โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI เร่งสอบ 34 บริษัทมูลค่า 100 ล้าน เข้าข่ายนอมินี อึ้ง จดทะเบียนวันเดียวผ่าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 09.08 น.

อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายกองคดีความมั่นคง เร่งตรวจสอบบริษัท 34 เจ้าบนเกาะสมุย-เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ส่อเข้าข่ายนอมินี ใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้าแทนต่างชาติหลายสัญชาติ

จากกรณีที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเท่าเทียมในการประกอบธุรกิจ

โดยในการประชุมพบข้อมูลเชิงลึกจากการสแกนข้อมูลบริษัทในหลายจังหวัดท่องเที่ยวว่ามีความเสี่ยงเข้าข่ายการดำเนินธุรกิจผ่านนอมินีจำนวนมากและมีรูปแบบซับซ้อน รวมทั้งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีชาวต่างชาติบางกลุ่มรวมตัวแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพยากรของประเทศ และมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันวางแนวทางการตรวจสอบบริษัทนอมินี

เบื้องต้นจะเริ่มจากการตรวจสอบที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายลำดับแรกในการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบเชิงรุก โดยได้นำข้อมูลบริษัทจำนวนกว่า 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์และจำแนกระดับความเสี่ยงเป็นสูง กลาง และต่ำ เพื่อวางแผนตรวจสอบอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และจะได้มีการขยายผลตรวจสอบนอมินีครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน นั้น

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทางดีเอสไอก็ได้มีการมอบหมายให้กองคดีความมั่นคงตั้งเรื่องสืบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานข้อมูลจำนวนบริษัท 34 แห่งที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาท มาให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก

ซึ่งล่าสุดก็พบว่า มีบริษัทจำนวนประมาณ 20 แห่งจากทั้งหมด 34 แห่งที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 100 ล้านบาท ดังนั้น ดีเอสไอจะต้องขยายผลดูรายละเอียดในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัททั้ง 20 แห่งดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลใดบ้าง และแต่ละรายถือหุ้นในสัดส่วนเท่าไร หรือถือหุ้นจริงหรือไม่ เพราะว่าพนักงานสืบสวนดีเอสไอก็จะต้องนำไปเปรียบเทียบว่าผู้ถือหุ้นรายนั้นสมฐานานุรูป หรือว่าระหว่างที่ดำเนินกิจการนั้น บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนผ่านมือผู้ถือหุ้นจากรายใดไปสู่รายใดบ้างหรือไม่ กล่าวโดยรวมคือการพิสูจน์ว่าบุคคลถือหุ้นด้วยตัวเองจริง หรือแค่ไปถือหุ้นเเทนคนต่างด้าว ซึ่งวิธีพิสูจน์ก็จะมีขั้นตอนของพนักงานสืบสวนอยู่แล้ว และต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนที่สุด

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า สำหรับบริษัททั้ง 20 แห่ง ที่พนักงานสืบสวนดีเอสไออยู่ระหว่างการขยายผลนั้น ข้อมูลเบื้องต้นก็พบว่าเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการหลากหลายประเภท แต่ก็ต้องใช้ตรวจสอบด้วยว่ากิจการเหล่านั้นเป็นธุรกิจต้องห้ามที่ถูกบัญญัติไว้ภายในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากพบความผิดปกติของบริษัทรายใดมีการใช้นอมินีถือหุ้นบังหน้า ก็จะได้มีการประมวลเรื่องรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีอาญาตามพฤติการณ์ความผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานด้วยว่า สำหรับระบบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ระบบ E Biz หรือระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) และ E Filing หรือระบบยื่นงบการเงินและสำเนาบัญชีและรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ซึ่งตามหลักการแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสามารถที่จะตรวจสอบได้ว่าผู้ถือหุ้น คนใดบ้างที่มีความผิดปกติถือหุ้นเกินกว่าความสามารถที่น่าจะถือหุ้นในหลายบริษัทได้ ทั้งนี้ ยังต้องย้ำว่า ระบบจดทะเบียนบริษัทโดยใช้คนไทยถือหุ้นเป็นนอมินีนั้น กลับใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน

ขณะที่ข้อมูลที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใน จ.สุราษฎร์ธานี เกาะพะงันและเกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับโลก ที่มีโอกาสจะมีการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีสูง พบว่า จ.สุราษฎร์ธานี มีบริษัทจำกัดจำนวน 21,717 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย (53.6%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 2,365 ราย (20%) 2.อังกฤษ 1,446 ราย (12%) 3.รัสเซีย 1,205 ราย (10%) 4.อิสราเอล 1,147 ราย (10%) 5.เยอรมัน 608 ราย (5%) 6.จีน 569 ราย (5%) 7.อเมริกัน 444 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 335 ราย (3%) 9.อิตาเลียน 258 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 222 ราย (2%)

เกาะพะงัน มีบริษัทจำกัดจำนวน 4,761 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย (67.48%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อิสราเอล 720 ราย (22%) 2.ฝรั่งเศส 426 ราย (13%) 3.อังกฤษ 359 ราย (11%) 4.รัสเซีย 306 ราย (10%) 5.เยอรมัน 194 ราย (6%) 6.อเมริกัน 144 ราย (4%) 7.อิตาเลียน 89 ราย (3%) 8.ยูเครน 69 ราย (2%) 9.ออสเตรเลียน 58 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 56 ราย (2%)

เกาะสมุย มีบริษัทจำกัดจำนวน 12,050 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย (68.16%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 1,937 ราย (24%) 2.อังกฤษ 1,077 ราย (13%) 3.รัสเซีย 885 ราย (11%) 4.จีน 478 ราย (6%) 5.อิสราเอล 419 ราย (5%) 6.เยอรมัน 406 ราย (5%) 7.อเมริกัน 291 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 273 ราย (3%) 9.สวิส 173 ราย (2%) และ 10.อิตาเลียน 169 ราย (2%) จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ณ เกาะพะงันและเกาะสมุยมีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ (16,811 ราย) โดยพบว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : DSI เร่งสอบ 34 บริษัทมูลค่า 100 ล้าน เข้าข่ายนอมินี อึ้ง จดทะเบียนวันเดียวผ่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...