‘สมชาย’ เผย ‘ทักษิณ’ เอ่ยปากชม ‘ยศชนัน’ บุคลิกดี เรียนรู้การเมืองเร็ว อนาคตไกล
"สมชาย-เจ๊แดง" เยี่ยม "ทักษิณ" ครบคุก 6 เดือน 10 วัน เผยเจ้าตัวยังสดชื่นแจ่มใส นับถอยหลังสู่อิสรภาพภายใน พ.ค.นี้ พร้อมเอ่ยปากชม "ยศชนัน"บุคลิกดีขึ้น เรียนรู้การเมืองเร็ว อนาคตไกล
19 มีนาคม 2569 -เวลา 10.00 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะตัวแทนครอบครัว ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลาครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน
หลังใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมประมาณ 35 นาที นายสมชาย ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการเดินทางมาเยี่ยมตามปกติเนื่องจากไม่ได้พบกันประมาณหนึ่งเดือนกว่าด้วยความความคิดถึง จึงได้มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวภายในครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง โดยไม่มีประเด็นหนักใด ๆ ที่ต้องหารือกันเป็นพิเศษ
ส่วนในประเด็นทางการเมือง มีการพูดคุยกันบ้างเนื่องจากนายทักษิณยังคงติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ได้โฟกัสในประเด็นใดเป็นพิเศษ เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปวุ่นวายหรือพูดคุยกับบุคคลภายนอกได้ ซึ่งผู้ที่เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่มีบุคคลจากฝ่ายการเมืองเข้ามาเยี่ยมแต่อย่างใด ในวันนี้สภาพจิตใจของนายทักษิณมีความสดชื่นแจ่มใสและทำใจได้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งตนได้กล่าวให้กำลังใจในลักษณะของการนับถอยหลังสู่การได้รับอิสรภาพ โดยบอกกับนายทักษิณว่าเราจะไม่นับเศษของเวลาแต่นับเวลาเต็ม ซึ่งคาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนหรือภายในเดือนพ.ค.นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพอย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและสมาชิกในครอบครัวทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวังที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บ้างหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า นายทักษิณได้เอ่ยชมว่าอาจารย์เชนดูมีบุคลิกท่าทางที่ดีขึ้นหลังจากเข้ามาทำงานการเมือง แม้จะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่แต่ก็มีการเรียนรู้ที่รวดเร็วและให้ความใส่ใจในการสืบค้นข้อมูล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานการเมืองในอนาคต และนายทักษิณก็ได้ฝากให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถ
ส่วนในเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรค เป็นหน้าที่ของทางพรรคเพื่อไทยที่จะวางนโยบายและดำเนินการประชุมกันต่อไป โดยตนอยู่ในฐานะผู้ติดตามและคอยให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น
เรื่องของบ้านเมืองในปัจจุบันต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้เข้ามาพัฒนาประเทศให้ทันต่อสถานการณ์ หากยังใช้ระบบเดิมโดยไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมก็อาจจะก้าวไม่ทันโลก ซึ่งการสนทนากับนายทักษิณในวันนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นการพูดคุยตามประสาผู้สูงอายุ เนื่องจากนายทักษิณไม่ได้อยู่ในจุดที่จะสามารถลงมาขับเคลื่อนอะไรได้ เป็นหน้าที่โดยตรงของพรรคเพื่อไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ยังคงให้ความสนใจติดตามข่าวสาร ในวันที่ 11 พ.ค.อาจจะได้พบกันที่นี่อีกครั้ง