โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรคเฝ้าจับตา ‘ไวรัสฮันตา’ เตือนระวังหนู

เดลินิวส์

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 06.50 น. • เดลินิวส์
กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง ‘ไวรัสฮันตา’ หลังพบคลัสเตอร์ผู้ป่วยบนเรือสำราญต่างประเทศ เตือนประชาชนระวังหนู องค์การอนามัยโลกชี้ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) เชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และมีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยองค์การอนามัยโลกประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในหลายประเทศ

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูและสัตว์ฟันแทะบางชนิดเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งของหนู โดยเฉพาะในพื้นที่อับอากาศ เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบ้านร้าง อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าการติดต่อระหว่างคนสู่คน โดยสายพันธุ์ที่มีรายงานการแพร่ระหว่างคน พบเฉพาะบางพื้นที่ในทวีปอเมริกาใต้ และยังถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจำกัด

สำหรับอาการของโรคในระยะแรก มักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ก่อนที่บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน โดยเฉพาะกลุ่มอาการ Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ซึ่งอาจมีอัตราเสียชีวิตสูงประมาณ 30-40%

ส่วนประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานการระบาดของโรคนี้ในระบบเฝ้าระวังโรค กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทุกแห่ง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ที่มีรายงานโรค พร้อมประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ได้แจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้เพิ่มการคัดกรองและสอบสวนโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง

ขอแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสารคัดหลั่งของหนู รักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงาน เก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิด กำจัดขยะอย่างเหมาะสม และปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาอาศัยได้ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่อาจมีหนู ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อน และใช้ผ้าชุบน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด พร้อมสวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อในอากาศ

หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสสัตว์ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...