โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกาะติดสงครามอิหร่าน 19 มี.ค. 69 อิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากโจมตีแหล่งพลังงาน!

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงศูนย์กลางก๊าซสำคัญของกาตาร์ เอาคืนอิสราเอลเปิดฉากโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่สุดของอิหร่าน

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเวลานี้ดูเหมือนว่าเป้าหมายสำคัญคือแหล่งผลิตพลังงานสำคัญทั่วภูมิภาค โดยเมื่อคืนวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตี "เซาท์ พาร์ส" (South Pars) แหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบในบางตลาดหลักทะยานเกิน 110 ดอลลาร์สหรัฐ

เซาท์ พาร์ส มีสัดส่วนการผลิตก๊าซถึง 70% ของประเทศ เป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกับกาตาร์ที่ครอบครองแหล่งก๊าซในพื้นที่เดียวกันแต่ใช้ชื่อว่านอร์ทโดม (North Dome)

ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองส่วนนี้เข้าด้วยกัน พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

โดยการโจมตีที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลกำหนดเป้าหมายของภารกิจทางทหารไปที่แหล่งพลังงานของอิหร่าน

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า คลังเก็บก๊าซและโรงกลั่นแห่งหนึ่งถูกโจมตี แต่พนักงานได้ถูกอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินกำลังพยายามดับไฟ

ด้านสื่ออิสราเอลรายงานว่า การโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส ได้รับการเห็นชอบจากสหรัฐฯ แล้ว แม้ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาของการทำสงคราม ทั้งสองชาติพันธมิตรจะพยายามหลีกเลี่ยงการเปิดฉากปฎิบัติการทางทหารต่อแหล่งพลังงานของอิหร่าน เพื่อควบคุมไม่ให้ราคาพลังงานในตลาดโลกสูงจนเกินไป

มาเจด อัล อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ วิจารณ์ว่า การโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเป็นการกระทำที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ

เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่ตำหนิว่า ปฏิบัติการของอิสราเอลเป็นการยกระดับที่อันตราย โดยการเล็งเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานคือภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของระบบพลังงานโลกและสร้างผลกระทบรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้แจ้งเตือนซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ให้อพยพผู้คนออกจากแหล่งผลิตพลังงานหลายแห่งที่อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตอบโต้

กองทัพอิหร่านได้เตือนว่าจะใช้ "มาตรการเด็ดขาด" เพื่อตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ "ศัตรูได้โจมตีส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของอิหร่านทางตอนใต้"

พวกเขาเสริมว่า "ดังที่ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้ หากโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง พลังงาน ก๊าซ และเศรษฐกิจของประเทศเราถูกโจมตีโดยศัตรูอเมริกัน-ไซออนิสต์ นอกจากการตอบโต้ที่รุนแรงต่อศัตรูแล้ว เราจะโจมตีต้นตอของการรุกรานนั้นอย่างรุนแรงเช่นกัน เราถือว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง พลังงาน และก๊าซของประเทศต้นทางนั้นเป็นสิ่งที่ชอบธรรม และจะตอบโต้อย่างรุนแรงในโอกาสแรก"

โดยอิหร่านได้ออกคำสั่งอพยพสำหรับโครงสร้างทางพลังงาน 5 แห่งในอ่าวเปอร์เซีย ประกอบด้วย

  • โรงกลั่นน้ำมัน Samref ในซาอุดีอาระเบีย
  • โรงงานปิโตรเคมี al-Jubail และบริษัท Masaiid Holding ในซาอุดีอาระเบีย
  • แหล่งก๊าซ al-Hosn ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • และโรงกลั่นน้ำมัน Ras Laffan ในกาตาร์

ข้อความระบุว่า "โครงสร้างเหล่านี้ได้กลายเป็นเป้าหมายโดยตรงและถูกต้องตามกฎหมาย และจะถูกโจมตีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ดังนั้น ขอให้พลเมือง ผู้อยู่อาศัย และพนักงานทุกคนออกจากพื้นที่เหล่านี้โดยทันทีและไปยังที่ปลอดภัยโดยไม่ชักช้า"

กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตลอดทั้งวันของเมื่อวันที่ 18 มี.ค. มีขีปนาวุธทั้งหมด 5 ลูกถูกยิงมาจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่กาตาร์ โดย 4 ลูกถูกสกัดเอาไว้ได้ ส่วนอีกลูกหนึ่งตกลงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม “ราส ลาฟฟาน” (Ras Laffan) จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงในตลาดสำคัญหลายแห่งต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส ของอิหร่าน

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในทะเลเหนือของอังกฤษ เพิ่มขึ้นกว่า 6% มาอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ราคาน้ำมันดิบเมอร์บันของยูเออีเพิ่มขึ้นเกือบ 6% อยู่ที่ 117 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล และนำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% มาอยู่ที่ประมาณ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล

โรงกลั่นน้ำมันคูเวตถูกโจมตี

บริษัทปิโตรเลียมแห่งคูเวต (KUNA) ระบุว่า หน่วยผลิตน้ำมันแห่งหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันมินา อัล-อะห์มาดี ถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ส่งผลให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

โรงกลั่นน้ำมันมินา อัล-อะห์มาดี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงคูเวตซิตีไปทางใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร

สรุปยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 19 มี.ค. 69

  • อิหร่าน: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,444 คน และบาดเจ็บ 18,551 คน
  • เลบานอน: มีผู้เสียชีวิต 968 คน จากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. รวมถึงเด็กกว่า 100 คน
  • อิรัก: มีผู้เสียชีวิต 60 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกองกำลังระดมพลประชาชนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
  • อิสราเอล: มีผู้เสียชีวิต 17 คน รวมถึงพลเรือน 15 คน และทหารอิสราเอล 2 นาย ในเลบานอนตอนใต้
  • สหรัฐอเมริกา: มีทหารเสียชีวิต 13 นาย โดย 7 นายเสียชีวิตในปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่าน และ 6 นายในอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่อิรัก
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: มีผู้เสียชีวิต 8 คน รวมถึงทหาร 2 นาย
  • คูเวต: มีผู้เสียชีวิต 6 คน รวมถึง 2 คนจากการโจมตีของอิหร่าน
  • ปาเลสไตน์: ผู้หญิง 3 คนเสียชีวิตในเขตเวสต์แบงก์
  • ซีเรีย: มีผู้เสียชีวิต 4 คน
  • โอมาน: มีผู้เสียชีวิต 3 คน
  • ซาอุดีอาระเบีย: มีผู้เสียชีวิต 2 คน
  • บาห์เรน: มีผู้เสียชีวิต 2 คน
  • ฝรั่งเศส: ทหารเสียชีวิต 1 นายจากการโจมตีด้วยโดรนในอิรักตอนเหนือ

อิหร่านเรียกร้องค่าเสียหายจากยูเออี

อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยกล่าวหาว่ายูเออีมีส่วนช่วยให้สหรัฐฯ โจมตีดินแดนอิหร่าน

วันที่ 19 มี.ค. อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย

โดยในจดหมายระบุว่า การตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่อนุญาตให้ใช้ดินแดนของตนในการโจมตีนั้น ถือเป็น “การกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งรัฐต้องรับผิดชอบ”

อิหร่านกล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีหน้าที่รับผิดชอบระหว่างประเทศที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย รวมถึงค่าเสียหายทางวัตถุและจิตใจทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ซาอุฯ เผย ไม่ตัดความเป็นไปได้ตอบโต้อิหร่านทางทหาร

วันที่ 19 มี.ค. เจ้าชายไฟซัล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากอิหร่าน

เจ้าชายไฟซัลกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากภูมิภาคในกรุงริยาดว่า อิหร่านต้อง “ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาด” โดยเน้นย้ำว่าการโจมตีเช่นนี้จะไม่นำมาซึ่งผลประโยชน์ใดๆ แก่เตหะราน

