เปิดเส้นทางสดใส 5 สัตว์น้ำไทย เล็งขยายตลาดใหญ่ในต่างประเทศ
ฉะเชิงเทรา – เปิดเส้นทางสดใส 5 สัตว์น้ำนำเศรษฐกิจไทยเติบโตครั้งใหญ่ เล็งขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศ ทั้งกุ้งก้ามกรามที่เตรียมผงาดขึ้นสู่เป้าหมายเป็นผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก เผยอานิสงค์จากกำแพงภาษีทรัมป์ช่วยเพิ่มโอกาสไทยเหนือคู่แข่ง ขณะปลากะพงถูกจีนคลายล็อคพร้อมเตรียมส่งขายปลายทางเร็ววันนี้
วันที่ 12 ต.ค.68 เวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากนายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย กล่าวภายหลังจากการแถลงข่าวการจัดงานสัตว์น้ำไทย 2025 เมื่อเวลา 16.00 น.วานนี้ (11 ต.ค.68) ว่า ในปีนี้การจัดงานสัตว์น้ำไทยระหว่างวันที่ 2-3-4 ธ.ค.68 ที่โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทล แอนด์กอล์ฟ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จะเป็นการจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สัตว์น้ำไทยปรับจูนใหม่เพื่อไปต่อ” ในการนำองค์ความรู้นวัตกรรมงานวิจัยใหม่ๆ มาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รู้และนำไปปรับจูนใช้กับอาชีพของตนเอง
เนื่องจากในขณะนี้สถานการณ์ภูมิอากาศเรื่องโรคทุกด้านเกิดความเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจสัตว์น้ำของเรายังคงยั่งยืนถ่ายทอดสู่รุ่นลูกหลานได้ โดยในปีนี้สัตว์น้ำเศรษฐกิจมี 5 ชนิดได้แก่กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม กุ้งกุลาดำ ปลานิล ปลากะพง และสัตว์น้ำอาชีพทางเลือกใหม่ ในการนำมาเสนอได้แก่การเลี้ยงม้าน้ำ และซุปเปอร์ฟู้ด เช่น ผำ ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในปัจจุบัน ตลอดจนกฎระเบียบวิธีการเลี้ยงและการตลาดที่จะนำมาถ่ายทอด
ขณะที่ไฮไลท์ของปีนี้สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามนั้น เราได้ส่งออกกุ้งก้ามกรามไปยังต่างประเทศแล้ว และได้ทำการปรับจูนกันระหว่างห้องเย็นว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าที่เราผลิตเป็นที่ต้องการของห้องเย็น และห้องเย็นนำไปเพิ่มมูลค่ายังผู้ซื้อปลายทาง เพื่อให้ห่วงโซ่ยั่งยืนไปด้วยกัน ขณะที่ปลากะพงก็เช่นเดียวกัน ที่ในปีนี้ได้มีการเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มฮาลาน โดยได้ส่งออกไปยังในตะวันออกกลาง ที่ได้มีการทำตลาดจริงและนำมาให้เกษตรกรที่มาร่วมงานได้ดู เพื่อเกษตรกรจะได้ทราบว่าจะปรับตัวอย่างไร ที่จะได้ปลาหรือวัตถุดิบเป็นที่ต้องการของตลาดได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเทรนด์ของการรักษ์โลก คือ การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบโลว์คาร์บอน การใส่ใจสิ่งแวดล้อม การใส่ใจสุขภาพผู้บริโภค ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ และยังมีการจัดแสดงสินค้าในงานกว่า 76 บูธจากกว่า 50 บริษัท ที่จะมีสินค้าใหม่ นวัตกรรมใหม่ที่จะทำให้กระบวนการเลี้ยงกระบวนการจัดการในบ่อดีขึ้น ในฐานะเป็นตัวแทนของผู้จัดงานจึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาร่วมในงาน นายสมประสงค์ กล่าว
