ทำไม ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ต้องเข้าเรือนจำ? ย้อน 8 เดือนที่ ‘อดีตนายกฯ’ บอกจำไม่ได้
ทำไม "ทักษิณ ชินวัตร" ต้องเข้าเรือนจำคลองเปรม เกิดอะไรขึ้น? ย้อนรอย 8 เดือนที่ "อดีตนายกรัฐมนตรี" บอกจำอะไรไม่ได้เลย!!
สิ้นสุดการรอคอย เมื่อเวลาประมาณ 07.40 น. วานนี้ (11 พ.ค.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติออกจากเรือนจำ หลังถูกคุมขังภายในเรือนจำเป็นระยะเวลา 8 เดือน โดยมีครอบครัวชินวัตรเดินทางมารอรับ และมีประชาชนมารอให้กำลังใจจำนวนมาก โดยนายทักษิณสวมเสื้อสีขาว กางเกงสีน้ำเงิน ใบหน้ายิ้มแย้ม สวมกอด "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนแรกทันทีที่ก้าวออกจากเรือนจำ
จากนั้น นายทักษิณได้ขึ้นรถ Mercedes-Maybach ไปกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพื่อเข้ารายงานสำนักงานคุมประพฤติเพื่อติดกำไล EM จากนั้นเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยมีมวลชนเสื้อแดงมารอรับที่หน้าบ้าน นายทักษิณ ได้หยุดรถและลดกระจกลงรับไหว้และโบกมือทักทายมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และกล่าวว่า "ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว"
จำอะไรไม่ได้แล้ว!! ประโยคนี้ที่ทำให้เราขอย้อนรอยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม "ทักษิณ ชินวัตร" ต้องเข้าเรือนจำคลองเปรม
22 ส.ค. 2566 ทันทีที่ นายทักษิณ เดินทางกลับถึงประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัว เป็นจุดสิ้นสุดของการลี้ภัยในต่างแดนนานถึง 17 ปี โดยมีครอบครัวและคนใกล้ชิดมารอรับ นายทักษิณได้เข้าสู่กระบวนการของทางตำรวจและถูกนำตัวไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทันที จากนั้นเดินทางไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
หลังจากเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงกลางดึกคืนเดียวกัน นายทักษิณถูกส่งตัวฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 เนื่องจากมีอาการป่วยหลายโรคที่เป็นโรคประจำตัวและรุนแรง โดยอาศัยดุลพินิจของแพทย์เรือนจำและระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่ระบุว่าผู้ต้องขังที่ป่วยหนักสามารถส่งตัวไปรักษาภายนอกได้
10 ม.ค. 2568 : นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลศาลฎีกาฯ พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายกรณีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ หรือ เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ อาจขัดต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 246 ที่กำหนดให้การทุเลาการบังคับโทษจำคุกนั้น เป็นอำนาจของศาล อีกทั้งการนำตัวนายทักษิณไปพักรักษาตัวชั้นที่ 14 ซึ่งเป็นห้องที่แยกต่างหากจากผู้ป่วยทั่วไปอาจขัดกับกฎกระทรวงฯ ปี 2563 ข้อ 4 (2) ซึ่งห้ามผู้ต้องขังเข้าอยู่ในห้องพักพิเศษแยกจากผู้ป่วยทั่วไป
30 เม.ย. 2568 : ศาลฎีกาฯมีคำสั่งรับคำร้องขอของนายชาญชัยไว้พิจารณาไต่สวน ในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 โดยศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่า แม้นายชาญชัยจะไม่ใช่คู่ความ ไม่ใช่ผู้เสียหายจากการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ได้ แต่เมื่อนายชาญชัยนำความขึ้นมาปรากฏต่อศาลฎีกา ทำให้ศาลฎีกามีอำนาจไต่สวนการบังคับโทษจำคุณจำคุกนายทักษิณเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดหรือไม่
จากกรณีที่นายทักษิณเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยเมื่อปี 2566 ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปรับโทษ ซึ่งในวันเดียวกันหลังจากที่นายทักษิณถูกควบคุมตัว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลตำรวจทันที เนื่องจากมีอาการฉุกเฉิน ก่อนที่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากเดิมที่โทษจำคุก 8 ปี เหลือ 1 ปี ก่อนที่จะได้รับการพักโทษเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567
ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ เข้ามาฟังคำสั่งศาลในวันที่ 9 ก.ย. 2568 ด้วย
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้นายทักษิณได้รับการบังคับโทษจำคุก 1 ปี เนื่องจากการเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่นับว่าเป็นการบังคับโทษตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุกนายทักษิณ 1 ปี
ภายหลังฟังคำตัดสินทีมงานของนายทักษิณ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว
ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้
ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 - 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน
แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม
ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่เรามีร่วมกันมา จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เดินร่วมทางกันอีกครั้ง
จากวันนี้แม้ผมจะไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ผมจะรักษาความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้เวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ รับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ แผ่นดินไทย และประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะในสถานะใดนับจากนี้ ขอบคุณครับ
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 8 เดือนที่ยาวนาน "ทักษิณ ชินวัตร" ได้รับการปล่อยตัวและติดกำไล EM ทันทีหลังพักโทษ พร้อมเงื่อนไขสำคัญ 11 ข้อที่ฝ่าฝืน ต้องกลับเข้าเรือนจำทันที
ท่านอดีตนายกฯ พอจะจำได้บ้างหรือยังหนอ?
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ทักษิณ’ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า บอกไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้แล้ว!
- ‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ภาพคู่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ บอก Welcome back daddy
- วินาที ‘ทักษิณ’ ออกจากเรือนจำ สวมกอด ‘อุ๊งอิ๊ง-เอม-โอ๊ค’ อย่างชื่นมื่น
ติดตามเราได้ที่