โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายงานพิเศษ!เปิดอาณาจักรลัทธิเพี้ยน”พระบิดา”อ้างตัวเป็นใหญ่กว่าทุกศาสนา!(คลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 10.49 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – กินอึรักษาโรค ตร.จ่อฟันอีกหลายข้อหาเพิ่ม หลังผู้ว่าฯ ได้รับการประสานจากหมอปลา ให้ช่วยเข้าตรวจสอบมีการเปิดสำนักปฏิบัติธรรมมีฤาษีตั้งตัวเป็นเจ้าสำนัก อ้างตัวเป็นใหญ่เป็นพระบิดาสูงกว่าทุกศาสนา สาวกหลงผิดลัทธิงมงายรักษาโรคสุดพิสดารทั้งกินอึ ฉี่ ขี้ไคล เสมหะ เศษน้ำเหลืองที่ต่อท่อออกมาจากโลงศพที่มีการตรวจพบในครั้งนี้ด้วยรวม 11 ศพที่เก็บไว้ในสำนักดังกล่าวที่อ้างว่าเก็บไว้ในสำนักดังอ้างเพื่อช่วยรักษาโรคและช่วยให้ผู้ตายได้ขึ้นสวรรค์!

ซึ่งล่าสุดวันที่ 11 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดกรณี นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พร้อมสื่อหลายสำนัก พร้อมประสานนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ชัยภูมิ และ พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร เข้าตรวจสอบที่สำนักปฏิบัติธรรมประหลาด ตั้งอยู่กลางป่าในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการกักขังผู้มาปฏิบัติธรรมและรักษาโรคโดยวิธีการแบบแปลกประหลาดไม่ถูกสุขลักษณะให้กินอุจจาระ ปัสสาวะ ขี้ไคล และเสมหะ ของฤาษีเจ้าลัทธิเพี้ยนรักษาโรค รวมทั้งพบศพเก็บไว้ในสำนักดังกล่าวอีกรวม 11 ศพ

ก่อนควบคุมตัวฤาษีรายนี้ วัย 74 ปี ซึ่งเป็นชาว จ.ขอนแก่น มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พ.ค.65 ที่ผ่านมาและล่าสุดวานนี้ 10 พ.ค.65 ทางนายชาญชัยฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมรักษาโรคแบบพิสดารรายนี้โยละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อเจ้าสำนักลัทธิประหลาดรายนี้ หลังเบื้องต้นได้มีการแจ้งดำเนินคดีไปแล้ว 2 ข้อหาในข้อหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และฝ่ายฝืน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อโควิด-19 และศาลจังหวัดภูเขียวได้ให้ฤาษีเจ้าสำนักรายนี้ประกันตัวออกไปได้ในวงเงิน 50,000 บาท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.65 ที่ผ่านมา

ซึ่งล่าสุดเจ้าสำนักลัทธิเพี้ยนรายนี้หลังได้รับการประกันตัวพ้นต้องขังในเรือนจำภูเขียว จังหวัดชัยภูมิออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยรวมทั้งคณะลูกศิษย์สาวกที่ยังเหลืออยู่ในสำนักดังกล่าวอีกจำนวนมาเกือบ 100 คน ต่างพากันต้องเก็บข้าวของออกจากสำนักดังกล่าวกันแตกกระเจิง หลังทาง จนท.ชุดรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้นำหมายศาลสนธิกำลังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสำนักลัทธิเพี้ยนโดยละเอียดอีกครั้ง และทางจังหวัดประกาศให้ปิดสำนักดังกล่าวเพื่อตรวจสอบอายัดหลักฐานในพื้นที่ทั้งหมดแล้วมาตั้งแต่วานนี้ เพื่อรอตรวจสอบหลักฐานที่ชัดเจนดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อกับเจ้าสำนักลัทธิเพี้ยนรายนี้โดยเร็วต่อไปในขณะนี้ด้วย

โดยล่าสุดด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีหลังวานนี้ทางชุดผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายรองผวจ.ชัยภูมิ พร้อมตนเอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นตรวจสอบอายัดหลักฐานการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อฤาษีเจ้าสำนักลัทธิดังกล่าวเพิ่มเติมพร้อมสั่งปิดสำนักดังกล่าวและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมดให้เสร็จภายในไม่เกิน 10 วันจากนี้ไปเนื่องจากมีการดำเนินคดีเบื้องต้นใน 2 ข้อหาไปแล้ว ในข้อหาบุกรุกป่าพื้นที่สาธารณะ ที่ทางป่าไม้ตรวจสอบรวมมีพื้นที่สำนักดังกล่าวทั้งหมดรวม 26 ไร่

และร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งใน 2 ข้อหาเบื้องต้นที่มีการส่งฟ้องศาลฝากขังแต่ศาลได้อนุมัติให้ฤาษีดังกล่าวได้รับการประกันตัวออกไปแล้วมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ค.65 ทีผ่านมา

ซึ่งล่าสุดเองทาง จนท.ตร.ก็ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวฤาษีผู้ต้องหารายนี้ได้หลังได้ประกันตัวไปแล้ว รวมทั้งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกหลายข้อหาเพิ่ม ที่ทั้งข้อหาการรักษาโรค ผิด พ.ร.บ. เวชกรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจาก จนท.สสจ.ที่เกี่ยวข้อง รอบรวบรวมหลักอยู่ ,ข้อหาการเคลื่อนย้ายศพจัดการศพ ที่พบรวม 11ศพ ที่ยังรอผลตรวจพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการแจ้งระบุแจ้งผลมาถึง ตร. รวมทั้งมีการเกี่ยวข้องว่ามีการใช้น้ำเหลืองจากศพที่นำมาใช้รักษาโรคที่ผิดกฏหมายด้านสาธารณะสุขและความปลอดภัย รวมทั้งอีกหลายข้อหาที่พบจาการเข้าตรวจค้นพื้นที่สำนักดังกล่าวรอบที่ 2 วานนี้ (10 พ.ค.65)ตามหมายศาล

ที่พบทั้งการมีการผลิตอาหาร ยารักษาโรค จำหน่ายที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร รอผลตรวจหาเชื้อและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันมาอยู่ในขณะนี้แต่ทาง ทีม จนท.ตรวจสอบ ของ สสจ.ยังไม่แจ้งผลมาถึง รวมทั้งพบมีการแปรรูปตัดไม่หวงห้าม หรือไม้พยุงในพื้นที่สำนักดังกล่าวอีกจำนวนมากหลายสิบท่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมหลักฐานยังไม่ส่งตัวแทนแจ้งร้องทุกข์ต่อตำรวจเพิ่ม จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหาเพิ่มในอีกหลายข้อหาเพิ่มเติมได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พร้อมรับดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ทันที ก่อนที่จะเชิญตัวเจ้าสำนักลัทธิรักษาโรคประหลาดรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกต่อเนื่องได้ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะที่ในส่วนของการเข้ามายึดพื้นที่รุกป่าสาธารณะของลัทธิดังกล่าว ก็มีกลุ่มผลประโยชน์แอบแฝงตามเข้ามารวมอยู่ในกลุ่มลูกศิษย์และสาวกตามมีอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะมีการตั้งเป็นแหล่งผลิตสินค้าแบรนชื่อของ พระบิดา ออกไปจำหน่ายในขณะนี้ ก็เริ่มมีการแชร์ว่อนออกไปทั่วโลกโซเชียลเป็นจำนวนมากในขณะนี้ด้วย

ที่มีการพบสินค้าปลาร้าบอง และสินค้าอื่นๆอีกหลายรายการสินค้าที่มีการประทับตราแซบ จากสำนักพระบิดา ฤาษีเจ้าสำนักลัทธิดังกล่าว

ซึ่งมีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังมีการเข้าตรวจพื้นที่ของชุดนายชาญชัยฯ รองผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พร้อมนายแพทย์วิชิระ บถพิบูลย์ สสจ.ชัยภูมิ วานนี้(10 พ.ค.65) หลังนำหมายศาลเข้าตรวจบริเวณจุดที่ใช้ตั้งเป็นศาลาภายในสำนักลัทธิดังกล่าว พบว่ามีการจัดเป็นโซนทำขนม อาหาร และปลาร้าบอง ใช้ตราสินค้าชื่อแซบหลาย จากสำนักเจ้าลัทธิ”พระบิดา” เพื่อใช้เป็นแหล่งหารายได้ของสำนักเอาไว้ขายให้กับชาวบ้านที่เข้ามารักษาอาการป่วย ที่มีประชาชนจำนวนมากทั้งจากเขตอำเภอคอนสาร และอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น รับไปจำหน่ายต่อตามร้านค้าในชุมชนต่างๆรอยต่อ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และที่ จ.ขอนแก่น อีกด้วย ซึ่งทางชุดเจ้าหน้าที่ สสจ.ชัยภูมิ ได้นำเก็บและนำไปตรวจสอบว่ามีขบวนการผลิต และมี อย.รับรองการผลิตหรือจัดจำหน่ายด้วยอีกในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่

โดยนายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ สสจ.ชัยภูมิ ยังฝากแจ้งเตือนประชานที่พบสินค้าปลาร้าบองและขนมที่ติดตราพระบิดา เจ้าของลัทธิดังกล่าว หากมีการซื้อไปบริโภคและเกิดอาการเจ็บป่วยก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่พบเติมได้ เพื่อที่จะได้ติดตามเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค หรือมีความเสี่ยงในการนำไปบริโภคว่ามีเชื้อรุนแรงต่อสุขภาพในครั้งนี้ด้วยอีกหรือไม่ เพื่อเป็นการคุ้มครองบริโภคในครั้งนี้เพิ่มเติมในกรณีที่ขึ้นขึ้นในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่อีกด้าน ในการเข้าไปเร่งช่วยเหลือสัตว์ป่ากวางโคกระบือสุนัขนับเกือบ200ตัว ต้องถูกทิ้งคาสำนักฤาษีลัทธิเพี้ยนในครั้งนี้ด้วย

ที่มีความคืบหน้ากรณีลัทธิประหลาด หลังจากที่ทาง นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร นพ.วชิระ บถพิบูลย์ นพ.สสจ.ชัยภูมิ นำหมายศาลเข้าตรวสอบสำนักฤาษีลัทธิประหลาด ในหมู่ที่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีนายทวี หนันลา อายุ 74ปี อาศัยบ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 1 ตำบลโนนสะอาด อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น หรือ โจเซฟ ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม อ้างตัวเป็นพระบิดา อยู่เหนือกว่าทุกศาสนา เปิดสำนักรักษาผู้ป่วยสุดพิสดารด้วยการให้กิน อุจาระ ปัสสาวะ เสมหะ ขี้ไคล ตัวเองให้ชาวบ้านกินรักษาโรคได้ทุกชนิด รวมทั้งมีการเก็บศพปล่อยให้เนาทิ้งในโลงไว้ภายในสำนักอีกรวม 11 ศพ ที่มีการต่อท่อเอานำเหลืองจากศพเน่าออกมาจากในโลงเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยและผลิตเป็นยารักษาอ้างคุณวิเศษให้ชาวบ้านหลงงมงายกลายเป็นลัทธิสุดเพี้ยนในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อีกรอบซึ่งเป็นรอบที่ 2 เมื่อวานที่ผ่านมา(10พ.ค.65)

จนล่าสุดบรรยากาศที่สำนักลัทธิสุดเพี้ยนครั้งนี้ในช่วงเช้าวันนี้ 11พ.ค.65 ที่ผ่านมา หลังทางจังหวัดชัยภูมิ นำหมายศาลตรวจสอบค้นอายัดหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม และให้มีการสั่งปิดและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายในสำนักฯให้เสร็จภายใน 10 วัน และให้กลุ่มลูกศิษย์สาวกที่อยู่ภายในทั้งหมดที่มีการปลูกบ้านพักเป็นกระท่อมพักอาศัยรวมจำนวนมาก อยู่ภายในสำนักที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสาธารณะทั้งหมดรวมเนื้อที่กว้างกว่า 26 ไร่ ให้ออกจากพื้นที่เพื่อขอคืนพื้นที่สาธารณะทั้งหมดคืนแล้วในวันนี้

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายขนาดใหญ่ซึ่งเป็นป้าย กำหนดพื้นหวงห้ามที่เข้า-ออก ภายในเขตพื้นที่สำนักลัทธิดังกล่าวทั้งหมด โดยเขียนข้อความระบุ ด้วยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคอนสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร เจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคอนสาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ สำนักฤาษีพระบิดา ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ในหมู่บ้านกุดแคน หมู่ที่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพบว่ามีการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยมีลักษณะเป็นกระท่อม เพิงหลังคามุงหญ้า จำนวน 22 หลัง และ มีคนพักอาศัยเป็นประจำอยู่ประมาณกว่า 30-50 คน ในจำนวนเนื้อที่ 26-45 ไร่

โดยมีฤาษี อ้างตัวเป็นพระบิดา ผู้เป็นใหญ่กว่าทุกศาสนาดังกล่าว หรือนายทวี หนันลา อายุ 74 ปี เป็นเจ้าสำนักปกครองดูแลอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานนับกว่า 10 ปี และจากการตรวจสอบภายในอาคารพบว่ามีการนำศพมาเก็บไว้ในโลงกระจายอยู่ตามกระท่อมแต่ละแห่งรวม 11 ศพ จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 เรื่อง การกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะที่อาจเกิดเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไปประกอบกับคำสั่งจังหวัดชัยภูมิที่ 714/2565 เรื่องมาตรการในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดของจังหวัดชัยภูมิ

ซึ่งวันนี้ทาง จนท.องค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง จึงขอประกาศให้พื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้ามเข้า-ออก หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฏหมาย

ส่วนภายในลัทธิประหลาดวันนี้หลังจากมีการปิดทางเข้า-ออกแล้ว ทางผู้ที่นับถือรวมทั้งลูกศิษย์สาวกลัทธิดังกล่าวได้ขนย้ายสิ่งของออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงเศษขยะ สิ่งของสกปรกกระจัดกระจายบริเวณภายด้านในไม่ว่าจะเป็นกระท่อมหลังใหญ่ และ กระท่อมหลังเล็กที่อยู่โดยรอบ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณลัทธิประหลาดแห่งนี้ ทั้งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บอาหารที่คาดว่าเป็นสิ่งของที่นำไปขายให้ชาวชุมชนใกล้เคียงออกไปทั้งหมด เพื่อไปตรวจสอบและทำลายเสี่ยงต่อการนำไปบริโภคทำให้เกิดการติดเชื้ออันตรายในร่างกายได้

โดย นายสัญญา แสนเภา นักทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง ได้เข้ามาประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงภายในลัทธิแห่งนี้ พร้อมจะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในสำนักแห่งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยขนสิ่งของในเบื้องต้น ส่วนทางรถที่จะใช้ขนย้าย ขอใหัทางผู้ที่จะขนย้ายนำมาเอง เพื่อส่งกลับภูมิลำเนา ซึ่ง นายสัญญาฯ ยังเปิดเผยอีกว่า ซึ่งหลังจากที่ตนออกมาประกาศเพื่อเป็นไปตามกฎหมาย เพราะจะได้เป็นไปตามคำสั่งตามที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีชาวลัทธิดังกล่าวนี้ออกจากพื้นที่ไปตั้งแต่เมื่อคืนเมื่อวานนี้( 10 พ.ค.65)ทั้งหมดแล้ว แต่ยังมีสิ่งของที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทาง อบต.ดงกลาง ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือหรือขนย้ายออกไปให้หากชาวบ้านคนไหนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ต้องการกลับมาเก็บกลับคืนไปในครั้งนี้ด้วยก่อนที่จะมีการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้เสร็จภายใน 10 วันจากนี้ไป

ส่วนด้านนางศรีสมัย โชติวณิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องที่สำนักลัทธิประหลาดดังกล่าว ที่พบว่ายังมีสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยงถูกปล่อยทิ้งไว้ในพื้นที่ภายในสำนักดังกล่าวอีกจำนวนมากนับร้อยตัว

ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เข้าร่วมตรวจสอบในพื้นที่พบว่าในพื้นที่ภายในสำนักประหลาด มีสาวกหรือลูกศิษย์นำสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร และเลี้ยงขายหลายประเภท ประกอบด้วยโค(วัว) 11 ตัว กระบือ(ควาย) 5 ตัว กวางพันธุ์รูซ่า 15 ตัว ไก่ไข่ประมาณ 35 ตัว ไก่พื้นเมืองและไก่งวงอีกจำนวนหนึ่งที่กระจายอยู่ตามตัวไม้ในพื้นที่ เป็ดเทศ ประมาณ 17 ตัว สุนัขประมาณ 80 ตัว แมว 20-28 ตัว อีกัวน่า 1 ตัว หนูตะเภา จำนวน 24 ตัว

และในเบื้องต้นได้ให้อาหารคือฟางแห้งอัด 6 ก้อนนำไปให้วัว ควายได้กินเป็นอาหารก่อน ซึ่งได้แจ้งผู้เป็นเจ้าของสัตว์ โค-กระบือ หากจะขอนำออกไปเลี้ยงให้มาติดต่อ จนท.ในพื้นที่ และนำหาหลักฐานการเป็นเจ้าของผู้ครอบครองมายื่นต่อฝ่ายปกครองดำเนินการสอบข้อเท็จจริงก่อน รวมทั้งกวางพันธ์รูซ่า จะประสาทสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ จ.ชัยภูมิ เข้ามารับนำช่วยไปดูแล ส่วนสุนัข แมว ต้องนำมาทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้ครบทุกตัวก่อน พร้อมหาผู้อุปการะที่ต้องการนำไปเลี้ยงต่อไป ซึ่งจากนี้ไปคงเหลือเพียงด้านคดีที่จะจบลงอย่างไรต่อไป และเป็นอีกบทเรียนครั้งใหญ่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกภาค และประชาชนทุกคน ได้ใช้เหตุและผลพิจารณาต่อกรณีที่เกิดขึ้นได้เป็นบทเรียน ต่อการศรัทธาต่อลัทธิงมงาย แปลกประหลาด ได้ช่วยกันสร้างสังคมเข้มแข็งต่อไปให้กันมากขึ้น?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...