และกล่าวต่อว่า สำหรับวอลลุ่มความต้องการกุ้งก้ามกรามสูงสุดในตลาดต่างประเทศ คือ ประเทศจีน ที่ต้องการไซด์ 8 ตัว/กก. – 25 ตัว/กก. และยังได้ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงไต้หวัน แต่ตลาดใหญ่ที่สุดที่ต้องการกุ้งต้มสีสวยก็คือประเทศจีน เนื่องจากในประเทศจีนเองนั้นพื้นที่การเลี้ยงมีอากาศค่อนข้างเย็น ต้องใช้ระยะเวลาการเลี้ยงที่ค่อนข้างนาน ขณะที่บ้านเราสภาพอากาศเหมาะสมกว่า ทำให้เรามีโอกาสที่จะแซงขึ้นเป็นผู้นำการผลิตอันดับหนึ่งของโลกได้ จากปัจจุบันเราอยู่ลำดับ 4-5 ของโลก
โดยประเทศผู้ผลิตเป็นลำดับหนึ่งของโลกนั้น เขายังผลิตได้เพียงประมาณหลักแสนตันเท่านั้น ซึ่งเราสามารถทำได้ ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่จะเป็นโอกาสให้เกษตรกรได้ช่วยกันพัฒนา ให้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรเอง จากพื้นเดิมการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของเรานั้น จะเลี้ยงและจับขายบริโภคภายในประเทศมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ราคาช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ออกพรรษามีราคาแพง แต่ในช่วงอื่นๆ ราคาจะตกต่ำมาก
แต่เมื่อมีห้องเย็นเข้ามารองรับ ราคาจะถูกขึงให้เสถียรอยู่ตลอดทั้งปี โดยที่ตนในฐานะตัวแทนเกษตรกรนั้น ไม่ได้คาดหวังว่าราคาจะขยับสูงขึ้นไปแต่ขอเพียงว่าราคาอย่าลง โดยห้องเย็นจะทำหน้าที่รับซื้อเก็บในช่วงผลผลิตล้นและจะนำออกสู่ตลาดในช่วงที่กุ้งขาดแคลน โดยปกติกุ้งก้ามกรามราคาขายจะสูงมากกว่ากุ้งขาว หรือกุ้งกุลาดำ แต่ต้นทุนต่อกิโลกรัมนั้นต่ำกว่า แต่มีข้อเสียคือราคาจะตกและขึ้นเป็นช่วงๆ หากทำให้ราคาอยู่กับที่ได้ โดยมีห้องเย็นเข้ามาซื้อไว้ในช่วงที่ราคาตกและจูงใจให้ปล่อยกุ้งในช่วงที่ไม่มีราคา จะทำให้คอขวดในช่วงที่ของล้นหรือเทศกาลหายไป และทำให้เกษตรกรลงกุ้งได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ถือเป็นโอกาสสำคัญจากโมเดลที่หลากหลาย
เมื่อมีห้องเย็นที่ต้องการกุ้งไซด์เสมอเข้ามา เกษตรกรสามารถที่จะเลี้ยงโมเดลตามที่ห้องเย็นต้องการได้ และปรับไปอยู่ที่กลุ่มนั้น คือ การเลี้ยงบางลงช่วยลดต้นทุนเพื่อไปที่กุ้งไซด์ใหญ่ตามที่ห้องเย็นต้องการและขายได้ในราคากว่า 300 บาท ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ ส่วนทางยุโรปอเมริกานั้น ต้องการกุ้งไซด์ 21-25 ตัวต่อ กก. เกษตรกรที่ไม่สามารถเลี้ยงไซด์ใหญ่ได้ สามารถปรับมาเลี้ยงไซด์กลางได้ แม้ราคาอาจจะลงมาอยู่ที่ 200 กว่าบาทต่อ กก. แต่มีตลาดรองรับ ทำให้มีหลากหลายโมเดล และมีวอลลุ่มต่อไร่เข้ามาทดแทน ทำให้เกษตรกรอยู่ได้
ขณะที่เกษตรกรเองนั้นต้องเข้าใจในเรื่องมาตรฐานการผลิต ต้องเข้าใจเรื่องสารตกค้าง ที่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ฉะนั้นทั้งห่วงโซ่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน เกษตรกรต้องไม่ใช้ยาไม่ใช้สารเพราะประเทศปลายต้องมีการตรวจสอบสารตกค้าง ตรวจการใช้ยา ในกระบวนการผลิตก็ต้องใช้ลูกกุ้งที่ปลอดโรค ทำให้เกษตรกรที่นำไปเลี้ยงต่อง่ายไม่ต้องใช้ยา ห้องเย็นก็จะได้ของที่ดี ทั้งห่วงโซ่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งภายในงานนี้เราจะมีตัวแทนเข้ามาให้ข้อมูลความรู้ทำให้เกษตรกรนำไปปรับจูนให้ดีขึ้น
