โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดวิกฤตอะไรบ้างก่อน “อนุทิน” นั่งตำแหน่งนายกฯ คนที่33

INN News

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 07.30 น. • INN News

วิกฤตหนักทั้งมรสุมการเมือง ภัยพิบัติ พลังงาน บททดสอบหนักก่อน อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่33

ก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่า อนุทิน ชาญวีรกูลจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ไม่น่าจะพลิกโผและหากย้อนมองเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา จะพบว่า เจ้าตัวต้องเผชิญกับวิกฤตสำคัญหลายระลอก เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ "มรสุมรุมเร้า" อย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปในปี 2563 ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลกอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าระบบสาธารณสุขไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้พร้อมย้ำว่าการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ใช่ความล้มเหลว แต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้ออย่างไรก็ตาม วาทะต่อมาอย่าง "โควิดกระจอก" ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกันส่งผลให้รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันทั้งด้านสาธารณสุขและความเชื่อมั่นของประชาชน

ถัดมาในปี 2568 จังหวะของการนั่งเก้านายกฯรักษาการ ได้2เดือนกว่า ๆ ก็เจอกับวิกฤตน้ำท่วมสถานการณ์อุทกภัยอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำหลากฉับพลัน ประชาชนจำนวนมากตั้งตัวไม่ทันขณะเดียวกัน การบริหารจัดการของภาครัฐถูกตั้งคำถามในหลายมิติ ทั้งเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้าการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดความซ้ำซ้อนและล่าช้าในบางพื้นที่ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบบริหารจัดการภัยพิบัติในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ซึ่ง อนุทิน ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานราชการ และเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจลุกลามสู่ภาคประชาชนและขอความร่วมมือประชานช่วยกันประหยัดพลังงานในการใช้ชีวิจประจำวัน

ขณะเดียวกัน ยังมีความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องรับมืออย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดในพื้นที่ระดับชุมชน การจัดระเบียบผู้มีอิทธิพลการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว รวมถึงการรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็น “โจทย์ใหญ่” ของกระทรวงมหาดไทย

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำ อนุทิน ชาญวีรกูลต้องผ่านทั้งวิกฤต ด้านสาธารณสุข ภัยพิบัติธรรมชาติ และแรงกดดันด้านพลังงานและเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องฉะนั้นประชาชน มักคาดหวังกับผู้นำที่รับมือมาหลากหลายสถานการณ์

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...