“อภิสิทธิ์” ยัน ฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ เที่ยงนี้ ตีความ พ.ร.ก.กู้
"อภิสิทธิ์" ฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ เที่ยงนี้ ให้ศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ชี้ ไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 12.00 น. พรรคฝ่ายค้านจะยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท
ของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือร่วมกับพรรคประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำคำร้อง เนื่องจากเห็นว่า
การออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่าต้องใช้ในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญ คือวงเงินอย่างน้อย 200,000 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ถือเป็นวิกฤตเศรษฐกิจเร่งด่วน พร้อมย้ำว่า การกู้เงินในอดีต 3 ครั้งใหญ่ของประเทศล้วนเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยครั้งแรก คือวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ทุนสำรองประเทศแทบหมดและเศรษฐกิจหดตัวอย่างหนัก ครั้งที่สองในช่วงรัฐบาลของตนเอง
ซึ่งการส่งออกและการท่องเที่ยวติดลบ มีความเสี่ยงเกิดการตกงานจำนวนมาก และรัฐบาลใช้ทุกช่องทางทางงบประมาณแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องกู้เงิน ส่วนครั้งที่สามคือสถานการณ์โควิด-19 ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักทั่วประเทศ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ อ้างข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่า การส่งออก การลงทุน และการบริโภคยังขยายตัวเป็นบวก รวมถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐยังเป็นไปตามเป้าหมาย จึงไม่อาจตีความได้ว่าอยู่ในภาวะกระทบต่อ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีปัญหา แต่เห็นว่าปัญหาหลักเกิดจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ โดยมองว่ารัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าด้วยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว
พร้อมยกตัวอย่างว่า หากลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นเวลา 4 เดือน จะใช้งบประมาณเพียงประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่สามารถลดราคาน้ำมันได้ทันทีถึง 7 บาทต่อลิตร ต่างจากการใช้งบกู้กว่า200,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่าแนวทางใดตอบโจทย์ประชาชนมากกว่ากัน โดยไม่ต้องสร้างภาระหนี้สาธารณะมหาศาลหรือเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ยังตอบโต้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่า การลดภาษีสรรพสามิตเป็นมาตรการช่วยเหลือแบบ “ไม่มุ่งเป้า” เพราะคนมีฐานะที่ใช้รถยนต์ก็ได้รับประโยชน์ด้วย โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พรรคฝ่ายค้านไม่ได้คัดค้าน แต่ตั้งคำถามว่า การแจกเงินผ่านระบบที่คนได้สิทธิ์ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และแข่งขันลงทะเบียนกันนั้น ถือเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าจริงหรือไม่ เพราะสุดท้ายคนที่ได้สิทธิ์กลับเป็น “คนมือถือดี เน็ตแรง และมือไวกว่า”
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจมีปัญหา แต่เห็นว่ารัฐบาลยังมีวิธีช่วยเหลือประชาชนอีกหลายแนวทาง โดยไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมหาศาลและหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา
ส่วนกรณีที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมลงชื่อในคำร้องหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เบื้องต้นเข้าใจว่ายังไม่ได้ร่วมลงชื่อ แต่เชื่อว่าหากฝ่ายค้านยื่นคำร้องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณา และหากศาลรับคำร้องการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องชะลอออกไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งคาดว่าน่าจะทันก่อนวาระพิจารณาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews