ชวนเปิดตู้เสื้อผ้าของ Julia Roberts ในบทบาทผู้หญิงบานฉ่ำจากภาพยนตร์ Pretty Woman
หากคุณเป็นเด็กผู้หญิงที่เติบโตมาในยุค 90s คุณอาจดูภาพยนตร์เรื่อง Pretty Woman มาแล้วหลายครั้งหลายหนแม้เวลาอาจจะผ่านไปแล้วกว่า 32 ปี นับจากวันฉายครั้งแรก แต่เชื่อว่าทุกครั้งที่คุณได้ชมมัน เรื่องราวเหล่านี้ก็ชวนให้คุณฝันหวานราวกับว่าหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยายเหมือนเรื่องซินเดอเรลล่าอยู่ดี
Pretty Woman (1990) นำแสดงโดย Julia Roberts และ Richard Gere โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ Julia แสดงในบทบาทของตัวละครVivian Ward โสเภณีผู้มีความฝันที่อยากจะมีชีวิตดีๆ และได้รับโอกาสในการศึกษา ทว่าด้วยฐานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยให้เธอได้ทำตามความฝัน จึงทำให้เธอต้องมาขายบริการ แต่เธอก็ยังนำเสนอภาพลักษณ์ของตัวละครออกมาในแบบฉบับหญิงสาวที่มีความสุข ความสดใส และนั่นจึงนำมาสู่ฉายาที่แฟนๆ ชาวไทยเรียกเธอว่า“ผู้หญิงบานฉ่ำ” ตามชื่อภาพยนตร์ที่แปลในภาษาไทยนั่นเอง
แรกเริ่มทางผู้ผลิตตั้งใจจะให้ภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวด้านมืดเกี่ยวกับโสเภณีหญิงและความแตกต่างระหว่างชนชั้น กลับกลายเป็นว่าเมื่อปรับบทให้เป็นแนว Happy Ending เช่นนี้แล้วดันมีกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ได้รับคำชื่นชมจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมว่ามีการนำเสนอภาพสังคมที่เหลื่อมล้ำของอเมริกันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นต้นฉบับให้กับหนังรอมคอมในยุคหลังพร้อมกับทำรายได้ไปกว่า 15,354 ล้านบาท จากทุนสร้างเพียง 464 ล้านบาท จนภาพยนตร์ขึ้นแท่นภาพยนตร์รอมคอมที่ทำรายได้สูงสุดของโลกเป็นอันดับที่ 4 และมันเป็นหนึ่งในไม่กี่ผลงานของฮอลลีวูดที่เปลี่ยนเรื่องราวการค้าประเวณีให้กลายเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในเทพนิยายได้โดยที่ไม่จบอย่างโศกเศร้า
ตัวนักแสดงหญิง Julia Roberts ยังได้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในเวทีประกาศรางวัลออสการ์ในบทบาท Vivian Ward นี้ด้วย อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเธอไม่ได้คว้ารางวัลมาครอง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้ผู้คนต่างจดจำเธอด้วยคำว่า “ผู้หญิงบานฉ่ำ” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และยิ่งมองลึกลงไปในลุคแฟชั่นของผู้หญิงบานฉ่ำในเรื่องยิ่งต้องบอกเลยว่าแฟชั่นของเธอยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
Vivian Ward เปิดตัวด้วยชุดรัดรูปที่ดีไซเนอร์ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากชุดว่ายน้ำในยุค 70s ที่มีห่วงตรงกลางแต่โชว์ให้เน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ใส่กับรองเท้าบูทไวนิลเหนือเข่าราคาถูกที่ส่งตรงจากลอนดอนข้ามผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกมาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ และเธอก็ยังใส่ชุดนี้พร้อมกับวิกสีทองเพราะต้องการปกปิดผมสีแดงหยักศกเพื่อที่จะได้ดึงดูดลูกค้า แต่ในช่วงหลังเราก็จะได้เห็นผมธรรมชาติของเธอตลอดทั้งเรื่องเพราะหลังจากนี้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการและตัวละคร Vivian ก็จะเริ่มเป็นตัวของตัวเองด้วย
