กัมพูชาเร่งนำเข้าน้ำมัน ‘สิงคโปร์-มาเลเซีย’ หวังชดเชยส่วนที่ขาดแคลนจากจีน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่านายแก้ว รัตนะ รมว.พลังงานกัมพูชา กล่าวว่า สถานีบริการน้ำมันประมาณ 1 ใน 3 จากทั้งหมด 6,300 แห่ง ได้ปิดทำการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งต่อราคาน้ำมัน แต่ในปัจจุบัน มีสถานีบริการน้ำมันที่ปิดทำการเพียง 5.77% เท่านั้น
ข้อมูลของสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานการค้าขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ระบุว่า ในปี 2567 ไทยและเวียดนามรวมกัน ครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประจำปีของกัมพูชา ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซีย คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 และจีนคิดเป็นประมาณ 7%
รัตนะกล่าวว่า กัมพูชากำลังเพิ่มการนำเข้าจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากข้อจำกัดการส่งออกในประเทศอื่น ๆ และเสริมว่า ซัพพลายเออร์ที่มีอยู่ก็พยายามส่งออกเชื้อเพลิง แม้อุปทานจะตึงตัวขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาที่สินค้าจากสิงคโปร์และมาเลเซียจะมาถึง แต่กล่าวว่า ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงในปัจจุบัน เทียบได้กับระดับในอดีต
รัตนะกล่าวว่า กัมพูชาไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน และมีปริมาณน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และน้ำมันเบนซินสำรอง ไม่ถึง 1 เดือนภายใต้สภาวะปกติ โดยเขากล่าวว่า กัมพูชายังไม่พร้อมรับมืออย่างเต็มที่ในขั้นตอนนี้ แต่ปริมาณน้ำมันที่ไหลเข้ามาดูเหมือนจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้เจรจาเบื้องต้นในเดือน มี.ค. กับบริษัท วู้ดไซด์ เอเนอร์จี ของออสเตรเลีย เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 900 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่า จะเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2570 พร้อมเสริมว่า การจัดหาจากออสเตรเลียจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้.
เครดิตภาพ : AFP