โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เผยช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์-ดิจิทัลมาแรงดันเบี้ยรับรวมแตะ 16,100 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 07.32 น.

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กางผลงานปี 2568 เติบโตทุกช่องทาง โดยเฉพาะแบงก์แอสชัวรันส์-ดิจิทัล หนุนพอร์ตลูกค้าแตะ 1.6 ล้านราย พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ LIFTTIME PARTNER 27 ยกระดับ Distribution-Customer-People รับเศรษฐกิจผันผวน เร่งใช้ AI เสริมประสิทธิภาพเคลม-บริการ

21 เม.ย. 2569 -นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ LIFTTIME PARTNER 27 : DRIVING EXCELLENCE หลังจากในปี 2568 บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 16,100 ล้านบาท เติบโต 22% พร้อมเร่งเครื่องสู่ความเป็นเลิศ ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution) - ลูกค้า (Customer) - และบุคลากร (People) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรับความท้าทาย อาทิ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ

โดยในปี 2568 บริษัทได้มุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยคำนึงถึงประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีการเติบโต อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22%

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของ พอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก โดยเฉพาะ ช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (SFYP) ที่เพิ่มขึ้น 87% ขณะที่ ประกันกลุ่ม (Group Employee Benefits) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของตลาด สะท้อนคุณค่าและความแข็งแกร่งของข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัท

ทาง ด้านช่องทางตัวแทน (Agency) สามารถยกระดับคุณภาพตัวแทนมืออาชีพ โดยมีจำนวนสมาชิกที่ได้คุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น 14% ส่วน ช่องทางขายตรง (Direct Business) ครองอันดับ 5 ในตลาด ตอกย้ำการเติบโตของโซลูชันแบบเข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยมีช่องทางดิจิทัล (Digital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มดิจิทัล GEN 365 สามารถรองรับลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 600,000 ราย รวมถึงการที่บริษัทยังได้ขยายช่องทางโบรกเกอร์ (Retail Broker) โดยร่วมมือกับโบรกเกอร์ทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาด และกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทสามารถดูแลลูกค้าได้มากกว่า 1.6 ล้านราย ผ่านช่องทางการขายแบบ Multi-Channel Distribution ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่สะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าในทุก Touchpoint

ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promotor Score – RNPS) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับผลคะแนนความพึงพอใจในบริการด้านสินไหมที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมด้วยรางวัล Best Claims Management Insurance Company ของเวทีระดับสากล เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานการบริหารสินไหมที่มีประสิทธิภาพ

นายอาร์ช กล่าวว่า สำหรับปี 2026 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย โดยบริษัทประกันภัย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงการเงินมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก โดยแบ่งเป็น การยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Digitalization) การเสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้วยเครื่องมือการขายดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (process transformation) โดยยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product customization)ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

ส่วนใน ด้านการบริการ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับ Best‑in‑Class ภายใต้กลยุทธ์ Customer First โดยให้ความเชื่อมั่นและความใส่ใจเป็นหัวใจของทุกการมีปฏิสัมพันธ์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น การบริการตนเองที่ใช้งานง่าย ประสบการณ์พิเศษที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละเฉพาะบุคคล พร้อมกระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น การสื่อสารเชิงรุก รวมถึงการให้บริการแบบ Omnichannel

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินไหม โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและเร่งความรวดเร็วในการให้บริการได้ถึง 40% อีกทั้งเพื่อเป็นการปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรในยุค AI เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเสริมสร้างรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร (People) ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความเป็นเลิศขององค์กร เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และทักษะการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้พนักงานมีทั้งทักษะและกรอบความคิดที่เหมาะสมในการเติบโตและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

ด้านการสร้างคุณค่าระยะยาวให้ทุกภาคส่วน (Sustainability Initiatives) การเดินหน้าดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อสังคมและภาคชุมชม ผ่านโครงการความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ MSME ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือ กับความเสี่ยง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ The Human Safety Net (THSN) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและครอบครัว ให้ได้รับโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพในช่วงวัยเด็กอย่างเหมาะสม สร้างรากฐานสำคัญของอนาคตที่มั่นคง และอีกหลายโครงการ

“โดยเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เชื่อในพลังของคน เทคโนโลยี และพันธมิตร เรามุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทาง การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและเปิดกว้างการเข้าถึงในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำของกลุ่มลูกค้าหลักเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...