โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์ฝุ่น-ไฟป่าภาคเหนือ: เมื่อวิกฤตฝุ่นควัน เข้าขั้นอันตราย และคำถามถึงนโยบายการแก้ไข ของภาครัฐไม่เคยหายไป

The MATTER

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 09.38 น. • Brief

วันนี้ (30 มีนาคม 2569) ‘เชียงใหม่’ เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีค่าฝุ่นอยู่ที่ 247 US AQI+ และยังมีอีกหลายพื้นที่ในภาคเหนือที่มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะนอกจากฝุ่น PM 2.5 ยังมีฝุ่นขนาดเล็กมากในระดับ PM 0.1 ซึ่งสามารถผ่านถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจและสมองอุดตัน หัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบ หอบหืดกำเริบ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกาย นำไปสู่ภาวะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แล้วฝุ่นเหล่านี้มาจากไหน? มีข้อเสนอหรือวิธีการจัดการอย่างไร? The MATTER สรุปมาให้แล้วในโพสต์นี้

1) ปัจจัยแรกๆ ที่มักถูกพูดถึงคือ ‘ไฟป่า’ โดยรายงานจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบว่ามีจุดความร้อนในภาคเหนือถึง 3,874 จุด มากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ 1,020 จุด รองลงมาคือ แม่ฮ่องสอนและลำปาง จำนวน 768 และ 458 จุดตามลำดับ

ประกอบกับลมที่พัดพาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสมทบ โดยพบจุดความร้อนจากประเทศเมียนมา 6,863 จุด และลาว 3,046 จุด

ข้อมูลสถิติฝุ่น PM2.5 ในวันนี้ยังระบุด้วยว่า ที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้กลายเป็นพื้นที่ที่เข้าขั้นวิกฤตขั้นสุดแล้ว เนื่องจากดัชนี AQI พุ่งสูงขึ้นถึง 1,956 µg/m³ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่พื้นที่นี้เคยเผชิญมา

2) หากมองด้วยปัจจัยเชิงภูมิศาสตร์ ก็จะพบปัจจัยที่ส่งผลให้วิกฤตรุนแรงขึ้นด้วยว่า จุดความร้อนจำนวนมากผสมกับภูมิประเทศของพื้นที่ในภาคเหนือเป็นที่ราบในหุบเขาล้อมรอบไปด้วยภูเขาเหมือน ‘แอ่งกระทะ’ ทำให้เกิดการสะสมหมอกควันมากกว่าพื้นที่ราบที่อากาศหมุนเวียนได้ง่าย

3) สาเหตุที่ปัญหาฝุ่นและไฟป่ามักเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เพราะนี่เป็นช่วงหน้าแล้ง ใบไม้ร่วงและแห้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เมื่อเผชิญกับความร้อนและความแห้งของสภาพอากาศในช่วงนี้ทำให้ไฟป่าลุกลามรุนแรงง่ายขึ้น

4) ส่วนอีกสาเหตุ คือ การกระทำจากมนุษย์ โดยหลายคนมักคิดว่าเกิดจากวิถีชาวบ้านที่ต้องเผาเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำการเกษตรหรือกำจัดวัชพืช การเผาเพื่อหาของป่า เช่น ผักหวาน เห็ดเผาะ อย่างไรก็ตาม วิถีชาวบ้านที่ดำเนินมาหลายปี ไม่อาจเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดไฟป่าที่ลุกลามไปถึงหลายพันจุดอย่างที่เป็นขณะนี้

5) มีข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ฤดูฝุ่นเวียนวนมาทุกปี โดยเฉพาะช่วง 10 ปีหลัง เพราะมีการขยายพื้นที่การปลูกข้าวโพดขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน หลังมีข้อตกลงยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ในปี 2546-2547

6) อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคแม่โขง โดยมีหนังสือถึงกรมเอเชียตะวันออกให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้านในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งลดจำนวนจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

7) และแจ้งไปยังกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมียนมา ผ่านกลุ่ม “Hotline Clear Sky” ระหว่างอธิบดีของไทย-ลาว-เมียนมา ถึงสถานการณ์จุดความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขอความร่วมมือเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าให้ลดลงโดยเร็ว

8) ด้าน ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอทางออกของไฟป่าผ่านเฟซบุ๊กว่า ควรมีการจัดการไฟอย่างเป็นระบบ โดยให้อำนาจชุมชนในการจัดการไฟป่า สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาพื้นที่เผาไหม้ซ้ำซากในพื้นที่ป่าที่รัฐดูแล ทั้งป่าอนุรักษ์และป่าสงวนมากกว่าพื้นที่ป่าชุมชน สะท้อนว่าชาวบ้านมีวิธีการจัดการไฟป่าอย่างเข้มแข็ง

9) ก่อนหน้านี้ ภาคประชาชนได้พยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งยึดหลักการ ‘ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle)’ และสร้างมาตรการเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ก่อมลพิษ มีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และการบูรณาการข้อมูลทุกภาคส่วนระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการจัดการปัญหาร่วมกัน

ซึ่งได้ผ่านมติร่างสภาผู้ราษฎรไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการยุบสภาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้กฎหมายค้างท่อ และมีโอกาสที่จะถูกตีตกหากรัฐบาลชุดใหม่ไม่หยิบร่างขึ้นมาภายใน 60 วันแรกหลังการประชุมรัฐสภา

10) แต่ผู้เสนอร่างฉบับประชาชนยังมีสิทธิตาม มาตรา 14 พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2564 ที่จะยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ภายใน 120 วัน เพื่อให้ร่างที่ค้างอยู่กลับเข้าสู่กระบวนการตามข้อบังคับการประชุมได้

11) ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานการณ์ฝุ่นยังไม่คลี่คลายและประชาชนก็อาจจะต้องดูแลตัวเองเบื้องต้น โดยลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ หรือในกรณีที่จำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ชนิด N95 อย่างถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...