ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เสนอ ‘City Lab’ – รีแคป ‘ผลงานเพื่อผู้พิการ’ ยกระดับชีวิตของจริง ไม่เน้นตัวเลข
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เสนอ ‘City Lab’ ให้ผู้พิการ-เจ้าหน้าที่ ทดลองโมเดลเมือง เพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียม – รีแคป ‘5 ด้าน 5 ดี’ ยกระดับชีวิตกลุ่มเปราะบาง เน้นใช้งานจริง มากกว่าสถิติ
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายด้านคนพิการ (5 ด้าน 5 ดี) โดยมี นายภาณุมาศ สุขอัมพร ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
การประชุมในวันนี้ แต่ละหน่วยงานได้นำเสนอผลการขับเคลื่อน นโยบาย 5 ด้าน 5 ดี ของกรุงเทพมหานคร คือ เรียนดี สุขภาพดี เดินทางดี เศรษฐกิจดี และบริหารจัดการดี โดยการขับเคลื่อนนโยบายในด้าน “เรียนดี” กรุงเทพมหานครมุ่งเน้นการขยายโอกาสทางการศึกษาพิเศษอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2569 ได้เพิ่มจำนวนโรงเรียนในสังกัดที่จัดการศึกษาเรียนร่วมเป็น 169 โรงเรียน พร้อมทั้งเพิ่มบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรองรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษเป็น 1,014 คน และมีผู้บริหารสถานศึกษาที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านนี้อีก 437 คน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
ในส่วนของนโยบาย “สุขภาพดี” กทม. ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสิทธิและบริการเชิงรุกผ่านศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ซึ่งตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบันมีคนพิการได้รับบัตรประจำตัวผ่านศูนย์ฯ แล้ว 35,609 คน อีกทั้งยังมีการลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อออกเอกสารรับรองความพิการให้ประชาชนอีก 6,615 คน พร้อมสนับสนุนกายอุปกรณ์และส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการผ่าน Smart Gym รวมถึงสนับสนุนนักกีฬาคนพิการสู่ระดับชาติ
ด้าน นโยบาย“เดินทางดี” ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตามหลัก Universal Design หรือการออกแบบเพื่อทุกคน โดยดำเนินการปรับปรุงอาคารและสถานที่ของ กทม. สำเร็จแล้ว 108 อาคาร รวมถึงปรับปรุงทางข้ามทั่วกรุงฯ ให้ได้มาตรฐาน 3,106 แห่ง พร้อมติดตั้งสัญญาณไฟปุ่มกดและเสียงเตือน
นอกจากนี้ ยังพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถ BMA Feeder และรถด่วนพิเศษ BRT ที่รองรับวีลแชร์ทุกสถานี
สำหรับ นโยบาย “เศรษฐกิจดี” กทม. มุ่งสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยปัจจุบันมีการจ้างงานคนพิการทำงานในหน่วยงานของ กทม. แล้ว 442 คน และมีการฝึกอบรมวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้นที่ทันสมัย เช่น การออกแบบเว็บไซต์และบาริสตา ซึ่งผ่านการอบรมไปแล้ว 146 คน โดยในเดือนเมษายน 2569 จะมีหน่วยบริการเคลื่อนที่สัญจรไปตามชุมชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้แสดงความสามารถทางดนตรีและศิลปะในเทศกาลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
นโยบายสุดท้าย ด้าน “บริหารจัดการดี” ได้มีการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ณ โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 2) เพื่อเป็นฐานข้อมูลอาชีพ และเตรียมเปิดรับสมัครข้าราชการสามัญรอบใหม่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการและนักวิชาการศึกษาในเดือน พ.ค. 69 นี้ นอกจากนี้ยังพัฒนาสื่อที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทั้งล่ามภาษามือและคำบรรยายแทนเสียง รวมถึงระบบดิจิทัลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบายทั้ง 5 ด้านให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ในช่วงท้ายของการประชุม นายต่อศักดิ์ ประธานที่ปรึกษาฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะและเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการทำงาน
“กทม. ต้องให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพ’ มากกว่าเพียงแค่ ‘ตัวเลขสถิติ’ โดยเป้าหมายสูงสุดคือพี่น้องคนพิการต้องสามารถใช้งานบริการต่างๆ ได้จริง และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้น” นายต่อศักดิ์กล่าว
พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานประสานงานกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อหาทางออกในจุดที่ติดขัดร่วมกัน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสงานที่หลากหลาย
นอกจากนี้ ประธานที่ปรึกษาฯ ต่อศักดิ์ ยังได้เสนอแนวคิดการจัดทำ ‘City Lab’ หรือห้องทดลองเมือง โดยให้เฟ้นหาสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และคนพิการ ผ่านการทดลองใช้งานจริง หากโมเดลใดประสบความสำเร็จ จะนำบทเรียนดังกล่าวไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เสนอ ‘City Lab’ – รีแคป ‘ผลงานเพื่อผู้พิการ’ ยกระดับชีวิตของจริง ไม่เน้นตัวเลข
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th