แคสเปอร์สกี้ เผยภัยไซเบอร์ยังพุ่งแรง แนะคนไทยฉลองสงกรานต์แบบ “ฟิจิทัล”
แคสเปอร์สกี้ แนะคนไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันแบบผสมผสานระหว่างโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ หรือ “ฟิจิทัล” (physical-digital intersection, “phygital”) ในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหวสูง การรวมตัวกันในที่สาธารณะ และการใช้จ่ายดิจิทัลเพิ่มขึ้น กลอุบายที่อาชญากรไซเบอร์ใช้จึงปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนี้
11 เม.ย. 2569- ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเชื่อมต่อโมบายมากที่สุดในโลก โดยเน้นการใช้งาน 5G ความเร็วสูงและตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป จากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่ 96.6 ล้านรายการ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 135% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และพบว่าประชากรประมาณ 94.7% (67.8 ล้านคน) เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่เข้าถึงเว็บผ่านอุปกรณ์โมบายเป็นหลัก
รายงานระดับโลกฉบับล่าสุดของแคสเปอร์สกี้ แสดงให้เห็นว่า ในปี 2025 อาชญากรไซเบอร์ได้โจมตีอุปกรณ์โมบายโดยเฉลี่ยประมาณ 1.17 ล้านครั้งต่อเดือน โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย โฆษณา หรือซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยรวมแล้ว โซลูชันของแคสเปอร์สกี้สามารถบล็อกการโจมตีได้สูงถึง 14,059,465 ครั้งตลอดทั้งปี
ข้อมูลที่น่าตกใจคือ จำนวนแพ็กเกจติดตั้งแบ้งกิ้งโทรจันเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 255,090 แพ็กเกจ ซึ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โดยในบรรดาภัยคุกคามบนอุปกรณ์โมบายที่ตรวจพบยังพบการแพร่หลายที่เพิ่มขึ้นของแบ็กดอร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า เช่น Triada และ Keenadu ที่เพิ่งตรวจพบเมื่อเร็วๆ นี้
แคสเปอร์สกี้ ได้เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันแบบผสมผสานระหว่างโลกดิจิทัลและโลกความเป็นจริงในช่วงวันหยุด ดังนี้
การใช้ AI ในการหลอกลวงเกี่ยวกับวันหยุดและการท่องเที่ยว
เนื้อหาที่สร้างโดย AI เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2026 จึงแทบแยกการหลอกลวงแบบฟิชชิงไม่ออก มิจฉาชีพใช้ AI สร้างเว็บไซต์ปลอมที่มีความสมจริงสูง นอกจากนี้ ข้อความ SMS หรือข้อความ Line หลอกลวงที่เป็นภาษาไทยเสนอโปรโมชั่นวันหยุดอย่างสมบูรณ์ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นหลักสำหรับแอปหลอกลวง
ดังนั้นผู้ใช้ไม่มองแค่ภาษาที่สะกดผิด แต่ควรมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบ URL ต้นทางด้วยเช่นกัน และใช้แอปทางการของธนาคารในการทำธุรกรรมทั้งหมด
การใช้ Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย
ในช่วงเทศกาล ผู้คนมักใช้ Wi-Fi สาธารณะที่ให้บริการในงานอีเวนต์หรือศูนย์กลางการเดินทางเพื่อติดต่อสื่อสารกับญาติมิตร แชร์เนื้อหา อัปโหลดรูปภาพ ฯลฯ ฮอตสปอตสาธารณะที่ไม่ปลอดภัยยังเป็นช่องทางโจมตีหลักที่อาชญากรไซเบอร์ดักจับข้อมูลส่วนบุคคลในขณะที่ผู้ใช้กำลังเพลิดเพลินกับเทศกาล โดยแคสเปอร์สกี้แนะนำให้ใช้ VPN (เช่น Kaspersky VPN Secure Connection) แม้ว่าจะใส่อุปกรณ์ไว้ในซองกันน้ำแล้วก็ตาม
การป้องกันทางการเงินแบบฟิจิทัล
ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามกฎการใช้ตู้ ATM ของธนาคารที่ตรงกับบัญชีธนาคาร และใช้เฉพาะตู้ ATM ที่ตั้งอยู่ภายในสาขาธนาคารหรืออาคารที่มีความปลอดภัยเท่านั้น อุปกรณ์ขโมยข้อมูลบัตร (Skimmer) พบได้บ่อยขึ้นที่ตู้ ATM กลางแจ้งหรือตู้ ATM แบบคีออสก์ในช่วงวันหยุดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ผู้ใช้สามารถตรวจสอบอุปกรณ์ขโมยข้อมูลบัตรโดยการลองดึงที่ช่องเสียบบัตรเบาๆ
สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ แคสเปอร์สกี้แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้บัตรเสมือนแบบใช้แล้วทิ้ง หรือที่เรียกว่าหมายเลขบัตรเครดิตเสมือน (VCC) หรือบัตรชั่วคราว เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญเพื่อป้องกันการฉ้อโกงบัตรเครดิต
การปกป้องข้อมูลทั้งในรูปแบบเอกสารและดิจิทัล
การยืนยันตัวตนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริการดิจิทัลหลายอย่าง และเอกสารประจำตัวของผู้ใช้มีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่มากขึ้น หากเว็บไซต์หรือบริการท่องเที่ยวต้องการการยืนยันตัวตน แนะนำให้ใช้เอกสารที่มีความสำคัญน้อยที่สุด เช่น ใช้ใบขับขี่ แทนที่จะใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เพื่อลดผลกระทบจากการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้อีเมลแอดเดรสและหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการจองและการยืนยันการเดินทางโดยเฉพาะ ไม่ใช่อีเมลและหมายเลขที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่โรงแรมหรือบริษัทท่องเที่ยวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบัญชีธนาคารหรือบัญชีทำงานหลักของผู้ใช้ได้
ความปลอดภัยของเด็กและครอบครัว
สำหรับผู้ปกครอง การปกป้องแบบฟิจิทัลคือการสอดส่องดูการเคลื่อนไหวทางกายภาพของเด็กผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล แนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง Kaspersky Safe Kids เพื่อแสดงตำแหน่งของเด็กและตั้งค่าโซนปลอดภัย การตรวจสอบแบตเตอรี่เป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่โทรศัพท์ของเด็กเหลือเพียง 15% ซึ่งจะช่วยผู้ปกครองระวัดระวังให้อุปกรณ์ยังใช้งานได้ตลอด ช่วยในการติดตามตำแหน่ง และการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แทนที่ผู้ปกครองจะเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง แคสเปอร์สกี้แนะนำวิธีการสร้างความไว้วางใจระหว่างเด็กและผู้ปกครอง โดยใช้การรายงานตำแหน่งให้เป็นจุดเริ่มต้นในการสนทนา มากกว่าเป็นเครื่องมือในการสอดแนม โดยเฉพาะกับเด็กโต
ไซมอน เติ้ง ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคอาเซียนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ของเอเชีย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า“แนวคิดเรื่องการป้องกันแบบฟิจิทัล หรือการผสมผสานระหว่างความปลอดภัยทางกายภาพและความปลอดภัยทางดิจิทัล คือการแก้ไขปัญหาที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ทางดิจิทัลได้ โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนมักละเลยความระมัดระวังและสนุกสนานไปกับเทศกาลต่างๆ อย่างไม่ระมัดระวัง เราควรตระหนักว่าในขณะที่เราพักผ่อน ภัยคุกคามไซเบอร์ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง การเคลื่อนไหวทางกายภาพที่สูงขึ้นและการใช้จ่ายทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นสร้างโอกาสให้แก่ผู้โจมตี การป้องกันแบบฟิจิทัลไม่ใช่แค่เพียงวิธีการ แต่เป็นกิจวัตรที่จำเป็นในช่วงวันหยุด เพื่อความมั่นใจว่าความทรงจำที่เราสร้างขึ้นจะไม่ถูกรบกวนด้วยการสูญเสียตัวตนทางดิจิทัล”