เจ้าชายไฟซาลกล่าวว่า อิหร่าน “ไม่เชื่อในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน” และเลือกที่จะ “พยายามกดดันประเทศเพื่อนบ้าน” ซึ่งแนวทางนี้จะไม่ประสบความสำเร็จและจะ “ส่งผลเสียต่อเตหะรานทั้งในทางการเมืองและทางศีลธรรม”

รมว.ต่างประเทศซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า “ราชอาณาจักรจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน และในทางตรงกันข้าม แรงกดดันนี้จะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเอง และแน่นอน ดังที่เราได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้ว เรามีสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารหากเห็นว่าจำเป็น”

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

“ทรัมป์” ขู่อิหร่าน ถ้าโจมตีแหล่งก๊าซกาตาร์อีก จะระเบิด “เซาท์ พาร์ส” ทิ้ง

วันที่ 19 มี.ค. เวลา 09.05 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่ว่าจะระเบิดแหล่งก๊าซ เซาท์ พาร์ส หากอิหร่านโจมตีกาตาร์อีกครั้ง

ทรัมป์ระบุว่า ด้วยความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง อิสราเอลจึงโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส ในอิหร่านอย่างรุนแรง การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของแหล่งก๊าซทั้งหมด สหรัฐฯ ไม่ทราบเรื่องการโจมตีครั้งนี้ และประเทศกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ และไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

“น่าเสียดายที่อิหร่านไม่ทราบเรื่องนี้หรือข้อเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี เซาท์ พาร์ส และได้โจมตีส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์อย่างไม่ชอบธรรมและไม่ยุติธรรม อิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งก๊าซ เซาท์ พาร์ส ที่สำคัญและมีค่าอย่างยิ่งนี้อีกต่อไป เว้นแต่ว่าอิหร่านจะตัดสินใจโจมตีประเทศที่บริสุทธิ์อย่างกาตาร์” ทรัมป์กล่าว

เขาเสริมว่า “ซึ่งในกรณีนั้น สหรัฐฯ ไม่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือหรือความยินยอมจากอิสราเอลหรือไม่ก็ตาม จะระเบิดแหล่งก๊าซ เซาท์ พาร์ส ทั้งหมดด้วยกำลังและความรุนแรงที่อิหร่านไม่เคยเห็นหรือพบเห็นมาก่อน”

ทรัมป์บอกอีกว่า “ผมไม่ต้องการอนุมัติความรุนแรงและการทำลายล้างในระดับนี้ เนื่องจากผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตของอิหร่าน แต่หากโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ถูกโจมตีอีกครั้ง ผมจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการเช่นนั้น”

รมว.ต่างประเทศ 12 ชาติเรียกร้องอิหร่าน-อิสราเอลหยุดการโจมตีทันที

รัฐมนตรีต่างประเทศของ 12 ชาติอาหรับและอิสลามเรียกร้องให้อิหร่าน “ยุติการโจมตีโดยทันที” และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มี.ค. หลังจากการประชุมในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

ในแถลงการณ์ เหล่ารัฐมนตรีประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซีย จอร์แดน อาเซอร์ไบจาน และตุรกี ซึ่งได้มุ่งเป้าไปที่ “พื้นที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงโรงงานน้ำมัน โรงงานผลิตน้ำจืด สนามบิน อาคารที่พักอาศัย และสถานที่ทำการทางการทูต”

เหล่ารัฐมนตรียังประณามการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน และ “ยืนยันการสนับสนุนความมั่นคง เสถียรภาพ และบูรณภาพดินแดนของเลบานอน”

แถลงการณ์ร่วมนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย โดยมีรายงานไฟไหม้ที่โรงงานในกาตาร์ และมีการสกัดกั้นขีปนาวุธในซาอุดีอาระเบีย

แถลงการณ์ดังกล่าวออกในนามของรัฐมนตรีผู้แทนประเทศอาเซอร์ไบจาน บาห์เรน อียิปต์ จอร์แดน คูเวต เลบานอน ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อิหร่านโจมตี “ราส ลาฟฟาน” ซ้ำ

เช้าวันที่ 19 มี.ค. กระทรวงกลาโหมกาตาร์แถลงว่า อิหร่านได้โจมตีนิคมอุตสาหกรรม ราส ลาฟฟาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพลังงานหลักของกาตาร์ ด้วยขีปนาวุธ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการโจมตีครั้งก่อนหน้า ทำให้เกิดความเสียหาย

กระทรวงมหาดไทยกาตาร์แถลงแยกต่างหากว่า หน่วยกู้ภัยกำลัง "จัดการกับเหตุเพลิงไหม้ในเขตอุตสาหกรรม ราส ลาฟฟาน เนื่องจากการโจมตีของอิหร่าน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต"

การโจมตีครั้งก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ตามรายงานของ QatarEnergy

“ทรัมป์” ไม่อยากให้ยิงโครงสร้างพลังงาน - ของบเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ทรัมป์ไม่ต้องการให้มีการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของอิหร่านอีกต่อไป หลังจากที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส ของอิหร่าน

ทรัมป์สนับสนุนการโจมตีดังกล่าวโดยมีเจตนาที่จะส่งสัญญาณไปยังอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ แต่ขณะนี้เขาต่อต้านหากจะมีการโจมตีในลักษณะดังกล่าวอีก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บอกกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ทรัมป์อาจเปิดให้มีการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม หากอิหร่านคุกคามหรือขัดขวางเส้นทางน้ำมันและการค้าที่สำคัญ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลบอกกับวอชิงตันโพสต์ว่า กระทรวงกลาโหมได้ขอให้ทำเนียบขาวอนุมัติงบประมาณมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.57 ล้านล้านบาท) เพื่อเป็นทุนในการทำสงครามในอิหร่าน

จำนวนเงินนี้จะสูงกว่าค่าใช้จ่ายของรัฐบาลทรัมป์จนถึงปัจจุบันมาก และจะนำไปใช้เพื่อเพิ่มการผลิตอาวุธที่สำคัญที่ใช้ไปอย่างเร่งด่วนแทน

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพนตากอนได้เสนอของบประมาณหลายรายการ และหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ชี้ว่า ข้อเสนองบประมาณล่าสุด "มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการต่อสู้ทางการเมืองครั้งใหญ่ในสภาคองเกรส"

กาตาร์ขับเจ้าหน้าที่อิหร่านทั้งหมดออกจากประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิหร่านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางออกจากประเทศ

คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีพื้นที่อุตสาหกรรม ราส ลาฟฟาน ของกาตาร์ก่อนหน้านี้

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ผู้ที่ถูกกาตาร์ประกาศว่าเป็น "บุคคลที่ไม่พึงประสงค์" มีเวลา 24 ชั่วโมงในการเดินทางออกจากประเทศ โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการหลังจากการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน

ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า หากอิหร่านยังคงกระทำการ "เป็นปรปักษ์" ต่อไป กาตาร์จะต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องตนเอง

ซาอุฯ สกัดโดรนอิหร่าน

กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียระบุว่า กำลัง "ขัดขวางความพยายามโจมตีโรงงานผลิตก๊าซแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกด้วยโดรน"

ในอีกที่หนึ่งใกล้กับกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ทางการระบุว่ามีประชาชน 4 คนได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดหลังจากขีปนาวุธถูกสกัดกั้น

“ทรัมป์” เปิดทางเรือน้ำมันต่างชาติสัญจรในสหรัฐฯ หวังบรรเทาราคาน้ำมัน-ก๊าซ

โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามอำนวยความสะดวกให้เรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติสามารถสัญจรไปมาในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น โดยอนุญาตให้เรือที่ติดธงต่างชาติซึ่งบรรทุกน้ำมันและก๊าซสามารถเดินทางระหว่างท่าเรือของสหรัฐฯ ได้เป็นการชั่วคราว

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทรัมป์พยายามบริหารจัดการความสมดุลอย่างละเอียดอ่อน โดยพยายามบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ดำเนินสงครามกับอิหร่าน

