โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ชี้ของแพงขึ้นในสหรัฐฯ ไม่กระทบเขาตัดสินใจเรื่องอิหร่าน

Amarin TV

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อโลกหวังให้ชาวอเมริกันกดดันทรัมป์ เพราะปัญหาค่าครองชีพที่แพงขึ้นจากสงคราม แต่ดูเหมือนว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของทรัมป์เรื่องอิหร่าน

ขณะที่สงครามอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และสถานการณ์ยังตึงเครียดต่อเนื่อง ชาวอเมริกันก็ได้รับผลกระทบจากการที่ค่าครองชีพพุ่งขึ้นไม่หยุด โดยมีรายงานว่า ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวไปถามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนโยบายสงครามว่า สถานการณ์การเงินที่ชาวอเมริกันกำลังเจออยู่ในเวลานี้ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทรัมป์ยอมทำข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่

คำตอบคือ ไม่ โดยทรัมป์ยังคงยืนกรานเรื่องของการไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นหลัก

แต่ท่ามกลางราคาสินค้าที่แพงขึ้นสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวอเมริกัน แรงความไม่พอใจนี้ จะสามารถกดดันทรัมป์ได้แค่ไหน Spotlight พาไปเจาะลึกว่า สินค้าในสหรัฐฯ เวลานี้แพงขึ้นขนาดไหน และประเด็นดังกล่าวจะส่งผลต่อการยุติสงครามได้หรือไม่?

ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสองเดือนติดต่อกันแล้ว

ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกันแล้ว และถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำต่ออิหร่านส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (12 พฤษภาคม) ระบุว่า ราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อเทียบรายปี อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแตะ 3.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2023 และสูงกว่าระดับ 3.3% ในเดือนมีนาคม

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อครั้งนี้ มาจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 5.4%

หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาพลังงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 17.9% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นถึง 28.4%

สมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ซึ่งติดตามราคาน้ำมันรายวัน ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐฯ ขณะนี้อยู่ที่ 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ประมาณ 3.78 ลิตร) เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 2.98 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ในช่วงที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกันในระยะต่อไป

เบอร์นาร์ด ยารอส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของบริษัท Oxford Economics กล่าวว่า ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้เริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะค่าโดยสารเครื่องบิน ซึ่งสายการบินจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้น

ในรายงานที่ส่งให้กับ Al Jazeera ยารอสระบุว่า ค่าโดยสารเครื่องบินในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทรัมป์เผยค่าครองชีพแพงไม่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องอิหร่าน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ถูกถามว่า สถานการณ์ทางการเงินที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญอยู่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจในการทำข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์กลับตอบว่า ไม่เลยแม้แต่เพียงนิด เพราะปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดเมื่อเขาพูดถึงอิหร่านคือ อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้นเขาไม่คิดว่า สถานการณ์การเงินของชาวอเมริกันหรือของใคร หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะเป็นปัจจัยสำคัญ

ทำเนียบขาวยังบอกอีกว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั้นน่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายมองว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านจะยังคงทำให้ระดับราคาสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะข้างหน้า

เบอร์นาร์ด ยารอส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของ Oxford Economics ระบุว่า แม้อัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดในไตรมาสนี้ แต่คาดว่าจะยังต่ำกว่าช่วงวิกฤตเงินเฟ้อในยุคโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ

“แม้ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) จะยังอยู่ในระดับสูงตลอดปีนี้ แต่ก็ไม่น่าจะเร่งตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้” ยารอสกล่าว

อะไรแพงขึ้นบ้าง?

ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอาหารสดและสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต กำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสินค้าในหมวดของชำเพิ่มขึ้น 0.7%

ราคาสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่ เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ราคาเนื้อวัวพุ่งขึ้น 2.7% เช่นกัน

ด้านราคาผักและผลไม้เพิ่มขึ้น 1.8% โดยราคามะเขือเทศพุ่งเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% จากเดือนก่อนหน้าเพียงเดือนเดียว

ราคากาแฟเพิ่มขึ้น 18.5% เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้นอีก 2% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ยังยืดเยื้อ

อเล็กซ์ จาเกซ อดีตสมาชิกสภาเศรษฐกิจแห่งชาติทำเนียบขาวในสมัยอดีตประธานาธิบดี Joe Biden กล่าวว่า “ทุกวันที่สงครามยังดำเนินต่อไป ราคาสินค้าจะยิ่งสูงขึ้น และจะยังอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายเดือนแม้สงครามจะสิ้นสุดแล้ว”

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าบางประเภทที่ราคาปรับตัวลดลง โดยราคาไข่ไก่ลดลงถึง 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทำเนียบขาวนำไปเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อชี้ให้เห็นสัญญาณบวกด้านค่าครองชีพ

แต่เมื่อเทียบรายเดือน ราคาไข่ยังคงเพิ่มขึ้น 1.5% สะท้อนว่าภาวะเงินเฟ้อด้านอาหารในสหรัฐฯ ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้บริโภคอเมริกันในเวลานี้

https://www.aljazeera.com/economy/2026/5/12/us-faces-rising-costs-with-iran-war-driving-energy-prices-inflation-higher

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...