โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน! ยาอัลปราโซแลม หรือยาเสียสาว ต้องใช้ตามแพทย์สั่ง ใช้ผิดเสี่ยงเสียชีวิต

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 06.00 น. • ทันข่าว Today

Highlight

จากกระแสข่าวดังที่ปรากฏชื่อยา ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) หรือยาเสียสาว ซึ่งกลายเป็นที่สนใจอีกครั้งว่า ยานี้มีคุณสมบัติและออกฤทธิ์อย่างไร และทำไมจึงเรียกว่ายาเสียสาว โดยกรมการแพทย์ได้ให้ความรู้กับประชาชนว่า ยาดังกล่าวหากกินเข้าไปจะมีอาการง่วงซึม มึนงง สูญเสียการทรงตัวและสูญเสียความทรงจำ บางครั้งถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงมักจะถูกคนบางกลุ่มนำไปใช้เพื่อหวังผลในการล่วงละเมิดทางเพศ หรือเพื่อก่ออาชญากรรมอื่นได้ โดยดังนี้ควรใช้ตามแพทย์สั่ง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนผู้ใช้ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น การนำไปใช้ในทางที่ผิด มีผลร้ายแรงต่อสุขภาพอาจถึงขั้นเสียชีวิตและมีความผิดตามกฎหมาย
นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า อัลปราโซแลม (Alprazolam) หรือชื่อทางการค้า เช่น โซแลม (Zolam) หรือ ซาแน็ก (Xanax) เป็นยาในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีน (Benzodiazepine)
เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 ซึ่งไม่อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยาทั่วไป ต้องได้รับการจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น
เนื่องจากมีฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาทส่วนกลางในสมอง ในทางการแพทย์ใช้รักษาอาการในกลุ่มโรควิตกกังวล และตื่นตระหนก รวมไปถึงภาวะนอนไม่หลับ คลายกล้ามเนื้อ ภาวะซึมเศร้า
ในปัจจุบันพบว่ามีการนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะมีความผิดตามกฎหมาย การผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท
สำหรับการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะต้องขอรับ "ใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์" ด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท
นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) เป็นสารประกอบที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เมื่อนำไปผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ผู้ที่ดื่มมีอาการง่วงซึม มึนงง สูญเสียการทรงตัวและสูญเสียความทรงจำ จึงมักจะถูกบางกลุ่มนำไปใช้เพื่อหวังผลในการล่วงละเมิดทางเพศ หรือเพื่อก่ออาชญากรรมอื่น
ทั้งนี้หากมีการใช้ “ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ร่วมกับยาเสพติดชนิดอื่น ๆ หรือใช้ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เสริมฤทธิ์การกดระบบประสาท กดการหายใจ และอาจเสียชีวิตได้
การใช้ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการดื้อยาและติดยาได้
หากมีการหยุดใช้ยาทันทีจะเกิดอาการขาดยาหรือถอนยา เช่น คลื่นไส้ นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว กระสับกระส่าย ซึมเศร้า เป็นโรคจิต หรืออาจชักได้ ย้ำเตือนกลุ่มผู้ใช้ยานี้เพื่อการรักษาอาการเจ็บป่วยต้องใช้ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาเรื่องยาและสารเสพติดได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี
กลุ่มยาเสียสาวมีอะไรบ้าง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารยาและยา (อย.) ให้ความหมาย "ยาเสียสาว" ในที่นี้ คือ สารเคมีที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด โดยผู้ประสงค์ร้ายแอบลักลอบใช้กับเหยื่อ หวังก่ออาชญากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อรูดทรัพย์ หรือล่วงละเมิดทางเพศ โดยมักใช้สารเคมี ดังต่อไปนี้

  • ยามิดาโซแลม (Midazolam) หรือชื่อการค้า โดมิคุม (Dormicum)
  • ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam)
  • ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) หรือชื่อการค้า โรฮิบนอล (Rohypnol)
  • สารจีเอชบี (GHB = gamma-hydroxybutyrate)
  • ยาเค หรือ เคตามีน (ketamine)

คุณสมบัติที่ทำให้ยาเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
1. ผลของยาที่ทำให้เกิดอาการมึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบไปได้ รวมถึงยาบางตัวมีฤทธิ์คลายกังวล หรือทำให้รู้สึกเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอล์
2. ออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว ไม่เกิน 30 นาที หลังจากรับประทานยา
3. สามารถละลายได้ดีในน้ำ ทำให้มีการนำยาเหล่านี้ไปละลายในเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้คนดื่มไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีการผสมยาลงไป ซึ่งหากใส่ไปในเครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์จะยิ่งเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาเหล่านี้
4. มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ จึงอาจทำให้เหยื่อไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
สังเกต ป้องกันตัวเองอย่างไร
ยาเหล่านี้อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหากใช้เกินขนาด เนื่องจากมีฤทธิ์การกดการหายใจ จนเกิดอาการโคม่าเสียชีวิตได้ ดังนั้น เราควรระมัดระวังตัว และเรียนรู้วิธีการที่จะป้องกันตนเอง ไม่ดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากอยู่ในสถานที่ไม่น่าไว้วางใจ โดยมีอาการเตือนที่บ่งบอกว่าอาจได้รับสารเหล่านี้

  • คลื่นไส้อาเจียน
  • มึนงง
  • เดินเซ
  • หายใจลำบาก
  • มีอาการคล้ายเมาสุรา แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มไปเพียงเล็กน้อย

คำเตือนจากการใช้ยา

  • อาจทำให้ง่วงซึมไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือ ในที่สูง
  • ห้ามดื่มสุรา หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่
  • อาจเกิดผลตรงข้ามกับฤทธิ์ของยาที่ให้ (paradoxical reaction)
  • อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือด ตับ หรือไตได้
  • สตรีมีครรภ์ สตรีระยะให้นมบุตร โรคต้อหิน โรคไมแอส ตีเนียแกรวีส (myasthenia gravis) โรคพอร์ไฟเรีย (porphyria) หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากแพทย์สั่ง
  • หากใช้ร่วมกับยาอื่น เช่นยากดหรือกระตุ้นประสาท ยาคุมกำเนิด ยาต้านฮิสตามีน รวมทั้ง cimetidine ควรปรึกษาแพทย์
  • หากมีอาการนอนไม่หลับ ประสาทหลอน พฤติกรรมผิดปกติ กล้ามเนื้อเปลี้ย หรือมีไข้ ควรหยุดใช้ยาทันทีและรีบปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ สารเหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่มีการควบคุมการซื้อขาย แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำมาขายผิดกฎหมายโดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต หากพบเห็นมาช่วยกันแจ้งเบาะแสกับทาง อย. ได้ที่สายด่วน อย. 1556
อ้างอิง : กรมการแพทย์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารยาและยา (อย.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...