โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วราวุธ เร่งพยุง SME อัดสินเชื่อ-ลดภาระหนี้ พร้อมดันเศรษฐกิจสีเขียว

The Better

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 03.27 น. • THE BETTER
กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดแผนเร่งด่วน 3 มิติ อัดฉีดสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี เสริมสภาพคล่อง–ลดภาระหนี้–ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ช่วย SMEรับมือวิกฤตพลังงานและความผันผวนจากตะวันออกกลาง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและเศรษฐกิจโดยรวม

โดยมาตรการหลักถูกกำหนดไว้ใน 3 มิติ ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเสริมสภาพคล่อง และการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ

ในมิติแรก ธนาคาร SME Bank ได้จัดสรรวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่นาน 3 ปี แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ได้แก่ สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สินเชื่อ “ผู้พลัง SME” สำหรับรายย่อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อพิเศษอื่น ๆ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ พร้อมกำชับให้พิจารณาสินเชื่ออย่างยืดหยุ่น รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนได้ทันสถานการณ์

มิติที่สอง คือ การเสริมสภาพคล่อง โดยใช้แนวทาง “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด สำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง พร้อมติดตามสถานะหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และเพิ่มโอกาสฟื้นตัว

มิติที่สาม มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ผ่านการอัพสกิลและรีสกิลแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจสีเขียวที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมยังออกมาตรการเสริมอีก 23 รายการ เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เช่น การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ดีเซลผสมปาล์ม D20–D70 และเอทานอล E20–E85 การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล การปรับปรุงเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเชื่อมโยงภาคเกษตรกับระบบโลจิสติกส์ และผลักดันมาตรฐานผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานเพิ่มอีกอย่างน้อย 40 รายการ อาทิ เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น

นายวราวุธยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดไม่ต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ เนื่องจาก SME Bank มีวงเงินรองรับอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทันทีผ่านธนาคารหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับกรณีราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ระบุว่าเป็นผลจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เพิ่มขึ้นและขาดแคลน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการ เพื่อหาทางแก้ไขโดยคำนึงถึงผู้บริโภค พร้อมเสนอให้ประชาชนลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ปัจจุบันสูงถึง 2.7 ล้านตันต่อปี และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...