โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าสาวสุดช้ำ! เจ้าบ่าวอ้างเป็นทหารเทงานแต่ง ทิ้งรับแขกเดียวดาย จัดงานไป 3 แสน

Khaosod

อัพเดต 05 พ.ค. 2565 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 05.50 น.
เจ้าสาวสุดช้ำ! เจ้าบ่าวอ้างเป็นทหารเทงานแต่ง ทิ้งรับแขกเดี่ยวดาย จัดงานไป 3 แสน

เจ้าสาวสุดช้ำ! เจ้าบ่าวอ้างเป็นทหารเทงานแต่ง ทิ้งรับแขกเดียวดาย จัดงานไป 3 แสน แจ้งความจับให้มาชดใช้ หลังอ้างมีปากเสียงเรื่องเงินสินสอดกับแม่

จากกรณีได้รับร้องทุกข์จากน.ส.น้ำทิพย์ อายุ 40 ปี เป็นสาวโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอ้างเป็นทหารชื่อ จ.ส.อ.เอก หรือฉาย ซึ่งเป็นผู้ติดตามนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ได้ใช้กลอุบายหลอกน.ส.น้ำทิพย์ หลังจากคบหากันมานานกว่า 5 เดือน จนกระทั่งบิดามารดาฝ่ายหญิงตายใจว่าเป็นคนดี และจะจัดพิธีมงคลสมรสกันในวันที่ 1 พ.ค.65

แต่พอถึงวันพิธีแต่งงาน เจ้าสาวและญาติพี่น้องได้จัดเตรียมงานให้สมเกรียติ มีทั้งพิธีทางศาสนา อาหารโต๊ะจีน พร้อมเครื่องดื่ม 50 โต๊ะ สำหรับเลี้ยงแขก พอถึงวัน เวลา แขกเริ่มเข้ามาภายในงาน ซึ่งเจ้าสาวและญาติๆ ฝืนยิ้มต้อนรับแขก พอถึงเวลาฤกษ์ขันหมาก จะเข้าพิธีรอเจ้าบ่าว แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนเลยฤกษ์ก็ไม่เห็นว่าที่เจ้าบ่าวจะมาเข้าพิธี ติดต่อทางโทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย จึงรู้ว่าถูกหลอกและเสียใจอย่างมาก แต่ก็ต้องทนยืนรับแขกที่มาร่วมพิธีเพียงคนเดียว โดยไร้เงาว่าที่เจ้าบ่าวจนเสร็จงาน ทั้งทุกข์ระทมใจเป็นอย่างมาก แม้งานจะจัดเสร็จไปโดยไร้เจ้าบ่าว แต่ที่สำคัญคือครอบครัวเป็นหนี้ค่าอาหารโต๊ะจีน เครื่องใช้ในงานแต่งต่างๆ เกือบ 300,000 บาท แม้เวลาจะล่วงเลยมา 2-3 วันแล้วก็ยังไร้เงาเจ้าบ่าวที่อ้างตัวว่าเป็นทหารมารับผิดชอบ

วันที่ 5 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพัก หมู่ที่ 6 บ้านสระจาน ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พบกับน.ส.น้ำทิพย์ ยังอยู่ในอาการเหม่อลอยและซึมเศร้า ทุกครั้งเมื่อกลับจากงานที่ทำอยู่บ้าน ญาติเองก็ยังคงให้กำลังใจตลอด

ผู้สื่อข่าวยังพบว่าครอบครัวยังคงเก็บหลักฐานไว้ โดยเฉพาะดอกไม้ที่ใช้ประดับในพิธีรดน้ำสังข์ ป้ายชื่อ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ไว้ให้ดูต่างหน้า นอกจากนั้นบริเวณลานหน้าบ้านที่จัดงานสำหรับโต๊ะจีน เพื่อรองรับแขกที่มาร่วมงานยังมีร่องรอย ให้เห็นว่ามีการจัดเลี้ยงแขกจริง หลังจากนั้นน.ส.น้ำทิพย์ ยังนำภาพถ่ายที่ตนต้องจัดงานพิธีสมรส โดยไม่มีเจ้าบ่าวมาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมๆแล้วเกือบ 300,000 บาท ซึ่งตนและครอบครัวจะต้องหาเงินมาใช้หนี้

น.ส.น้ำทิพย์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนกับแฟนหนุ่มที่อ้างตัวเป็นจ่าสิบเอกคบหาดูใจตั้งแต่เดือนธ.ค.64 โดยตลอดเวลาที่คบกัน เขาได้บอกเป็นทหารยศจ่าสิบเอก และยังอ้างว่าเป็นบอดี้การ์ดให้นักการเมืองท้องถิ่นในต.นาดี ด้วยการแต่งกายและการพูดจา จึงเชื่อแฟนหนุ่มว่าเป็นทหารจริง และเป็นบอดี้การ์ดของนักการเมืองท้องถิ่น จึงไม่ได้สอบถามเพิ่มเติม ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ชายคนดังกล่าวเป็นคนที่นิสัยดีเสมอต้นเสมอปลายเข้ากับคนที่บ้านพ่อแม่พี่น้องได้ดี โดยจะคอยทำอาหารกับข้าวภายในบ้านและดูแลทุกอย่างแทบจะทุกวัน

น.ส.น้ำทิพย์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ทิ้งงานแต่งนั้น ฝ่ายชายมาพูดคุย บอกว่าอยากจะขอแต่งงาน แต่เนื่องจากตนเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงบอกกับฝ่ายชายว่าไม่ต้องจัดงานใหญ่ก็ได้ แต่ฝ่ายชายบอกว่าอยากได้งานใหญ่นิดนึง เพราะเป็นทหาร และยังเป็นบอดี้การ์ดของนักการเมืองท้องถิ่น บุคคลที่รู้จักใหญ่โตอีกหลายคน จึงตามใจแฟนโดยไม่ได้ห้ามอะไร หลังจากนั้นแฟนได้คุยกับพ่อแม่ โดยพ่อแม่เรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 200,000 บาท และทองคำหนัก 3 บาท เบื้องต้นแฟนรับปากว่าไหวและจะหาเงินมาทันในงานวันแต่งแน่นอน

"เดิมทีกำหนดงานไว้วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ถ้ว่าเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 จึงไม่สามารถจัดงานได้ เลยมาเป็นวันที่ 1 พ.ค.65 โดยที่ฝ่ายชายเป็นคนดำเนินการเรื่อง การจัดดอกไม้จัดซุ้มอาหารดนตรีเครื่องดื่มด้วยตนเอง"

น.ส.น้ำทิพย์ กล่าวว่า พอถึงวันแต่งที่ 1 พ.ค.65 เวลาประมาณ 02.00 น. ฝ่ายชายได้เก็บกระเป๋า แล้วบอกว่าจะไปนอนกับแม่และญาติของตน ซึ่งได้มาจองรีสอร์ตไว้ใกล้เคียงกับบ้านของตน ส่วนตนนั้นต้องแต่งหน้าต่อจึง มอบเงินให้ฝ่ายชาย 20,000 บาท เพื่อนำเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ ในระหว่างงาน หลังจากนั้นตนก็แต่งตัวแต่งหน้าจนถึงเวลาประมาณ 06.00 น. กระทั่งหลานชายมาบอกว่าน้ำแข็งในงานมาลงแล้วจะต้องจ่ายเงินสดเขา จึงพยายามโทรหาแฟนว่าให้นำเงินมาจ่าย และมาแต่งหน้าแต่งตัว เพราะว่าอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จะมีพิธีสงฆ์ ฝ่ายชายจึงรับปากว่ากำลังมา

เมื่อถึงเวลาประมาณ 07.00 น ต้องเข้าสู่พิธีสงฆ์ ตนจึงได้โทรหาฝ่ายชายอีกรอบ แต่ได้คำตอบมาว่าตอนนี้มีปากเสียงเรื่องเงินสินสอดกับแม่ตนอยู่ ขอเวลาประมาณ 07.00 น เจ้าบ่าวจะรีบเข้ามาให้ทันพิธี หลังจากนั้นก็โทรติดต่อแฟนหนุ่มไม่ได้อีกเลย จึงคิดได้ทันทีว่าฝ่ายชายหนีการแต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นรู้สึกช็อกและเสียใจมาก แต่เนื่องด้วยทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว จึงแข็งใจออกมาทำพิธี โดยการตักบาตรเพียงคนเดียว ทำพิธีทางสงฆ์เพียงคนเดียว และต้อนรับแขกเพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี หลังจากเสร็จพิธีก็พยายามติดต่อไปยังแฟนของตน ก็ยังติดต่อไม่ได้ จึงได้ปรึกษากับครอบครัวและนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาดี ให้ตามหาฝ่ายชายให้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในงานทั้งหมดด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=L20MmH4Od7E

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...