พลังงานไล่บี้แก้จุดบกพร่องเร่งปลดล็อคกระจายน้ำมันหน้าปั๊ม
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมัน ใน อ.ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ส่งน้ำมันให้สถานีบริการประมาณ 200 แห่งใน 23 จังหวัด ว่า ขณะนี้คลังน้ำมันได้เร่งกระจายปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการที่สูงขึ้นรวดเร็ว โดยปรับเวลาการจ่ายน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วัน ซึ่งช่วงแรกเพิ่มจำนวนรถขนน้ำมันจาก 200 เที่ยว เป็น 400 เที่ยว หรือประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 20%
ทั้งนี้ปัญหาการรอคิวหน้าปั๊มน้ำมันในบางพื้นที่นั้น ในทางปฏิบัติการขนส่งน้ำมันจะกำหนดเป็นรอบ ซึ่งในช่วงที่น้ำมันมีความต้องการสูงทำให้น้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดช่วงเวลาการรับน้ำมันในรอบถัดไปนาน ซึ่งเรื่องนี้ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน หาแนวทางแก้ไข รวมทั้งตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ
จากนั้น ได้เดินทางไปยังสถานีบริการน้ำมัน บางจาก ของบริษัท เคมาร์ท บริการ จำกัด ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา สำหรับประเด็นที่ภาคเอกชนร้องเรียนราคาขายปลีกน้ำมันในบางพื้นที่ที่สูงจนเข้าข่ายค้ากำไรเกินควร โดยผู้ค้าอ้างว่าไม่ได้รับการชดเชยจากรัฐบาลนั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า น้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นเพื่อจำหน่ายในประเทศเมื่อใด ก็มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ตามอัตราที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนด ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ได้เร่งตรวจสอบและประสานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อกำหนดมาตรการลงโทษผู้ค้าที่มีการตั้งราคาจำหน่ายเกินควร
อย่างไรก็ตามภายหลังมีการกำหนดเพดานราคาดีเซล 33 บาทต่อลิตร โดยทยอยปรับขึ้น 50 สต. เพื่อให้สะท้อนกับภาวะราคาตลาดโลก และการแก้ปัญหาการจ่ายน้ำมันที่เป็นคอขวดก็เชื่อว่าสถานการณ์หน้าปั๊มน้ำมันจะเริ่มคลี่คลายโดยเร็ว
“ขณะนี้รับทราบปัญหาการกระจายน้ำมันที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้มีจัดส่งน้ำมันไปทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเร็วที่สุด ส่วนด้านราคาขายปลีกน้ำมันในบางพื้นที่ที่มีการจำหน่ายสูงจนเข้าข่ายค้ากำไรเกินควร โดยอ้างว่าไม่ได้รับการชดเชยจากรัฐบาล ขอยืนยันว่า น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่นเพื่อจำหน่ายในประเทศจะได้รับการชดเชยตามอัตราที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนด ทั้งนี้ ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบและประสานกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์เพื่อดำการตรวจสอบ และจะมีมาตรการลงโทษผู้ค้าที่มีการตั้งราคาจำหน่ายเกินควรหรือกักตุน"
นายอรรถพล กล่าวถึง กรณีกลุ่มสมาพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊ม ว่า จะต้องมาหารือร่วมกันวางแนวทางแก้ปัญหา ในการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและเหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการแย่งซื้อน้ำมันหน้าปั๊มได้
ด้านนางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความต้องการน้ำมันที่สูงขึ้นรวดเร็ว ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำมันทันที โดยเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำส่ง เป็นเท่าตัว และขอให้โรงกลั่นน้ำมันเพิ่มจำนวนน้ำมันอีก 50-70% จากคำสั่งเดิม ซึ่งขณะนี้จ่ายน้ำมันออกไปได้วันละ 7-8 ล้านลิตร จากเดิมอยู่ที่ 4 ล้านลิตร
“คลังน้ำมันที่ลำลูกกา ใช้ระบบขนส่งทางท่อจากโรงกลั่นแต่ละเที่ยวจะใช้เวลา 9-10 วัน แต่เมื่อปริมาณความต้องการสูงขึ้นทำให้การจัดส่งไปยังปั๊มไม่ทัน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกักตุน ขณะเดียวกัน OR ได้ประสานงานกับโรงกลั่นเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงการปรับสัดส่วนการผลิตน้ำมันเครื่องบิน หรือ JET A-1 มา ผลิตเป็นดีเซลเพื่อเพิ่มปริมาณตามความต้องการในตลาด และมีแผนนำเข้าน้ำมันเบนซินสำเร็จรูปเพิ่มอีก 50 ล้านลิตรในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน”