โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนชี้วิกฤตต้นทุน-พลังงาน กระทบยาวถึงไตรมาส 2 หวั่น SMEs เสี่ยงล้มละลาย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมของภาคธุรกิจในไตรมาสที่ 1/2569 นับได้ว่าเป็นช่วงที่ค่าครองชีพและต้นทุนสูงขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการต้องบริหารสต็อกอย่างเข้มงวด ไม่ทำสต็อกสินค้าค้างไว้ ผลิตเท่าที่จำเป็น หรือผลิตตามออเดอร์ล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในภาวะที่เผชิญภาวะยากลำบาก เนื่องจากซัพพลายเออร์วัตถุดิบ (เช่น บรรจุภัณฑ์ พลาสติก กระดาษ) ขึ้นราคา บางรายฉวยโอกาสขึ้นราคา 20-40% โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

ขณะที่ผู้ผลิตกลับยังไม่สามารถปรับราคาขายได้ เมื่อส่งต่อสินค้าไปยังผู้บริโภคจึงต้องยอมแบกรับต้นทุนไว้เอง หากสถานการณ์ของภาวะสงครามตะวันออกกลางไม่คลี่คลายโดยเร็ว จะส่งผลให้ธุรกิจบางส่วนต้องล้มละลายหรือหยุดการผลิตในไม่ช้า

ดังนั้น แนวโน้มและทิศทางของภาคธุรกิจในไตรมาสที่ 2/2569 จึงยังเป็นช่วงที่ต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนอย่างใกล้ชิด เมื่ สถานการณ์ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน ซึ่งส่งสัญญาณว่าวัตถุดิบต้นทางจะยังขาดแคลน เนื่องจากความไม่แน่นอน ทำให้ทั้งผู้ผลิตในภาคธุรกิจทั้งต้นทางและปลายทางไม่กล้าขยับตัวมากนัก ทั้งยังไม่สามารถปรับราคาตามทุนที่แท้จริงได้

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ธุรกิจที่มีฐานะการเงินแข็งแรง อาจสามารถประคับประคองธุรกิจและจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือพนักงานได้ช่วงยะยะหนึ่ง แต่ในทางตรงกันข้าม SMEs ส่วนใหญ่ยังต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ไม่มีเงินหมุนเวียนพอที่จะแจกจ่ายช่วยเหลือพนักงาน และวิธีการปรับตัวที่เห็นได้ชัดคือ ตัดค่าล่วงเวลา (OT) และผลิตสินค้าตามกรอบที่กำหนดเท่านั้น

ส่วนการแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน ที่รัฐบาลจะมีมาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน เวลา 22.00 - 05.00 น. คือแนวทางแก้ปัญหาที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีในทางจิตวิทยาคือช่วยให้ประชาชนวางแผนปรับปรุงการเดินทางมากขึ้น เป็นสัญลักษณ์กระตุ้นให้ตระหนักถึงการประหยัด แต่ข้อเสียในภาคธุรกิจก็มี รัฐบาลควรปรับวิธีปฏิบัติให้เหมาะสม เช่น ต้องยกเว้นหรือเปิดพื้นที่บริการเฉพาะสำหรับรถบรรทุกสินค้าเกษตร รวมถึงรถฉุกเฉินและรถพยาบาล เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกรณีเร่งด่วน

ดังนั้น หากมองในมุมเศรษฐกิจ ภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ต้องขนส่งในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน รักษาคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพ หากปั๊มน้ำมันปิดในช่วงเวลาดังกล่าว จะทำให้รถขนส่งไม่สามารถเติมน้ำมันระหว่างทางได้ และอาจส่งผลให้การส่งสินค้าเข้าโรงงานหรือจุดกระจายสินค้าชะงักลง

“หากสถานการณ์ไม่จบภายใน 3 เดือน ผลกระทบจะรุนแรงมากต่อภารธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่ส่วนใหญ่มีสายป่านสั้น หมุนเงินแบบเดือนต่อเดือน หากต้องแบกภาระเกิน 2-3 เดือนโดยขายของไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ทั้งยังมีประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่อง บรรจุภัณฑ์ ในภาคเกษตรและอาหาร ถ้าไม่มีบรรจุภัณฑ์ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือขายสินค้าได้ ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องซีเรียสที่กระทบต่อโครงสร้างฐานรากของเศรษฐกิจไทย ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เพราถือเป็นคือปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนสินค้าในห่วงโซ่เศรษฐกิจ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...