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ทรัมป์ได้ออกคำสั่งยกเว้นกฎหมาย Jones Act เป็นเวลา 60 วัน

Jones Act เป็นกฎหมายที่ผ่านในปี 1920 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือของสหรัฐฯ กฎหมายดังกล่าวห้ามเรือที่ติดธงต่างชาติซึ่งบรรทุกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันและก๊าซ ไม่ให้เดินทางผ่านทางน้ำของสหรัฐฯ

ในแถลงการณ์ ทำเนียบขาวกล่าวว่า การยกเว้นนี้เป็น “อีกก้าวหนึ่งเพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดน้ำมัน ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการ Epic Fury ต่อไป”

ระบอบการปกครองของอิหร่าน “ยังอยู่” แต่ “อ่อนแอลงมาก”

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ในการให้หารต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ทุลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หลังเกิดสงครามอิหร่าน ระบอบการปกครองของอิหร่าน “ยังคงอยู่” แต่ “อ่อนแอลงอย่างมาก”

แกบบาร์ดกล่าวว่า สหรัฐฯ คาดการณ์ถึงปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ “หน่วยข่าวกรองประเมินว่าระบอบการปกครองในอิหร่านดูเหมือนจะยังคงอยู่ แต่อ่อนแอลงอย่างมากเนื่องจากการโจมตีผู้นำและขีดความสามารถทางทหาร”

แกบบาร์ดกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตะวันออกกลางได้ “ทำลาย” ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปมากแล้ว

เธอยังกล่าวอีกว่า หน่วยข่าวกรองได้ประเมินว่า “อิหร่านกำลังพยายามฟื้นตัวจากความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นระหว่างสงคราม 12 วัน และยังคงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีด้านนิวเคลียร์”

สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 12 วันในเดือน มิ.ย. 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังถามถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองในการตัดสินใจโจมตีอิหร่านของทรัมป์ วุฒิสมาชิก แองกัส คิง ถามว่า พวกเขา “อยู่ในห้อง” กับทรัมป์ขณะที่เขา “ตัดสินใจขั้นสุดท้าย” หรือไม่

จอห์น แรตคลิฟฟ์ บอกว่า เขาเข้าร่วมการประชุมกับประธานาธิบดีหลายสิบครั้ง แต่ไม่ทราบว่ามีการประชุมครั้งเดียวที่มีการตัดสินใจหรือไม่

คิงยังถามอีกว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้แจ้งทรัมป์หรือไม่ว่าอิหร่านอาจโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ

แรตคลิฟฟ์ตอบว่า “ประธานาธิบดีได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับข่าวกรองอยู่ตลอดเวลา … กระทรวงกลาโหมเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของอิหร่านต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในแหล่งพลังงานทั่วภูมิภาค และได้ดำเนินมาตรการป้องกันกำลังพล”

แกบบาร์ดเสริมว่า หน่วยข่าวกรองมีการประเมินมาอย่างยาวนานว่า อิหร่าน “มีแนวโน้มที่จะยึดครองช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ดำเนิน “วางแผนเชิงรุก” เพื่อรับมือแล้ว

ยืนยัน รมว.ข่าวกรองอิหร่านเสียชีวิต

ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ได้ยืนยันแล้วว่า เอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวกรองอิหร่าน ถูกสังหาร

ในโพสต์บน X เปเซชเคียนกล่าวว่า "การลอบสังหารอย่างขี้ขลาดต่อเพื่อนร่วมงานที่รักของผม เอสมาอิล คาติบ, อาลี ลาริจานี และอาซิซ นาซีร์ซาเดห์ พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวและทีมงานที่ร่วมเดินทางไปด้วย ทำให้พวกเราโศกเศร้า"

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิหร่านเดินหน้าส่งออกน้ำมัน หลังเกิดสงครามพบเรือ 90 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ความตายของ “ลาริจานี” สะเทือนอิหร่านมากกว่าความตายของ “คาเมเนอี”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 19 มี.ค. 69 อิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากโจมตีแหล่งพลังงาน!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...