โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คปภ. เอาจริง กวาดล้างแก๊งขายประกันต่างประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • The Bangkok Insight

คปภ. ทยอยแจ้งความเอาผิด คนไทยที่ขายประกันภัย-ประกันชีวิตต่างประเทศ มีหลักฐานว่าบางคนไลฟ์สด ชี้ชวนให้ซื้อประกันต่างประเทศ ทั้งที่ตนเองไม่มีใบอนุญาตตัวแทน เข้าข่ายทั้งจำทั้งปรับ ตามกฏหมายประกันชีวิตไทย

นายบรรยง วิทยวีรศักดิ์ กูรูวงการการเงินและประกันภัย และอดีตประธานสมาคมที่ปรึกษาการเงินแห่งเอเชียแปซิฟิก (APFinSA) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

ขายประกัน

คปภ. ทยอยแจ้งความเอาผิด คนไทยที่ขายประกันภัย/ ประกันชีวิตต่างประเทศ มีหลักฐานว่าบางคนไลฟ์สด ชี้ชวนให้ซื้อประกันต่างประเทศ ทั้งที่ตนเองไม่มีใบอนุญาตตัวแทน เข้าข่ายทั้งจำทั้งปรับ ตามกฏหมายประกันชีวิตไทย

ช่วงที่ผ่านมา มีกระแสชักชวนให้ซื้อประกันชีวิตในต่างประเทศ ด้วยว่าเบี้ยประกันถูกและได้รับการคุ้มครองสูงนั้น ผมได้รับการสอบถามจากตัวแทนประกันชีวิตจำนวนหนึ่งว่า ข้อกฎหมายต่างๆนั้น อนุญาตให้ทำได้หรือไม่ได้ อย่างไร

บางข้อผมตอบได้ บางข้อก็ตอบไม่ได้ จึงต้องโทรศัพท์ขอคำปรึกษาจากท่านรองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ด้านกฎหมาย คดีและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ คุณอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง ได้ข้อมูลน่าสนใจ และเมื่อประกอบกับเข้ากับข้อมูลที่ผมมีอยู่ สรุปได้ใจความ ดังนี้

1. ตัวแทนประกันชีวิตไทยไม่สามารถขายประกันชีวิตของบริษัทต่างประเทศในพื้นที่ประเทศไทยได้

2. ตัวแทนต่างประเทศ ถึงแม้จะมาสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตของไทยแล้ว ก็ขายประกันภัยต่างประเทศไม่ได้ เนื่องจากเป็นกรมธรรม์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจาก คปภ.

3. ตัวแทนประกันชีวิตไทยไม่สามารถแนะนำให้ลูกค้าไปซื้อประกันชีวิตกับตัวแทนต่างประเทศ แล้วแบ่งค่านายหน้ากันได้

4. ตัวแทนประกันชีวิตไทย ถึงแม้เพียงแค่แนะนำให้ลูกค้าไปติดต่อตัวแทนต่างประเทศเอง โดยที่ตัวเองไม่ได้รับค่านายหน้า ก็ยังมีความผิด

5. คนที่ไลฟ์สดขายประกันชีวิตต่างประเทศ ทาง Facebook หรือ TikTok โดยเฉพาะคนที่ไม่มีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต สำนักงาน คปภ. กำลังรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะคลิปการไลฟ์สด ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญที่ผู้กระทำความผิดไม่สามารถปฏิเสธได้ มีความผิดตามกฏหมายประกันชีวิตคือปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. คปภ. กำลังติดต่อกับบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือระดับโลก เพื่อขอไม่ให้มีการโหลดแอพพลิเคชั่นซื้อประกันจากต่างประเทศได้ (ใน App Store หรือ Play Store) เพราะถือว่าผิดกฎหมายไทย จึงไม่ควรสนับสนุน

7. หากลูกค้าต้องการซื้อประกันชีวิตต่างประเทศจริงๆ ต้องคลิกไปที่เว็บไซต์ของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศเอง ถ้าแบบนั้น เป็นความประสงค์ของลูกค้าโดยตรง ซึ่ง คปภ. ไม่สามารถตามไปคุ้มครองได้

8. ผู้ที่ซื้อประกันชีวิตในต่างประเทศเมื่อเสียชีวิตแล้ว หากนำเงินเข้ามาในประเทศไทย สินไหมเหล่านี้ต้องเสียภาษีหรือไม่ ท่านรองอดิศรตอบว่า ต้องไปถามกรมสรรพากร ซึ่งตัวผู้เขียนเอง เท่าที่อ่านประมวลรัษฎากร มีข้อกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจนว่า เงินที่ได้จากการประกันภัยไม่ต้องเสียภาษี

