โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความพ.ร.ก.กู้ ย้ำก้อน2ไร้เหตุจำเป็น โยนรบ.แก้เอง กระทบคนละครึ่ง

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความพ.ร.ก.กู้ ย้ำก้อน2ไร้เหตุจำเป็น โยนรบ.แก้เอง กระทบคนละครึ่ง

ฝ่ายค้าน จับมือยื่นตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 11-12 พ.ค.นี้ กรณ์ ย้ำกู้เงินก้อน 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไร้เหตุจำเป็น ชี้หากศาลรธน.ตีตก กระทบคนละครึ่ง รัฐบาลต้องแก้เอง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าชื่อร่วมกันในคำร้องที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าเข้าข่ายไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172

ทั้งนี้ พร้อมจะยื่นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ในช่วงวันที่ 11-12 พ.ค. ทั้งนี้ ตนได้ประสานไปยังพรรคกล้าธรรมให้ร่วมลงชื่อด้วย แต่เบื้องต้นยังรอการประชุมพรรคกล้าธรรมก่อน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่ารายชื่อของสส.ที่ร่วมลงชื่อคำร้องครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า หลังยื่นคำร้องแล้ว เชื่อว่านายโสภณ จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ซึ่งตามกรอบจะมีเวลา 2-3 วัน ก่อนส่ง ซึ่งเชื่อว่าจะทันก่อนที่สภาฯ จะพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน ในสัปดาห์หน้าแน่นอน

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นของคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตนได้เห็นตัวร่างของพรรคประชาชนแล้ว เห็นว่ามีประเด็นที่มีรายละเอียด และข้อกังวลต่อการยื่นกู้เงินดังกล่าว ขณะเดียวกันในเหตุผลที่รัฐบาลต้องการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น มีเหตุที่ไม่จำเป็น เนื่องจากวิกฤตที่รัฐบาลอ้างถึงเรื่องวิกฤตน้ำมันแพง มีวิธีที่สามารถแก้ไขได้ ผ่านการลดภาษีสรรพสามิต และปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาลระบุว่าต้องการเงินเพื่อใช้ในโครงการคนละครึ่ง ที่จะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นั้น ตนมองว่ารัฐบาลมีวิธีการหลายอย่าง โดยเฉพาะการปฏิบัติตามสิ่งที่นายกฯ เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หรือ ตามที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ คือ การใช้งบประมาณ วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ที่สามารถออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ.2569 ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.

ดังนั้น หากการยื่นตีความพ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้ไม่สามารถใช้เงินในโครงการคนละครึ่ง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ได้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการ และแก้ปัญหาเอง

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ระบุว่าจะแบ่งการกู้เงินเป็น 2 ก้อน โดยกู้ปีนี้ 2 แสนล้านบาท และกู้ปี 70 อีก 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน แสดงให้เห็นว่ามีความไม่จำเป็นเร่งด่วนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน การใช้งบเพื่อเปลี่ยนถ่ายไปใช้พลังงานสะอาดนั้น สามารถกำหนดไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ได้ ส่วนที่ระบุว่าจะกู้ส่วนที่ 2 ในปี 2570 นั้น ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหัวใจของการออกพ.ร.ก. คือ ความจำเป็นต้องใช้เงินเดี๋ยวนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจจะมีปัญหา ดังนั้น จะบอกว่ากู้มากอง หรือ ปีหน้าค่อยกู้ไม่ได้ หากทำแบบนั้นแสดงว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนระดับที่จะออก พ.ร.ก.ได้

”ผมไม่คัดค้านตัวโครงการที่รัฐบาลจะดำเนินการ แม้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่เชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ แต่การที่กำหนดในพ.ร.ก.กู้เงิน และกำหนดจะกู้ 2 แสนล้านบาทในปีหน้า เท่ากับชี้ให้เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด และการกู้เงินที่เกินความจำเป็น ผมกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อวินัยการคลัง และกระทบต่อระบบความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลต้องรอคำวินิจฉัยก่อนให้สภาฯพิจารณาหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนการพิจารณาในรัฐสภา รัฐบาลต้องรอให้กระบวนการทางศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งไม่เกิน 60 วัน

ทั้งนี้ หากรัฐบาลมั่นใจว่า สิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้มีการตรวจสอบและไม่ให้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าในประเด็นที่ยื่น มั่นใจหรือไม่ว่าจะเข้าเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณา นายกรณ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 มีความชัดเจนมากว่า กรณีใดถึงจะเป็นกรณีที่รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมได้ ซึ่งต้องเป็นกรณีปัญหาวิกฤตที่มีผลต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ วันนี้ตนยังเชื่อว่า ถ้าไม่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน ก็ไม่ทำให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย

เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกพ.ร.ก.ดังกล่าว รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นายกรณ์ กล่าวว่า ต้องถามรัฐบาล เพราะไม่ได้มีบทลงโทษ แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองตามความเหมาะสม ซึ่งต้องคิดหนักว่าจะรับผิดชอบอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากพูดถึงจุดนั้น แค่ต้องการป้องกันไม่ให้รัฐบาลข้ามเส้นวินัยการเงินการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต

ทั้งนี้ ตนได้แสดงความห่วงใยถึงที่มาของ พ.ร.ก. ซึ่งเรารู้เรื่องการออกพ.ร.ก.ครั้งแรกมาจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ซึ่งรับผิดชอบด้านกฎหมาย แต่ในวันเดียวกัน ปลัดกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ว่าไม่รับรู้เรื่องดังกล่าว และยังระบุด้วยว่าวันนี้ไม่เห็นความจำเป็นต้องออกพ.ร.ก. ซึ่งผ่านมาเพียง 3 สัปดาห์

ดังนั้น ต้องถามว่าวันนั้นกับวันนี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ต้องเร่งรีบในการออกพ.ร.ก.ตอนนี้ โดยที่ไม่ได้มีจุดกำเนิดมาจากกระทรวงการคลัง

“ทุกรัฐบาลจะมีปัญหา ว่าเงินในมือไม่เพียงพอที่จะทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ซึ่งเป็นเหตุให้เราต้องมีกฎหมายกำกับว่า ในแต่ละรัฐบาลนั้นใช้เงินได้เท่าไหร่ ขาดทุนได้เท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีข้อจำกัด เพราะถ้าทุกรัฐบาลสามารถใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ สถานะการคลังของประเทศวันนี้ก็ไม่เป็นแบบนี้ อนาคตก็มีโอกาสล่มสลายได้จริง” นายกรณ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝ่ายค้านจับมือยื่นตีความพ.ร.ก.กู้ ย้ำก้อน2ไร้เหตุจำเป็น โยนรบ.แก้เอง กระทบคนละครึ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...