โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ฮุน เซน" ฟาดกลับ! สั่งรัฐบาลเขมรเลิกง้อเจรจาไทย ปมพื้นที่ทับซ้อน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 08.18 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 พ.ค. 69) "สมเด็จฮุน เซน" ในฐานะรักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลกัมพูชา ห้ามกลับไปเจรจาระดับทวิภาคี (สองต่อสอง) กับไทยในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอีกต่อไป โดยย้ำให้เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยตรง

คำประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากสื่อไทยรายงานอ้างคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยที่ระบุว่า ภายหลังการยกเลิก MOU ปี พ.ศ. 2544 (MOU44) กระบวนการจะต้องดำเนินไปตามกรอบของกฎหมายทะเล ซึ่งมีหลายขั้นตอน และขั้นตอนแรกควรเริ่มจากการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายก่อน

สมเด็จฮุน เซน โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวในช่วงบ่ายวันนี้ว่า หากรายงานข่าวคำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศไทยถูกต้อง ข้อเสนอที่ให้เริ่มจากการเจรจาทวิภาคีถือเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับการกระทำของไทยเอง เพราะไทยเป็นฝ่ายยกเลิก MOU ปี 2544 เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายกรอบความร่วมมือในการเจรจาสองฝ่ายเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไปแล้ว

"ในฐานะรักษาการประมุขแห่งรัฐ ผมขอเตือนรัฐบาลกัมพูชาว่า อย่าริเริ่มการเจรจาทวิภาคีใดๆ กับไทยในประเด็นทะเลอีก แต่ให้เข้าสู่กลไกภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเลปี 1982 โดยตรง โดยไม่ต้องรอการอนุมัติหรือความเห็นชอบจากฝั่งไทย" สมเด็จฮุน เซน ระบุ

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังกล่าวเสริมว่า ตนได้เคยให้คำแนะนำไปแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ไม่ควรสร้างกลไกเจรจาสองฝ่ายอันใหม่ขึ้นมาแทนที่อันเดิมที่ไทยเป็นคนสั่งยกเลิกเอง

"เราเสียใจที่ไทยยกเลิก MOU ปี 2544 แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องขอบคุณไทยด้วยเช่นกัน ที่ทำให้เราสามารถหันไปใช้กลไกสากล (กฎหมายโลก) แทนได้ในที่สุด" สมเด็จฮุน เซน กล่าวทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...