9. คนไทยหากจะขายประกันชีวิตให้ชาวต่างประเทศ เช่น คนลาวหรือพม่า บริษัทประกันชีวิตไทยจะมีข้อกำหนดว่า ต้องให้ลูกค้าข้ามมาซื้อบนผืนแผ่นดินไทย โดยใช้ตราประทับพาสปอร์ตเป็นหลักฐานว่า วันนั้นอยู่ในอาณาจักรไทย หากไม่มีหลักฐานชิ้นนี้ บริษัทประกันชีวิตไทยจะไม่ขายให้ (เป็นข้อตกลงที่ คปภ. เคยทำไว้กับกรมการประกันภัยประเทศเพื่อนบ้าน)

สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากคือ การที่ท่านรองอดิศรบอกผมว่า เพียงแค่แนะนำชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของตัวแทนต่างประเทศ แล้วให้ไปติดต่อกันเอง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายแล้ว ผมก็สงสัยเพราะการที่จะชักชวนหรือชี้ช่องให้ซื้อประกันชีวิต(ข้อความตามกฎหมายที่ต้องใช้ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต) อันนี้ชัดเจนว่าผิดกฎหมายประกันภัย พอเข้าใจได้

แต่ท่านอดิศรบอกว่ามีกฎหมายข้อหนึ่งอยู่ในกฎหมายประกันวินาศภัยที่บอกว่า แค่แนะนำให้รู้จักกัน ก็เสมือนเหมือนกับการชี้ช่องแล้ว คือทำให้ลูกค้าเห็นช่องทางในการไปซื้อกับต่างประเทศ

บอกตามตรงว่าข้อนี้ผมไม่เห็นด้วย แต่ละคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว(หมายถึงลูกค้า) แค่แนะนำให้รู้จักกัน แล้วจะมาบอกว่าเราเป็นหนึ่งในผู้บงการ อันนี้ยังคาใจอยู่ครับ

ท่านอดิศรยังได้บอกกับผมว่า การที่สำนักงาน คปภ. เข้มงวดเรื่องนี้ ไม่ได้เข้าข้างหรือทำเพื่อประโยชน์ของบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย แต่เป็นเพราะว่าที่ผ่านมา มักจะได้รับเรื่องร้องเรียนจากการที่เรียกร้องสินไหมในต่างประเทศ แล้วไม่ตรงกับที่ผู้เอาประกันคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัย แต่สำนักงาน คปภ. ไม่มีอำนาจในการที่จะไปตัดสินหรือไกล่เกลี่ยคดี เพราะเป็นบริษัทในต่างประเทศ ใช้กฎหมายต่างประเทศ

ท่านยังย้ำด้วยว่า แม้แต่ศาลไทย ก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสิน หากคนไทยไปซื้อประกันกับบริษัทประกันภัยต่างประเทศ ลูกค้าต้องไปร้องเรียนศาลต่างประเทศเอง บางทีมันก็ไม่คุ้มค่าในการเดินทาง ค่าที่พัก การจ้างทนายความต่างประเทศ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก คปภ. จึงเข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้แต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคต

ตอนท้าย ผมได้ขอให้ทางสำนักงาน คปภ. ต้องให้ข้อมูลกับสังคม และตัวแทนประกันภัยมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมา คปภ. ไม่เคยตอกย้ำเรื่องนี้ ตัวแทนประกันชีวิตบางคนก็ไม่รู้ขอบเขตว่าทำได้หรือไม่ได้ โดยเฉพาะบางคนที่คิดว่าส่งต่อให้กับตัวแทนประกันชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการร่วมมือกันของผู้มีใบอนุญาตสองฝ่าย โดยถือประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก

สำหรับผู้ที่กระทำความผิด หากสำนักงาน คปภ. จะดำเนินคดี ก็ควรจะทำให้เปิดเผย เป็นที่รับรู้ในอุตสาหกรรม จะได้ทำให้คนเข็ดหลาบ ไม่กระทำกันอีก

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เรามีการรวมกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน และมีการประกาศว่าจะให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมข้ามพรมแดนกันได้อย่างอิสระนั้น แต่วันนี้ได้คำตอบจากผู้ดูแลเรื่องนี้โดยตรงแล้วว่า ธุรกิจประกันภัยยังเป็นสินค้าควบคุม ที่ไม่สามารถขายได้อิสระข้ามพรมแดนกันได้ครับ ก็ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...