ขณะที่เวลานี้ปลากะพงได้รับการปลดล็อคจากประเทศจีนแล้ว เกษตรกรสามารถที่จะส่งผลผลิตไปขายยังในประเทศจีนได้แล้ว โดยจะมีการเปิดเผยกันในงานว่าสินค้าตู้แรกจะไปถึงเมื่อใด และยังมีโอกาสใหม่อีกส่วนสำหรับประชากรในกลุ่มฮาลาลที่บริโภคสัตว์ทะเลหรือปลาค่อนข้างสูง ซึ่งตลาดส่วนนี้ก่อนหน้านี้เราไม่เคยส่งไปเลย ขณะนี้ตู้แรกได้ส่งไปแล้วที่คูเวต และกำลังมีออเดอร์เพิ่มเข้ามา ขณะเดียวกันเรากำลังจะขยายตลาดไปยังในกลุ่มชาวมุสลิมทั่วโลกที่สนใจบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก
โดยที่ปัจจุบันประชากรชาวมุสลิมมีมากถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของโลก จึงถือเป็นโอกาสและตลาดใหม่ จึงได้ร่วมกันระหว่างเกษตรกรและบริษัทอาหารในการแปรรูปสินค้าฮาลาล นับจากวัตถุดิบตั้งต้นก็ต้องเป็นฮาลาล เมื่อนำมาเลี้ยงสัตว์น้ำก็จะเป็นสินค้าฮาลาลโดยอัตโนมัติ ห้องเย็นก็ต้องขึ้นทะเบียนฮาลาล เปรียบเสมือนมาตรฐานการผลิตอีกหนึ่งมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก สามารถบริโภคได้อย่างสบายใจ สะอาด ปลอดภัย และถูกหลักศาสนา
จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่เรามีตัวอย่างจริง และทำได้จริง โดยจะมีการนำมาเสนอกันในงานนี้ให้ได้รับทราบข้อมูลว่า เราจะช่วยกันผลิตเพื่อให้ถูกหลักและห้องเย็นจะสามารถช่วยซื้อของได้เพิ่มขึ้น ปัญหาที่เคยเป็นคอคอดที่ทำให้ราคาตกต่ำในประเทศก็จะหมดไป อันนี้จึงถือเป็นข่าวดีและเป็นหนทางที่สดใสสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงที่ขาดทุนต่อเนื่องกันมาหลายปี ต้องใช้คำว่าทางสมาคมผู้เลี้ยงปลาได้ทำสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว จึงอยากให้เข้ามารับฟังเพื่อรับทราบข้อมูลกัน เพื่อช่วยกันตลอดทั้งซัพพลายเชน ทั้งปลา คนเลี้ยง ห้องเย็นและผู้ผลิตอาหารที่ต้องได้มาตรฐาน จะทำให้เราสามารถยึดตลาดชาวมุสลิมทั่วโลกได้ นายสมประสงค์ กล่าว
ขณะที่ นายบรรจง นิสภวาณิช ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรไทยและห้องเย็นเราได้เปรียบประเทศอื่นๆ จากมาตรการภาษีทรัมป์ ที่ทำให้ภาษีของเราต่ำจากคู่แข่งในทุกประเทศ ส่วนในประเทศจีนนั้น หลังจากทางกรมประมงได้พาไปดูการเลี้ยงม้าน้ำที่ประเทศจีน จึงได้ไปคอนแทรกไว้กับสมาคมการค้าสัตว์น้ำจีน ซึ่งเราได้ไปโชว์เอาว่าเรามี 5 โปรดักส์แคมเปียน
ประกอบด้วยกุ้งขาว กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปู และปลานิล จนได้รับความสนใจมีการติดต่อกลับมาว่าในวันที่ 13-17 ต.ค.68 จะเข้ามาเยี่ยมประเทศไทย เพื่อเข้ามาดูสัตว์น้ำที่เราไปคุยเอาไว้ว่าโปรดักส์แคมเปียนของเราผลิตอย่างไร เพื่อคอนแทรกและเอากลับไปยังประเทศจีน โดยจะเป็นกลุ่มสมาคมสัตว์น้ำจีนที่จะมาจากทุกมณฑล ในวันที่ 13-14 ต.ค.จะมาดูที่ฟาร์ม ก.เจริญ ฟาร์มลูกกุ้งเศรษฐี และฟาร์มบุญสว่างที่ผลิตม้าน้ำ รวมถึงไปดูกุ้งก้ามกรามที่ จ.ฉะเชิงเทรา
จากนั้นในวันที่ 15 ต.ค.จะเดินทางไปยังกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ และ สวทช. เพื่อดูนวัตกรรมที่เรามี ว่าเรานั้นทำอะไรบ้างกับสัตว์น้ำในประเทศไทย ส่วนวันที่ 16 ต.ค. จะไปดูกุ้งก้ามกราม ที่ จ
ราชบุรี เพื่อให้เห็นว่าศักยภาพการผลิตกุ้งก้ามกรามนั้นเป็นอย่างไร เชื่อว่าของเราดีที่สุดจากที่ได้ให้เขาลองชิมแล้ว จากนั้นจะไปดูปลาสวยงามที่เรามีศักยภาพในการผลิตมากและคิดว่าเก่งที่สุดในโลก แต่เรายังเปิดตลาดออกไปไม่ได้ จึงถือว่าครั้งนี้เป็นโอกาสในการทำอีกขั้นตอนหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรได้มีตลาดมากขึ้นและอยากจะเชิญให้เขาเข้ามาในงานมหกรรมสัตว์น้ำไทยด้วย นายบรรจง กล่าว