เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เผยช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์-ดิจิทัลมาแรงดันเบี้ยรับรวมแตะ 16,100 ล้านบาท
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กางผลงานปี 2568 เติบโตทุกช่องทาง โดยเฉพาะแบงก์แอสชัวรันส์-ดิจิทัล หนุนพอร์ตลูกค้าแตะ 1.6 ล้านราย พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ LIFTTIME PARTNER 27 ยกระดับ Distribution-Customer-People รับเศรษฐกิจผันผวน เร่งใช้ AI เสริมประสิทธิภาพเคลม-บริการ
21 เม.ย. 2569 -นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ LIFTTIME PARTNER 27 : DRIVING EXCELLENCE หลังจากในปี 2568 บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 16,100 ล้านบาท เติบโต 22% พร้อมเร่งเครื่องสู่ความเป็นเลิศ ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution) - ลูกค้า (Customer) - และบุคลากร (People) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรับความท้าทาย อาทิ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ
โดยในปี 2568 บริษัทได้มุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยคำนึงถึงประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีการเติบโต อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22%
ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของ พอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก โดยเฉพาะ ช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (SFYP) ที่เพิ่มขึ้น 87% ขณะที่ ประกันกลุ่ม (Group Employee Benefits) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของตลาด สะท้อนคุณค่าและความแข็งแกร่งของข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัท
ทาง ด้านช่องทางตัวแทน (Agency) สามารถยกระดับคุณภาพตัวแทนมืออาชีพ โดยมีจำนวนสมาชิกที่ได้คุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น 14% ส่วน ช่องทางขายตรง (Direct Business) ครองอันดับ 5 ในตลาด ตอกย้ำการเติบโตของโซลูชันแบบเข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยมีช่องทางดิจิทัล (Digital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของการเติบโตในอนาคต
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มดิจิทัล GEN 365 สามารถรองรับลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 600,000 ราย รวมถึงการที่บริษัทยังได้ขยายช่องทางโบรกเกอร์ (Retail Broker) โดยร่วมมือกับโบรกเกอร์ทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาด และกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทสามารถดูแลลูกค้าได้มากกว่า 1.6 ล้านราย ผ่านช่องทางการขายแบบ Multi-Channel Distribution ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่สะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าในทุก Touchpoint
ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promotor Score – RNPS) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับผลคะแนนความพึงพอใจในบริการด้านสินไหมที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมด้วยรางวัล Best Claims Management Insurance Company ของเวทีระดับสากล เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานการบริหารสินไหมที่มีประสิทธิภาพ
นายอาร์ช กล่าวว่า สำหรับปี 2026 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย โดยบริษัทประกันภัย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงการเงินมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก โดยแบ่งเป็น การยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Digitalization) การเสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้วยเครื่องมือการขายดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (process transformation) โดยยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product customization)ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
ส่วนใน ด้านการบริการ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับ Best‑in‑Class ภายใต้กลยุทธ์ Customer First โดยให้ความเชื่อมั่นและความใส่ใจเป็นหัวใจของทุกการมีปฏิสัมพันธ์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น การบริการตนเองที่ใช้งานง่าย ประสบการณ์พิเศษที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละเฉพาะบุคคล พร้อมกระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น การสื่อสารเชิงรุก รวมถึงการให้บริการแบบ Omnichannel
นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินไหม โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและเร่งความรวดเร็วในการให้บริการได้ถึง 40% อีกทั้งเพื่อเป็นการปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรในยุค AI เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเสริมสร้างรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร (People) ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความเป็นเลิศขององค์กร เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และทักษะการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้พนักงานมีทั้งทักษะและกรอบความคิดที่เหมาะสมในการเติบโตและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล
ด้านการสร้างคุณค่าระยะยาวให้ทุกภาคส่วน (Sustainability Initiatives) การเดินหน้าดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อสังคมและภาคชุมชม ผ่านโครงการความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ MSME ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือ กับความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ The Human Safety Net (THSN) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและครอบครัว ให้ได้รับโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพในช่วงวัยเด็กอย่างเหมาะสม สร้างรากฐานสำคัญของอนาคตที่มั่นคง และอีกหลายโครงการ
“โดยเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เชื่อในพลังของคน เทคโนโลยี และพันธมิตร เรามุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทาง การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและเปิดกว้างการเข้าถึงในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำของกลุ่มลูกค้าหลักเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว”