โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทิรามิสุ - Tiramisu เรื่องเล่า "Pick Me Up" ที่ทำให้หลงรักเมื่อได้รู้จักเธอ

PPTV HD 36

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลองจินตนาการถึงบ่ายวันหนึ่งที่คุณกำลังเหนื่อยล้าจนอยากจะทิ้งตัวลงนอน แล้วมีใครสักคนยื่นจานขนมที่มีครีมสีขาวนวลฟูฟ่องเหมือนก้อนเมฆมาให้ท็อปปิ้งด้วยผงโกโก้สีน้ำตาลเข้ม และเมื่อคุณตักชิมคำแรก… คุณจะเจอความเย็นสดชื่นของครีมชีสมาสคาร์โปนเนื้อเนียน ตามด้วยความชุ่มฉ่ำของกาแฟเอสเพรสโซที่ซึมอยู่ในบิสกิต รสชาติขมปนหวาน…นี้แหละครับที่คนอิตาลีเรียกว่ารสชาติของ “Tiramisù” (ทิรามิสุ)

ตีรามีซู (อิตาลี: tiramisù,) หรือคนทั่วไปออกเสียงว่า ทิรามิสุ แปลตามตัวอักษรว่าก็แปลว่า "Pick me up" หรือ "ดึงฉันขึ้นไปซิ" หรือ "พาฉันขึ้นไปซิ" ความหมายแฝงคือ "ทำให้ฉันมีแรง ทั้งแรงกายและแรงใจซิ" หรือ "ทำให้ฉันตื่นตัวซิ" ซึ่งก็คือการดึง "จิตใจ" ของเราให้หลุดพ้นจากความเหนื่อยล้านั่นเอง แต่เชื่อไหมครับว่า กว่าที่มันจะกลายเป็นขนมหวาน เรียบหรู ดูแพงอย่างทุกวันนี้ ขนมชนิดนี้มี "เบื้องหลัง" ที่ทั้งแซ่บและอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ!

ตำนานความแซ่บ ของ ทิรามิสุ จากเมืองเทรวิโซ

ถ้าเราย้อนเวลากลับไปในช่วงศตวรรษที่ 19 มีเรื่องเล่าที่คนอิตาลีชอบซุบซิบกัน (และมีบันทึกในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นด้วยนะ!) ว่าทีรามิสุอาจจะไม่ได้เกิดในร้านคาเฟ่หรู ๆ แต่มันถูกคิดค้นขึ้นใน "ซ่องโสเภณี" ของเมืองเทรวิโซ ทางตอนเหนือของอิตาลี

ในสมัยนั้น แม่เล้าผู้ชาญฉลาดต้องการขนมที่ช่วยให้แขกที่มาใช้บริการรู้สึก "กระปรี้กระเปร่า" มีแรง และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เธอจึงนำส่วนผสมที่ให้พลังงานสูงอย่างไข่แดง น้ำตาล ชีสมาสคาร์โปน และกาแฟเอสเพรสโซรสเข้มข้นมาผสมกัน ตู้มมมมมม…กลายเป็นขนม "บำรุงกำลังชั้นยอด” ที่เสิร์ฟให้แขกก่อนจะกลับบ้าน นี่แหละครับคือที่มาของชื่อ "Pick me up" ที่แฝงนัยขี้เล่นนิด ๆ ในยุคนั้น

ความจริงของ “ทิรามิสุ” จากก้นครัว

แม้เรื่องเล่าในซ่องโสเภณีจะฟังดูสนุก แต่ก็ยังคงถกเถียงกันถึงต้นกำเนิดจากหลายแคว้นในอิตาลี ที่เถียงกันไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นเวเนโต, ฟรียูลี-เวเน็ตเซียจูเลีย หรือพีดมอนต์ แต่ข้อมูลส่วนใหญ่มักระบุว่า มันถูกเนรมิตขึ้นอย่างเป็นทางการในร้านอาหารชื่อ “Le Beccherie” ช่วงปลายปี 1960 โดยเชฟชื่อว่า “Roberto Linguanotto”

สิ่งที่อบอุ่นหัวใจที่สุดคือ เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากขนมพื้นบ้านที่เรียกว่า “Sbatudin” ซึ่งเมนูนี้ใช้ไข่แดงตีกับน้ำตาลจนขึ้นฟู เป็นเมนูที่คุณแม่ชาวอิตาลีชอบทำให้ลูก ๆ หรือคนในครอบครัวรับประทานเวลาที่ร่างกายอ่อนแอหรือต้องการพลังงาน เชฟแค่เติมความละมุนของชีสมาสคาร์โปนและบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์แช่กาแฟลงไป จนกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและลงตัวแบบที่เรากินกันอยู่ในปัจจุบัน

ทิรามิสุ มากกว่าขนม คือ วิถีชีวิต

ในทุกเลเยอร์ของทิรามิสุมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ดังนี้

  • บิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ (Savoiardi) เปรียบเสมือนพื้นฐานที่มั่นคง
  • กาแฟเอสเพรสโซ คือ จิตวิญญาณและความตื่นตัวของคนอิตาลี
  • ครีมชีสมาสคาร์โปน คือ ความโอบอ้อมอารีและนุ่มนวล

การกินทิรามิสุจึงไม่ใช่แค่การกินเค้ก แต่คือการลิ้มรสเพื่อชื่นชม "ความเชื่อ" ที่ว่าชีวิตเราต้องการการเติมเต็มทีละชั้น เหมือนที่บิสกิตค่อย ๆ ซึมซับรสชาติของกาแฟ ยิ่งเราทิ้งเวลาให้รสชาติต่าง ๆ ได้ทำความรู้จักกันมากเท่าไร ความอร่อยก็จะยิ่งทวีคูณมากเท่านั้น

วันนี้ถ้าคุณได้ลองตักทิรามิสุสักคำเข้าปาก…แล้วลองนึกถึงความหมายของมันไปด้วย ไม่ว่าวันนั้นคุณจะเจอเรื่องร้ายหรือดีมา แค่คำเดียวของขนมที่มีเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งความขี้เล่น ความรักและความอบอุ่น มันพร้อมจะทำหน้าที่ “ดึงคุณขึ้นมา” และทำให้คุณกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

เขียนโดย จอมโหดกระทะเหล็ก I ขอบคุณภาพประกอบจากร้าน Dulce Casa De Pan

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทิรามิสุ - Tiramisu เรื่องเล่า "Pick Me Up" ที่ทำให้หลงรักเมื่อได้รู้จักเธอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...