ต่อมาจะเป็นฉากที่เธอไปช้อปปิ้งในย่านเรดิโอไดรฟ์ ฉากนี้เธอปรากฏตัวโดยมีเพลง Pretty Woman เป็นเพลงประกอบตามชื่อภาพยนตร์ และสวมใส่ชุดเดรสสีขาว พร้อมกับหมวกสีขาวใบใหญ่ แถมยังมีถุงช้อปปิ้งขนาบข้างมากมาย ซึ่งชุดนี้ก็บ่งบอกถึงสถานะของเธอว่าเธอไม่ใช่โสเภณีที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอีกต่อไปแล้ว
อีกหนึ่งชุดที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงในความงามก็ต้องเป็นชุดเดรสค็อกเทลสีดำ เพราะแม้แต่พระเอกอย่าง Edward ก็จำเธอแทบไม่ได้ จนเธอหันหน้ามามองเขาถึงรู้ว่านี่คือหญิงสาวที่เขาว่าจ้างให้มาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจในคืนก่อนนั่นเอง ซึ่งในฉากนี้ก็จะเห็นเลยว่าผู้หญิงทุกคนควรมีชุดเดรสสีดำสักตัวในตู้เสื้อผ้า เพราะไม่ว่าคุณจะหยิบมันมาใส่ในโอกาสใด มันก็จะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับคุณได้อย่างแน่นอน
นอกจากชุดเดรสที่ดูหรูหราแล้ว Vivian เองก็เคยสวมชุดเดรสสีน้ำตาลลายจุดพร้อมกับหมวกที่เข้าชุดกันในฉากที่เธอไปชมการแข่งขันแข่งม้า ซึ่งชุดนี้จะให้ความรู้สึกสดใส ไม่ดูทางการ แต่ก็ไม่ได้ดูเด็กจนเกินไป เหมาะสมกับวัยยี่สิบต้นๆ ของนางเอกภาพยนตร์ในขณะนั้น
ต่อมาจะเป็นชุดเบลเซอร์ที่ดูเรียบง่าย ใส่สบายในวันที่อากาศร้อน โดยลุคนี้จะเป็นชุดที่บ่งบอกความเป็นตัวเธอได้มากที่สุด เพราะทุกครั้งที่เธอสวมเบลเซอร์หรือเสื้อผ้าสบายๆ มักจะเป็นวันที่เธอไม่ต้องพบปะใครที่ร่ำรวย ไม่ต้องทำตัวสวยหรูหราเอาใจใคร ซึ่งชุดสไตล์นี้มักจะปรากฏขึ้นในฉากที่เธอได้พบปะกับเพื่อนสนิทอย่าง Kit De Luca อย่างไรก็ตาม แม้มันจะเป็นลุคสบายๆ แต่เมื่อ Julia Roberts สวมใส่ชุดนี้แล้ว มันก็กลายเป็นลุคที่หรูหราและคลาสสิกสุดๆ เลยล่ะ
ปิดท้ายด้วยลุคที่โดดเด่นและเหมาะสมกับคำว่า Pretty Woman ด้วยชุดราตรีสีแดงที่เธอใส่ไปชมโรงละครโอเปร่าพร้อมกับสร้อยทับทิมราคา 8.2 ล้านบาท หากใครได้ชมน่าจะรู้สึกเอ็นดูตัวละครนางเอก Vivian อยู่ไม่น้อย เพราะในฉากนี้ Richard Gere ทำการแสดงแบบด้นสดด้วยการเอากล่องเครื่องประดับงับมือเธอโดยไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้า เราจึงได้เห็นปฏิกิริยาหัวเราะเสียงดังกับรอยยิ้มกว้างของเธออย่างเป็นธรรมชาติ ฉากนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งฉากที่น่าจดจำของภาพยนตร์ไปโดยปริยาย
Pretty Woman เป็นภาพยนตร์ที่ดำเนินเนื้อเรื่องด้วยสไตล์รอมคอมที่ดูง่ายๆ แต่แฝงไปด้วยภาพสังคมอเมริกันในยุค 90s และยังเล่าเรื่อง American Dream ที่ชวนให้ฝันหวานได้อย่างชัดเจน ประกอบกับแฟชั่นของผู้หญิงบานฉ่ำยังทำให้ผู้ชมประทับใจในความงามของ Julia Roberts อย่างไม่รู้ลืมมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี แอลเชื่อว่าหากคุณได้มีโอกาสลองดู Pretty Woman สักครั้ง มันจะกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์รอมคอมอันดับต้นๆ ในใจคุณได้เลยล่ะ
Cover Photo Courtesy: imdb, filmaffinity
เรื่อง: ภัทรณกัญ อนันเต่า
เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล