โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม่น้ำของ-แม่น้ำโขง” ทำไมคนสยามเรียก “โขง” แต่เผ่าไท-ลาวอื่น ๆ เรียก “ของ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 07.56 น.
กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขง (ลายเส้นฝีมือชาวยุโรป พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1873)

ข้อสังเกตประการหนึ่งของ “แม่น้ำของ-แม่น้ำโขง” แม่น้ำสายสำคัญของอุษาคเนย์ ซึ่งคนไทยเราออกเสียงว่า “โขง” ขณะที่ชาวลาวรวมถึงชาติพันธ์กลุ่มไท-ลาวอื่น ๆ พากันออกเสียงว่า “ของ” เพราะอะไร ทำไมเรียกต่างกัน ?

เรื่องนี้ จินตรัยนำเสนอไว้ในบทความ “น้ำของและสาระน่ารู้ : แม่น้ำโขง ในทรรศนะของนักวิชาการลาว” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2537 ซึ่งแปลจากต้นฉบับภาษาลาวของ หุมพัน ลัตะนะวงนักวิชาการลาว ในวารสารรายเดือน “วันนะสิน”ฉบับที่ 1 ปี 1992 (พ.ศ. 2533) เป็นอีกมุมมองเกี่ยวกับแม่น้ำโขงจากทัศนะฝั่งลาว

หุมพัน อธิบายที่มาชื่อ“แม่น้ำของ”จาก พงศาวดารของเจ้าคำหมั้น วงกตรัตนะซึ่งกล่าวว่า

“จีนแต้จิ๋ว เรียกว่า แม่น้ำก่งฮ่อ และจีนกลางเรียกว่า เดียววู้ เมื่อแม่น้ำสายใหญ่นี้ไหลมาถึงดินแดนสิบสองปันนา และล้านช้างตอนเหนือ (อาณาจักรเชียงแสน)ก็ถูกเรียกว่า ‘แม่น้ำของ’ ชาวขะมุที่อาศัยอยู่ในถิ่นนี้เรียกว่า ‘อมครอง’ คำว่าแม่น้ำของนี้บางท่านสันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ‘แม่น้ำขอม’ เพราะขอมมาปกครองดินแดนนี้จึงได้ชื่อว่า แม่น้ำขอม แล้วต่อมาจึงเพี้ยนเป็น ‘ของ’(แต่หุมพันผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้)

คำว่า ‘ของ’ ในที่นี้น่าจะตรงกับคำว่า ‘ครอง’ ของเผ่าขะมุนั่นเอง”

ด้านชาวกัมพูชาเรียกแม่น้ำโขงว่า “กวงเกียะ”และ “ตงเลทม”ชาวเวียดนามเรียกว่า“กิวล็อง” มาจากชื่อ“กาหลง” เพราะท้าวกาหลงถือว่าเป็นบรรพบุรุษของชนชาวไท-ลาว หรือเมืองกาหลงของอาณาจักรอ้ายลาวในมณฑลยูนนานของจีน

ชาวตะวันตกเขียนชื่อแม่น้ำนี้แล้วออกเสียงว่า “แมกง”(Mekong) เพราะมักออกเสียง “ออง”เป็น “อง”

นักวิชาการลาวเห็นว่า คำว่า ของ, โขง, ครองหรือ กวง(เกียะ) เป็นคำคำเดียวกัน มาจากความสำนึกและความหมายเดียวกัน ต่างกันแค่ออกเสียงเท่านั้นเอง คือ มาจากชื่อ แม่คงคาประเทศอินเดีย อันถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวัฒนธรรมอันมีต้นตอทางศาสนามาจากอินเดีย เข้ามาดินแดนสุวรรณภูมิ ชนชาติไท-ลาวทั้งหลายที่มีความเลื่อมใสศาสนาอินเดียก็เลยยืมชื่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มาเรียกแม่น้ำของตน

มีข้อสังเกตด้วยว่า ชาวเมืองเมาโหลง (มาวหลวง) หรือชาว “ใต้โขง” (ทิศตะวันตกของยูนนาน ติดต่อกับพม่า) ก็เรียกแม่น้ำสาละวินว่า “แม่น้ำโขง” จึงเรียกตนเองว่า“พวกใต้โขง”

“โขง”ของชาวใต้โขง จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า โขง, ของ, ครองหรือ กวง ล้วนมาจากคำเดียวกัน คือ “คงคา” เหมือนกับที่เขมรเรียก กวงเกียะ

แล้วทำไมชาวสยามจึงออกเสียง “โขง” ต่างจากเครือญาติทางเหนือ ?

จากทัศนะของหุมพัน ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ในขณะที่ชาวลาว, ชาวขมุ และชาวลื้อในสิบสองปันนา ซึ่งเป็น “เจ้าถิ่น” ในดินแดนลุ่มแม่น้ำของ (โขง) และเรียกแม่น้ำดังกล่าวว่า “ของ” แม้แต่ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงเองก็เรียก “แม่น้ำของ” แต่ไทยสยามเรียกด้วยเสียงต่างออกไป เป็นเพราะ…

1. เกิดจากการหลงลืม เอาชื่อแม่น้ำสาละวินที่ชาวใต้โขง (ชาติตระกูลเดียวกับเผ่าไท-ลาว) เรียกว่า “แม่น้ำโขง”มาเรียกแม่น้ำของเป็นแม่น้ำโขง

2. การที่หลักศิลาจารึกเมืองสุโขทัยเขียนว่า“น้ำของ” แสดงว่าชาวไทยดั้งเดิมก็เรียก “แม่น้ำของ” แต่ต่อมาติดสำเนียงออกเสียงตามชาวตะวันตก เพราะเมื่อเขียน Mekong ทำให้ออกเสียงได้ทั้ง 2 อย่าง คือ แม่ของ หรือ แม่โขง ก็ได้

3. เกิดจากการเพี้ยนเสียงกันระหว่างภาษาลาวกับภาษาไทยโดยธรรมชาติ คือเสียงใช้เรียกสิ่งเดียวกัน รากศัพท์อันเดียวกัน แต่ออกเสียงเพี้ยนกัน เช่น “เดิก” ในภาษาลาว คือ“ดึก” ในภาษาไทย“เข้า” ในภาษาลาว คือ “ข้าว” ในภาษาไทย เป็นต้น

เป็นที่มาของเสียง “แม่น้ำของ-แม่น้ำโขง” ที่แตกต่างกันของคนเผ่าไท-ลาวอื่น ๆ กับคนไทยสยาม สะท้อนความลื่นไหลในวัฒนธรรมทางภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-ลาว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แม่น้ำของ-แม่น้ำโขง” ทำไมคนสยามเรียก “โขง” แต่เผ่าไท-ลาวอื่น ๆ เรียก “ของ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...