสั่งอัยการสูงสุดมีความเห็น ไม่อุทธรณ์คดีระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 1 โจทก์ กับ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ และพวกรวม 21 คน จำเลย

คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กับพวกรวม 21 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8, 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 ยกฟ้อง อัยการสูงสุดมีความเห็นจะไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และเห็นชอบจะไม่อุทธรณ์ จำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 และหารือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์คำพิพากษา กรณียกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

และอุทธรณ์ กรณียกฟ้องจำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 กำหนดอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 มีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายขององค์การคลังสินค้าลดหลั่นมากน้อยไปตามความเสียหายจากหน้าที่และความรับผิด

โดยจำเลยที่ 4 ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า จำเลยที่ 5 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการตลาดดิจิตอล มีหน้าที่ความรับผิดสำคัญ ส่วนจำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 แม้ว่าจะเป็นเพียงบุคคลธรรมดาก็ตาม แต่มีส่วนในการกระทำความผิดอันกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ และมีพฤติการณ์การกระทำที่ไม่สุจริต

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ทางพิจารณาได้ความว่าถุงมือยางเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค การซื้อขายถุงมือยางในคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับของพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง

ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ. 2498 มาตรา 7 (1) และบัญชีเอกสารแนบท้ายประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่องหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับพาณิชย์โดยตรง ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ข้อ 53.1 (2)

การจัดซื้อถุงมือยางในคดีนี้ จึงเป็นการดำเนินการทำการค้าตามวัตถุประสงค์ขององค์การคลังสินค้า และมาตรา 17 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวให้อำนาจคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าดำเนินการตามมาตรา 6, 7 ได้

ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับบริษัทจำเลยที่ 2 ไปโดยไม่ได้กำหนดไว้ในแผนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เผยแพร่ในเว็บไซต์ขององค์การคลังสินค้า ไม่ติดประกาศในที่เปิดเผย รวมทั้งไม่มีราคาอ้างอิงนั้น จึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงชอบแล้ว

ดังนั้น ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ข้อเท็จจริงมีมูลในเบื้องต้นน่าเชื่อว่าในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางระหว่างองค์การคลังสินค้ากับจำเลยที่ 18 บริษัท GALORE MANAGEMENT, LLC บริษัท KRENEK LAW OFFICES, PLLC และการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางระหว่างองค์การคลังสินค้ากับจำเลยที่ 2 เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ในการสั่งการให้จำเลยที่ 6 นำจำเลยที่ 18 บริษัท KRENEK LAW OFFICES, PLLC เข้าไปทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางกับองค์การคลังสินค้าเพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่ามีลูกค้ารองรับล่วงหน้า

โดยเป็นข้ออ้างในการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำขององค์การคลังสินค้าไปจ่ายเป็นเงินล่วงหน้า และเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่จำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาขายถุงมือยางกับองค์การคลังสินค้าโดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น และเพื่อให้รับเงินล่วงหน้า 2,000,000,000 บาท จากองค์การคลังสินค้า

การที่จำเลยที่ 1 อาศัยฐานะผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าเอื้อประโยชน์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าสูง ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นเดิมของอัยการสูงสุดที่ได้พิจารณาไว้แล้ว

กรณีจำเลยที่ 4 ทางพิจารณาได้ความว่า ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า มีอำนาจหน้าที่ในการวางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการขององค์การคลังสินค้ารวมทั้งดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ขององค์การคลังสินค้าเท่านั้น โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ได้สั่งการให้จำเลยที่ 1 กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

การเสนอโครงการและการทำสัญญาเป็นการดำเนินการของจำเลยที่ 1 เองโดยอิสระ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มจำเลยอื่นที่เป็นผู้เข้ามาทำสัญญาหรือได้รับประโยชน์อื่นใดจากการทำสัญญาดังกล่าว พยานหลักฐานในชั้นพิจารณาจึงยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 กระทำผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว

กรณีจำเลยที่ 5 ทางพิจารณาได้ความว่า ขณะเกิดเหตุเป็นพนักงานองค์การคลังสินค้า ตำแหน่งหัวหน้าส่วนงานการตลาดดิจิตอล โดยในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง จำเลยที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลยที่ 1

ซึ่งจำเลยที่ 5 เสนอบันทึกความเห็นไปตามขั้นตอนและระเบียบ ข้อบังคับแล้ว โดยเสนอให้ปฏิบัติไปตามขั้นตอนและระเบียบข้อบังคับขององค์การคลังสินค้า แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่ดำเนินการตามความเห็นดังกล่าว โดยอ้างว่าตนเองสามารถทำสัญญาได้ นอกจากนี้ คดียังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่จะยืนยันได้ว่า จำเลยที่ 5 มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 5 จึงชอบแล้ว

กรณีจำเลยที่ 6 ถึงที่ 21 ทางพิจารณาได้ความว่า กลุ่มจำเลยดังกล่าวได้ทำการติดต่อหาผู้ซื้อผู้ขายไปตามขั้นตอนปกติของการค้า พยานหลักฐานจากการติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ การติดต่อหาลูกค้ารวมถึงพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีลักษณะเป็นการวางแผนหรือเตรียมการล่วงหน้า ไม่ปรากฏว่าจำเลยกลุ่มดังกล่าวได้รับหรือจะได้รับประโยชน์อื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจากการทำสัญญา

ทั้งยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยกลุ่มดังกล่าวรู้ว่าองค์การคลังสินค้าจะต้องวางมัดจำเป็นเงินจำนวนเท่าใด หรือรู้ว่าองค์การคลังสินค้ามีระเบียบในการจัดซื้อสินค้าอย่างไร พยานหลักฐานในชั้นพิจารณาจึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 ร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้องโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 6 ถึงจำเลยที่ 21 จึงชอบแล้ว

เห็นควรดำเนินการชี้แจงเหตุผลกรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 94 วรรคหนึ่ง และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2562 ข้อ 22 วรรคสอง ตามที่อัยการสูงสุดมอบหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล อสส. ไม่อุทธรณ์ คดีจัดซื้อถุงมือยาง อคส. สูญเงิน 2 พันล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...